| ชื่อเรื่อง | : | กระบวนการสร้างสรรค์ละครเวที 6 มิติ สำหรับเด็กพิการทางสายตา |
| นักวิจัย | : | ธีรเนตร วิโรจน์สกุล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์ , ปอรรัชม์ ยอดเณร |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46615 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 การวิจัยเชิงสร้างสรรค์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์ละครเวที 6 มิติ สำหรับเด็กพิการทางสายตา และเพื่อประเมินการรับรู้ ทัศนคติ และสุนทรียรสของเด็กพิการทางสายตาจากการชมละครเวที 6 มิติแบบมีส่วนร่วม จากบทละครดัดแปลงเรื่อง Into the Woods โดยวิธีการวิจัยแบบสหวิธีการ (Multi-Methodology) ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์การแสดงคือ 1) ขั้นเตรียมการ (Pre-Production) โดยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญแบบเจาะลึก (In-depth interview) การเลือกและดัดแปลงบทละคร การคัดเลือกและฝึกซ้อมนักแสดง และการออกแบบเพื่อการแสดง 2) ขั้นการแสดง (Production) จัดการแสดงแก่เด็กพิการทางสายตา เพศชายและหญิง อายุ 10-18 ปี จำนวนทั้งสิ้น 75 คน โดยการสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participant Observation) ระหว่างการชมละคร และ 3) ขั้นหลังการแสดง (Post-Production) เก็บข้อมูลโดยการสำรวจทัศนคติของผู้ชม (Survey) จากแบบสอบถาม (Questionnaire) และการพูดคุยหลังการแสดง (Post Talk) ร่วมกับผู้ชมและผู้เชี่ยวชาญเพื่อศึกษาทัศนคติของผู้ชมต่อการแสดง ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการสร้างสรรค์ละครเวทีสำหรับเด็กพิการทางสายตา จำเป็นต้องนำเสนอละครเวทีแบบมีส่วนร่วมผ่านการรับรู้ทั้ง 6 ด้าน คือ ทางเสียง ทางกลิ่น ทางรสชาติ ทางการสัมผัส ทางใจ ทางเวลาและสถานที่ เพื่อทดแทนการรับรู้ทางการมองเห็นของผู้ชม ร่วมกับการใช้ทัวร์สัมผัสก่อนการเข้าชมละคร ในส่วนของการคัดเลือกบทละครต้องมีโครงเรื่องที่สามารถสร้างความสนใจกับเด็กพิการทางสายตาระดับชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาทั้งชายและหญิงได้ ในการดัดแปลงบทละครต้องคัดเลือกประเด็นที่เกี่ยวข้องและสามารถเชื่อมโยงกับกลุ่มตัวอย่าง คือ การเห็นคุณค่าและบทบาทของตนเอง รวมถึงเรียนรู้ความหลากหลายทั้งด้านดีและไม่ดีของคนในสังคม การตัดทอนตัวละครและบทบางส่วนเพื่อควบคุมระยะเวลาของการแสดงโดยมีการลำดับเหตุการณ์เรื่องราวใหม่เพื่อความต่อเนื่องของการแสดง มีการปรับเปลี่ยนวิธีการเรียกชื่อสิ่งของในบทละครและเพิ่มรายละเอียดการบรรยายภาพเพื่อให้ง่ายต่อการรับรู้ของเด็กพิการทางสายตา ในส่วนของการคัดเลือกนักแสดงต้องคัดเลือกจากนักแสดงที่มีความสามารถในการใช้น้ำเสียง โทนเสียง การออกเสียงคำที่ถูกต้อง และการฝึกซ้อมต้องเน้นการสร้างเทคนิคการใช้เสียงให้มีความหลากหลาย และจำเป็นต้องมีทีมงานอีกส่วนหนึ่งเพื่อสร้างบรรยากาศการรับรู้ทางสัมผัสอื่นๆเพื่อเพิ่มสุนทรียรสในการชมละครเวที ผลการรับรู้ ทัศนคติ และสุนทรียรสจากการชมละคร 6 มิติแบบมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่างชื่นชอบองค์ประกอบการรับรู้ด้านต่างๆ เรียงตามลำดับจากมากไปน้อย ดังนี้ 1) การรับรู้ทางเสียง เป็นส่วนที่ช่วยสร้างจินตภาพได้มากที่สุด 2) การรับรู้ทางการสัมผัส จากการมีส่วนร่วมในการจับสิ่งของต่างๆ 3) การรับรู้ทางใจ จากการแสดงความรู้สึกระหว่างการแสดง 4) การรับรู้ทางรสชาติ จากการร่วมชิมขนมปังและนมระหว่างแสดง 5) การรับรู้ทางกลิ่น จากการสร้างบรรยากาศด้วยกลิ่น 6) การรับรู้ทางเวลาและสถานที่ จากการจำลองสถานที่ต่างๆ ให้มีความสมจริง ผู้วิจัยพบว่าส่วนที่สำคัญที่สุดในการสร้างสรรค์ละครเวที 6มิติ คือการใช้กิจกรรมแบบมีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอในการแสดงเพื่อดึงดูดความสนใจ การมีส่วนร่วม และสมาธิในการชมการแสดงของผู้ชม |
| บรรณานุกรม | : |
ธีรเนตร วิโรจน์สกุล . (2557). กระบวนการสร้างสรรค์ละครเวที 6 มิติ สำหรับเด็กพิการทางสายตา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธีรเนตร วิโรจน์สกุล . 2557. "กระบวนการสร้างสรรค์ละครเวที 6 มิติ สำหรับเด็กพิการทางสายตา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธีรเนตร วิโรจน์สกุล . "กระบวนการสร้างสรรค์ละครเวที 6 มิติ สำหรับเด็กพิการทางสายตา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. ธีรเนตร วิโรจน์สกุล . กระบวนการสร้างสรรค์ละครเวที 6 มิติ สำหรับเด็กพิการทางสายตา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
