ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและความยึดมั่นผูกพันต่อวิชาชีพกับความเต็มใจในการดูแบมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี ของพยาบาลวิชาชีพห้องคลอด โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและความยึดมั่นผูกพันต่อวิชาชีพกับความเต็มใจในการดูแบมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี ของพยาบาลวิชาชีพห้องคลอด โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป
นักวิจัย : กฤษณา โชติชื่น
คำค้น : PERSONAL FACTORS , KNOWLEDGE ABOUT HIV INFECTION PRECAUTIONS , PROFESSIONALCOMMITMENT , WILLINGNESS TO CARE FOR THE HIV-INFECTED PREGNANT WOMEN , REGISTEREDNURSES IN DELIVERY ROOM
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000355
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความเต็มใจในการดูแลมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและความยึดมั่นผูกพันต่อวิชาชีพ กับความเต็มใจในการดูแลมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี ของพยาบาลวิชาชีพห้องคลอด โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปกลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพห้องคลอด จำนวน 278 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบ สอบถามปัจจัยส่วนบุคคล แบบวัดความรู้เกี่ยวกับหลักการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี แบบวัดความยึดมั่นผูกพันต่อวิชาชีพ และแบบวัดความเต็มใจในการดูแลมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้น ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ค่าความเที่ยงของแบบวัดความรู้เกี่ยวกับหลักการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ความยึดมั่นผูกพันต่อวิชาชีพและความเต็มใจในการดูแลมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี เท่ากับ .62, .85 และ .86ตามลำดับ ผลการวิจัยพบว่า 1. ความเต็มใจในการดูแลมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวีของพยาบาลวิชาชีพห้องคลอดด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ด้านการปฏิบัติต่อมนุษย์ด้วยความเมตตา ด้านการเลือกทำความดี และโดยรวมทุกด้าน อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนความเต็มใจในการดูแลมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี ด้านการเลือกที่จะเสี่ยง อยู่ในระดับต่ำ 2. ความยึดมั่นผูกพันต่อวิชาชีพของพยาบาลวิชาชีพห้องคลอด ทั้งรายด้านและโดยรวม อยู่ในระดับปานกลาง 3. ความรู้เกี่ยวกับหลักการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของพยาบาลวิชาชีพห้องคลอด อยู่ในระดับสูงปานกลาง และต่ำ มีจำนวนร้อยละ 7.6, 46.8 และ 45.7 ตามลำดับ 4. อายุ สถานภาพสมรส และความรู้เกี่ยวกับหลักการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีไม่ความสัมพันธ์กบความเต็มใจในการดูแลมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี 5. ประสบการณ์การดูแลผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี และความยึดมั่นผูกพันต่อวิชาชีพของพยาบาลวิชาชีพห้องคลอด มีความสัมพันธ์กับความเต็มใจในการดูแลมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05

บรรณานุกรม :
กฤษณา โชติชื่น . (2542). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและความยึดมั่นผูกพันต่อวิชาชีพกับความเต็มใจในการดูแบมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี ของพยาบาลวิชาชีพห้องคลอด โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กฤษณา โชติชื่น . 2542. "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและความยึดมั่นผูกพันต่อวิชาชีพกับความเต็มใจในการดูแบมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี ของพยาบาลวิชาชีพห้องคลอด โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กฤษณา โชติชื่น . "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและความยึดมั่นผูกพันต่อวิชาชีพกับความเต็มใจในการดูแบมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี ของพยาบาลวิชาชีพห้องคลอด โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
กฤษณา โชติชื่น . ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและความยึดมั่นผูกพันต่อวิชาชีพกับความเต็มใจในการดูแบมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี ของพยาบาลวิชาชีพห้องคลอด โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.