ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลดอัตราการตกค้างของเชื้อแบคทีเรีย ในกระบวนการล้างทำความสะอาดเครื่องมือกล้องส่องทางเดินอาหารส่วนบน ระหว่างน้ำยาคลอเฮกซิดีนกับน้ำยาเอนไซน์มาติก ดีเทอร์เจน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลดอัตราการตกค้างของเชื้อแบคทีเรีย ในกระบวนการล้างทำความสะอาดเครื่องมือกล้องส่องทางเดินอาหารส่วนบน ระหว่างน้ำยาคลอเฮกซิดีนกับน้ำยาเอนไซน์มาติก ดีเทอร์เจน
นักวิจัย : สรพัชย์ เอกธัญสกุล
คำค้น : กล้องส่องทางเดินอาหาร , คลอร์เฮกซิดีน , สารทำความสะอาด
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร , ผ่องพรรณ นันทาภิสุทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : 9741771207 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2528
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547

ความสำคัญและที่มาของปัญหาวิจัย : ปัจจุบันการล้างทำความสะอาดเครื่องมือกล้องส่องทางเดินอาหาร ควรได้รับการฆ่าเชื้อในระดับ High level disinfection คราบที่เหลือตกค้างในกล้องส่อง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีเชื้อตกค้างน้ำยาเอนไซน์มาติก ดีเทอร์เจนได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้ แต่พบว่ามีราคาสูง โดยที่ยังไม่เคยมีการเปรียบเทียบถึงประสิทธิภาพกับน้ำยา คลอเฮกซิดีน ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน วัตถุประสงค์ : เปรียบเทียบถึงประสิทธิภาพในการลดอัตราการตกค้าง ของเชื้อแบคทีเรียในกล้องส่องทางเดินอาหารส่วนบน ภายหลังการล้างโดยวิธีมาตรฐานระหว่างน้ำยาเอนไซม์มาติก ดีเทอร์เจน กับน้ำยา คลอเฮกซิดีน ระเบียบวิธีวิจัย : เป็นการศึกษาไปข้างหน้าแบบสุ่ม เพื่อประเมินถึงประสิทธิภาพของน้ำยาสองชนิดในการล้างทำความสะอาด โดยเก็บตัวอย่างจำนวน 260 ตัวอย่างจากกล้องส่องทางเดินอาหารทั้งหมด 5 กล้อง ตัวอย่างทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามชนิดของน้ำยาที่ใช้ (กลุ่มละ 130 ตัวอย่าง) ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างประกอบด้วย กล้องส่องทางเดินอาหารที่ใช้แล้ว จะถูกแช่และแปรงล้างด้วยน้ำยาแต่ละชนิดตามกลุ่มที่ได้รับ หลังจากนั้นกล้องทั้งหมดจะถูกทำความสะอาดและฆ่าเชื้อต่อไปจนครบขั้นตอน ตามวิธีมาตรฐาน ตัวอย่างจะถูกเก็บโดยการฉีด 0.9% normal saline ที่ปราศจากเชื้อจำนวน 40 มิลลิลิตร ลงในช่อง biopsy channel และเก็บส่งเพาะเชื้อต่อไปโดยวิธี membrane filter method ค่าของจำนวนเชื้อแบคทีเรียที่มีความสำคัญทางคลินิกกำหนดให้มีปริมาณมากกว่า 180 cfu/ml. ผลการวิจัย : พบว่าอัตราการตกค้างของเชื้อแบคทีเรีย หลังการล้างโดยน้ำยาทั้งสองชนิด มีปริมาณที่ต่ำและไม่แตกต่างกันจากการทดสอบทางสถิติ สรุป : การใช้น้ำยาเอนไซม์มาติก ดีเทอร์เจน มีประสิทธิภาพไม่แตกต่างกับการใช้น้ำยา คลอเฮกซิดีน ในการลดอัตราการตกค้างของเชื้อแบคทีเรีย ภายหลังการทำความสะอาดกล้องส่องทางเดินอาหารส่วนบนโดยวิธีมาตรฐาน

บรรณานุกรม :
สรพัชย์ เอกธัญสกุล . (2547). การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลดอัตราการตกค้างของเชื้อแบคทีเรีย ในกระบวนการล้างทำความสะอาดเครื่องมือกล้องส่องทางเดินอาหารส่วนบน ระหว่างน้ำยาคลอเฮกซิดีนกับน้ำยาเอนไซน์มาติก ดีเทอร์เจน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สรพัชย์ เอกธัญสกุล . 2547. "การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลดอัตราการตกค้างของเชื้อแบคทีเรีย ในกระบวนการล้างทำความสะอาดเครื่องมือกล้องส่องทางเดินอาหารส่วนบน ระหว่างน้ำยาคลอเฮกซิดีนกับน้ำยาเอนไซน์มาติก ดีเทอร์เจน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สรพัชย์ เอกธัญสกุล . "การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลดอัตราการตกค้างของเชื้อแบคทีเรีย ในกระบวนการล้างทำความสะอาดเครื่องมือกล้องส่องทางเดินอาหารส่วนบน ระหว่างน้ำยาคลอเฮกซิดีนกับน้ำยาเอนไซน์มาติก ดีเทอร์เจน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print.
สรพัชย์ เอกธัญสกุล . การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลดอัตราการตกค้างของเชื้อแบคทีเรีย ในกระบวนการล้างทำความสะอาดเครื่องมือกล้องส่องทางเดินอาหารส่วนบน ระหว่างน้ำยาคลอเฮกซิดีนกับน้ำยาเอนไซน์มาติก ดีเทอร์เจน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.