ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ของอะโปไลโปโปรทีนเอหนึ่ง อะโปไลโปโปรทีนบีหนึ่งร้อยในผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ของอะโปไลโปโปรทีนเอหนึ่ง อะโปไลโปโปรทีนบีหนึ่งร้อยในผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบ
นักวิจัย : วชิรา ธนาประชุม
คำค้น : หลอดเลือดโคโรนารีย์ -- โรค , แอพโพรลิโปโปรตีนเอหนึ่ง , แอพโพรลิโปโปรตีนบีร้อย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วิทยา ศรีดามา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : 9746349805 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11500
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539

หาความสัมพันธ์ระหว่างอะโปไลโปโปรทีนเอหนึ่ง อะโปไลโปโปรทีนบีหนึ่งร้อย และ การเกิด coronary artery disease เมื่อเปรียบเทียบกับ cholesterol triglyceride HDL-cholesterol ในการทำนายการเกิด coronary artery disease โดยศึกษาในผู้ป่วยที่มีประวัติ อาการ อาการแสดงของโรค coronary artery disease ที่เข้ารับการตรวจ coronary angiography ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2538 ถึง 30 กันยายน 2538 จำนวน 165 คน apolipoprotein A-1 และ HDL-cholesterol ในผู้ป่วยที่มี significance stenosis สูงกว่าผู้ป่วยที่ไม่มี significance stenosis อย่างมีนัยสำคัญ (P = 0.0297 ; P = 0.0003) แต่ HDL-cholesterol มีความแตกต่างที่มีระดับนัยสำคัญมากกว่า ดังนั้น HDL-cholesterol สามารถทำนายการเกิด coronary artery disease ได้ดีกว่า apolipoprotein A-1 apolipoprotein B-100 ในกลุ่มผู้ป่วยที่มี significance stenosis สูงกว่าในผู้ป่วยที่ไม่มี significance stenosis อย่างมีนัยสำคัญ (P = 0.0283) cholesterol ไม่พบว่ามีความแตกต่างกัน (P = 0.2349) แต่เมื่อวิเคราะห์เฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเพศชาย apolipoprotein B-100 มีความแตกต่างที่มีระดับนัยสำคัญน้อยกว่าระดับ cholesterol (P = 0.0542 ; P = 0.0233) ดังนั้นในกลุ่มผู้ป่วยเพศชายระดับ cholesterol สามารถทำนายการเกิด coronary artery disease ได้ดีกว่า apolipoprotein B-100 ในผู้ป่วยหญิงระดับ apolipoprotein B-100 และ cholesterol ในกลุ่มที่มี significance stenosis และกลุ่มที่ไม่มี significance stenosis ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (P = 0.0704 ; P = 0.6278) triglyceride ในกลุ่มที่มี significance stenosis สูงกว่ากลุ่มที่ไม่มี significance stenosis อย่างมีนัยสำคัญ (P = 0.0208) แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มผู้ป่วยชาย (P = 0.6061) ในผู้ป่วยหญิง triglyceride ในกลุ่มที่มี significance stenosis สูงกว่ากลุ่มที่ไม่มี significance stenosis อย่างมีนัยสำคัญ (P = 0.0016) ดังนั้น triglyceride สามารถทำนายการเกิด coronary artery disease ในผู้ป่วยหญิง

บรรณานุกรม :
วชิรา ธนาประชุม . (2539). ความสัมพันธ์ของอะโปไลโปโปรทีนเอหนึ่ง อะโปไลโปโปรทีนบีหนึ่งร้อยในผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วชิรา ธนาประชุม . 2539. "ความสัมพันธ์ของอะโปไลโปโปรทีนเอหนึ่ง อะโปไลโปโปรทีนบีหนึ่งร้อยในผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วชิรา ธนาประชุม . "ความสัมพันธ์ของอะโปไลโปโปรทีนเอหนึ่ง อะโปไลโปโปรทีนบีหนึ่งร้อยในผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539. Print.
วชิรา ธนาประชุม . ความสัมพันธ์ของอะโปไลโปโปรทีนเอหนึ่ง อะโปไลโปโปรทีนบีหนึ่งร้อยในผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2539.