| ชื่อเรื่อง | : | การรักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษ ซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการใช้ยาธัยรอยด์ฮอร์โมน ด้วยการฉีดสารเอทธานอลเข้าก้อนผ่านทางผิวหนังโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ ในการบอกตำแหน่งของก้อน |
| นักวิจัย | : | พันธ์ศักดิ์ กังสวิวัฒน์ |
| คำค้น | : | ต่อมธัยรอยด์ -- โรค , ธัยรอยด์ฮอร์โมน , เอทธานอล |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วิทยา ศรีดามา , เพิ่มยศ โกศลพันธุ์ , สมพงษ์ สุวรรณวลัยกร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | 9746381539 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9238 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540 การฉีดสารเอทธานอลเข้าก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ในการบอกตำแหน่งของก้อน (Ultrasound guided percutaneous ethanol injection, PEI) ได้ถูกนำมาใช้ในระยะเวลาไม่นานนี้ เพื่อรักษาก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่เริ่มเป็นพิษ (pretoxic), เป็นพิษแล้ว (toxic) รวมทั้งชนิดที่ไม่เป็นพิษ (cold) พบว่าได้ผลดีในการลดขนาดของก้อนโดยปราศจากผลแทรกซ้อนที่รุนแรง การวิจัยครั้งนี้เป็นการประเมินประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการรักษาด้วย PEI ในการรักษาก้อนเดี่ยวของต่อธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษชนิด benign ซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาธัยรอยด์ฮอร์โมนขนาดสูงอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน โดยทำการฉีดสารเอทธานอลเข้มข้น 95% จำนวนรวม 1.5 เท่าของปริมาตรของก้อน โดยแบ่งฉีดสัปดาห์ละครั้ง แต่ละครั้งจะฉีดจนสารเอธานอลกระจายตัวทั่วบริเวณก้อน ทำการวัดขนาดของก้อนก่อนการรักษาเปรียบเทียบกับภายหลังการฉีดครบ 3 เดือน และได้ประเมินความพอใจของผู้ป่วยโดยการให้คะแนนดังนี้ 0 = ไม่พอใจ, 1 = พอใจเล็กน้อย, 2 = พอใจปานกลาง, 3 = พอใจมาก, 4 = พอใจมากที่สุด ผลการศึกษา มีผู้ป่วยเข้าร่วมการศึกษาจำนวน 18 คน อยู่จนเสร็จสิ้นการศึกษาจำนวน 16 คน เส้นผ่าศูนย์กลางของก้อนเฉลี่ย 3.63 ซม. (พิสัย 2.2-5.4 ซม.) จำนวนของเอทธานอลที่ใช้ทั้งหมดเฉลี่ย 41.2 ซีซี (พิสัย 8-122 ซีซี) แบ่งฉีดเฉลี่ยเป็นจำนวน 3.8 ครั้ง (พิสัย 2-7 ครั้ง) พบว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของก้อนลดลงเฉลี่ย 24.1% (พิสัย 5.9-49%) ปริมาตรลดลงเฉลี่ย 53.9% (พิสัย 16.6-86.7%) คะแนนความพอใจเฉลี่ย 3.1 (พิสัย 1-4) ผลข้างเคียงที่พบมากที่สุดคือ อาคารปวดบริเวณที่ฉีด คิดเป็น 82.9% ของจำนวนครั้งของการฉีดทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นการปวดมากจำนวน 22.8% ผลข้างเคียงที่พบรองลงมาคือ การปวดร้าวไปบริเวณอื่นๆ จำนวน 25.7% ไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรง เมื่อทำการทดสอบทางสถิติที่พบว่า ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและปริมาตรหลังการรักษาลดลงเมื่อเทียบกับก่อนรักษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p<0.005 PEI เป็นการรักษาที่สามารถลดขนาดของก้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังลดลงได้ไม่มากเท่าที่รายงานไว้ในต่างประเทศ ผู้ป่วยส่วนใหญ่พอใจกับผลการรักษา พบผลข้างเคียงได้บ่อยโดยเฉพาะอาการปวดเฉพาะที่ ไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรง ในอนาคตถ้ามีการปรับปรุงวิธีการรักษาทำให้สามารถลดขนาดของก้อนได้มากขึ้นและมีผลข้างเคียงน้อยลง ก็อาจจะเหมาะสมนำมาใช้รักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษ และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาธัยรอยด์ฮอร์โมนได้ |
| บรรณานุกรม | : |
พันธ์ศักดิ์ กังสวิวัฒน์ . (2540). การรักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษ ซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการใช้ยาธัยรอยด์ฮอร์โมน ด้วยการฉีดสารเอทธานอลเข้าก้อนผ่านทางผิวหนังโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ ในการบอกตำแหน่งของก้อน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พันธ์ศักดิ์ กังสวิวัฒน์ . 2540. "การรักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษ ซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการใช้ยาธัยรอยด์ฮอร์โมน ด้วยการฉีดสารเอทธานอลเข้าก้อนผ่านทางผิวหนังโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ ในการบอกตำแหน่งของก้อน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พันธ์ศักดิ์ กังสวิวัฒน์ . "การรักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษ ซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการใช้ยาธัยรอยด์ฮอร์โมน ด้วยการฉีดสารเอทธานอลเข้าก้อนผ่านทางผิวหนังโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ ในการบอกตำแหน่งของก้อน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print. พันธ์ศักดิ์ กังสวิวัฒน์ . การรักษาผู้ป่วยที่มีก้อนเดี่ยวของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ไม่เป็นพิษ ซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการใช้ยาธัยรอยด์ฮอร์โมน ด้วยการฉีดสารเอทธานอลเข้าก้อนผ่านทางผิวหนังโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ ในการบอกตำแหน่งของก้อน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.
|
