| ชื่อเรื่อง | : | ค่าผลต่างของอัลบูมินในเลือดกับน้ำในช่องท้องในการทำนายการตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหารในผู้ป่วยโรคตับแข็งที่มีน้ำในช่องท้อง |
| นักวิจัย | : | เผด็จ เวศกิจกุล |
| คำค้น | : | ตับแข็ง , น้ำในช่องท้อง , ภาวะเส้นเลือดขอดหลอดอาหารโป่งแตก , หลอดเลือดดำในหลอดอาหารขอด , อัลบูมิน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | 9741724594 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10763 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545 ค่าผลต่างของอัลบูมินในเลือดกับน้ำในช่องท้อง (SAAG) เป็นข้อมูลสำคัญในการวินิจฉัยแยกสาเหตุของน้ำในช่องท้อง ถ้าค่า SAAG ที่มากกว่าหรือเท่ากับ 1.1 กรัมต่อเดซิลิตรบ่งชี้ว่าผู้ป่วยมีภาวะความดันในเส้นเลือดพอร์ทัลสูงโดยมี ความเที่ยงตรง 97 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาที่ประเมินความสัมพันธ์ของค่า SAAG ในการทำนายการตรวจพบภาวะความดันในเส้นเลือดพอร์ทัลสูง (ตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหาร) การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาความไวของค่าผลต่างของอัลบูมินใน เลือดกับน้ำในช่องท้องในการทำนายการตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหารในผู้ป่วย โรคตับแข็งที่มีน้ำในช่องท้อง ผู้ป่วยโรคตับแข็งที่มีน้ำในช่องท้อง 49 ราย เป็นชาย 33 คน หญิง 16 คน ( อายุเฉลี่ย 55.1 ปี ) สาเหตุของโรคตับแข็งที่พบบ่อยที่สุดคือ สุรา (39%) รองลงมาคือ ไวรัสตับอักเสบบี (29%) และสุราและไวรัสตับอักเสบ (16%) ตามลำดับ ผู้ป่วยเป็น Child C (71.4%) และ Child B (28.6%) ผู้ป่วย 43 ราย (87.8%) มี high SAAG และผู้ป่วย 6 ราย (12.2%) มี low SAAG และตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหาร 37 ราย (86%)ในกลุ่ม high SAAG และ 2 ราย(33.3%) ในกลุ่ม low SAAG โดยความไวของค่า SAAG ที่มากกว่าหรือเท่ากับ 1.1 กรัมต่อเดซิลิตรในการทำนายการตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหารเท่ากับ 94.9% และการตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหารมีความสัมพันธ์โดยตรงกับระดับค่า SAAG อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ระดับค่า SAAG ที่มากกว่า 1.23 กรัมต่อเดซิลิตรช่วยทำนายการตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหาร กล่าวโดยสรุปความไวของค่า SAAG ที่มากกว่าหรือเท่ากับ 1.1 กรัมต่อเดซิลิตรในการทำนายการตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหารเท่ากับ 94.9% ระดับค่า SAAG มีความสัมพันธ์กับการตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหารในผู้ป่วยโรคตับแข็งที่มี น้ำในช่องท้อง และระดับค่า SAAG ที่มากกว่า 1.23 กรัมต่อเดซิลิตรสามารถช่วยทำนายการตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหารในผู้ป่วยโรค ตับแข็งที่มีน้ำในช่องท้อง |
| บรรณานุกรม | : |
เผด็จ เวศกิจกุล . (2545). ค่าผลต่างของอัลบูมินในเลือดกับน้ำในช่องท้องในการทำนายการตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหารในผู้ป่วยโรคตับแข็งที่มีน้ำในช่องท้อง.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เผด็จ เวศกิจกุล . 2545. "ค่าผลต่างของอัลบูมินในเลือดกับน้ำในช่องท้องในการทำนายการตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหารในผู้ป่วยโรคตับแข็งที่มีน้ำในช่องท้อง".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เผด็จ เวศกิจกุล . "ค่าผลต่างของอัลบูมินในเลือดกับน้ำในช่องท้องในการทำนายการตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหารในผู้ป่วยโรคตับแข็งที่มีน้ำในช่องท้อง."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print. เผด็จ เวศกิจกุล . ค่าผลต่างของอัลบูมินในเลือดกับน้ำในช่องท้องในการทำนายการตรวจพบเส้นเลือดขอดหลอดอาหารในผู้ป่วยโรคตับแข็งที่มีน้ำในช่องท้อง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.
|
