| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ประสบการณ์การมีอาการ กลวิธีการจัดการอาการเจ็บหน้าอก กับความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลืดเฉียบพลัน โรงพยาบาลศูนย์ภาคใต้ |
| นักวิจัย | : | จรรวมล แพ่งโยธา |
| คำค้น | : | กล้ามเนื้อหัวใจตาย -- ผู้ป่วย , หลอดเลือดโคโรนารีย์ -- โรค , การดูแลสุขภาพด้วยตนเอง , โรงพยาบาลศูนย์ -- ไทย (ภาคใต้) |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ชนกพร จิตปัญญา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | 9741433301 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/7020 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยายมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ การมีอาการ กลวิธีการจัดการอาการเจ็บหน้าอกกับความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วย กลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยกลุ่ม อาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่เข้ารับการรักษาในแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช โรงพยาบาลสุราษฎ์ธานีและโรงพยาบาลตรัง ทั้งเพศชายและหญิง อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และยินยอมให้ความร่วมมือในการวิจัย จำนวน 150 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามประสบการณ์การมีอาการ แบบสอบถาม กลวิธีการจัดการอาการเจ็บหน้าอกและแบบสอบถามความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยกลุ่ม อาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โดยเครื่องมือที่ใช้ได้ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา และหาความเที่ยงของแบบสอบถามประสบาการณ์การมีอาการ แบบสอบถามกลวิธีการจัดการ อาการและแบบสอบถามความสามารถในการดูแลตนเอง โดยการหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟา ของ คอนบาคได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ .82 ,.81 และ .80 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติหาค่าสหสัมพันธ์เพียร์สัน สถิติอีต้าและไคแสควร์ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยกลุ่ม อาการหัวใจ ขาดเลือดเฉียบพลัน อยู่ในระดับปานกลาง (xbar = 2.01 SD = .23) โดยความสามารถ ในการดูแลตนเองอยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน คือด้านเบี่ยงเบนทางสุขภาพ ด้านทั่วไปและด้าน พัฒนาการ (xbar = 2.20, 2.12 และ 1.81 ตามลำดับ) 2.ประสบการณ์การมีอาการของผู้ป่วยกลุ่ม อาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันอยู่ในระดับมาก (xbar = 3.62, SD = .39) 3. กลวิธีการจัดการอาการ เจ็บหน้าอกด้วยวิธีใช้ยาของผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันอยู่ในระดับปานกลาง (xbar = 2.95, SD = 1.08) และกลวิธีการจัดการอาการเจ็บหน้าอกด้วยวิธีไม่ใช้ยาของผู้ป่วย กลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันอยู่ในระดับปานกลาง (xbar = 2.31, SD = 1.10) 4. รายได้ ระยะเวลาการเจ็บป่วย กลวิธีการจัดการอาการเจ็บหน้าอกมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความสามารถ ในการดูแลตนเองของผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r=190,.188และ.657ตามลำดับ) 5. เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์มีอาการ ไม่มีความ สัมพันธ์กับความสามารถในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (p > .05) |
| บรรณานุกรม | : |
จรรวมล แพ่งโยธา . (2548). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ประสบการณ์การมีอาการ กลวิธีการจัดการอาการเจ็บหน้าอก กับความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลืดเฉียบพลัน โรงพยาบาลศูนย์ภาคใต้.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จรรวมล แพ่งโยธา . 2548. "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ประสบการณ์การมีอาการ กลวิธีการจัดการอาการเจ็บหน้าอก กับความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลืดเฉียบพลัน โรงพยาบาลศูนย์ภาคใต้".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จรรวมล แพ่งโยธา . "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ประสบการณ์การมีอาการ กลวิธีการจัดการอาการเจ็บหน้าอก กับความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลืดเฉียบพลัน โรงพยาบาลศูนย์ภาคใต้."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print. จรรวมล แพ่งโยธา . ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ประสบการณ์การมีอาการ กลวิธีการจัดการอาการเจ็บหน้าอก กับความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลืดเฉียบพลัน โรงพยาบาลศูนย์ภาคใต้. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.
|
