ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาในมณฑลปัตตานี ระหว่าง พ.ศ. 2449-2468

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาในมณฑลปัตตานี ระหว่าง พ.ศ. 2449-2468
นักวิจัย : ใกล้รุ่ง รัตนอมตกุล
คำค้น : นโยบายการศึกษา -- ไทย -- ปัตตานี , การศึกษา -- ไทย -- ปัตตานี , ปัตตานี
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : กรรณิการ์ สัจกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13439
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)วิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาในมณฑลปัตตานี ระหว่าง พ.ศ.2449-2468 และ 2) วิเคราะห์แนวคิดของคณะเสนาบดีด้านการศึกษาในมณฑลปัตตานีระหว่าง พ.ศ.2449-2468 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาในมณฑลปัตตานี และวิเคราะห์แนวคิดของคณะเสนาบดีด้านการศึกษาในมณฑลปัตตานีระหว่างปี พ.ศ. 2449-2468 ที่ปรากฏในหลักฐานชั้นต้น โดยผู้วิจัยเลือกใช้ระเบียบวิจัยทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นการวิจัยจากเอกสารทั้งเอกสารปฐมภูมิและเอกสารทุติยภูมิ ผลการวิจัยพบว่า นโยบายที่สำคัญด้านการศึกษาในมณฑลปัตตานีคือ การจัดการศึกษาเบื้องต้นทั่วทั้งมณฑล โดยเน้นให้ราษฎรพูด อ่านและเขียนภาษาไทยได้ เนื่องจากราษฎรส่วนใหญ่ในมณฑลปัตตานีนับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษามลายูในชีวิตประจำวัน แต่โรงเรียนที่รัฐจัดขึ้นในระยะแรกอยู่ในวัดทั้งสิ้น ทำให้บิดามารดาชาวมุสลิมไม่นิยมส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเหล่านั้น รัฐบาลจึงมีแนวคิดให้แทรกการสอนภาษาไทยในสุเหร่าและมัสยิด แต่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ต่อมารัฐบาลได้จัดตั้งโรงเรียนเพิ่มมากขึ้น และดำเนินการด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ราษฎรส่วนใหญ่ในมณฑลปัตตานียินยอมส่งบุตรหลานของตนเข้าเรียนภาษาไทย ในโรงเรียนที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น ในปีพ.ศ. 2464 เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา 2464 ขึ้น ทำให้สามารถเกณฑ์เด็กให้เข้าเรียนในโรงเรียนได้มากขึ้น แต่พ่อแม่ผู้ปกครองชาวมุสลิมพยายามหลีกเลี่ยงด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อไม่ให้ลูกหลานได้เข้าเรียนภาษาไทย ความพยายามที่จะจัดการศึกษาในมณฑลปัตตานีช่วงหลังปี พ.ศ.2465 เป็นต้นมา ประสบความสำเร็จเป็นที่พอใจของราษฎรส่วนใหญ่ในมณฑลปัตตานี เนื่องจากการประชุมของคณะเสนาบดีเกี่ยวกับการศึกษา ที่ร่วมกันเสนอแนวทางอันเหมาะสมสำหรับการจัดการศึกษาในมณฑลปัตตานี โดยเฉพาะเมื่อประกาศใช้หลักรัฐศาสโนบาย ในปีพ.ศ. 2466 ตามมติของคณะเสนาบดี โดยการนำของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต และเหล่าเสนาบดี มีสาระสำคัญคือให้ยกเลิกสิ่งที่ขัดต่อหลักศาสนาหรือประเพณีทุกอย่าง และส่งเสริมสิ่งที่ทำให้ราษฎรเห็นว่า รัฐบาลอุดหนุนศาสนาอิสลาม และต้องสอนทั้งภาษามลายูและภาษาไทยด้วย ส่งผลให้ราษฎรในมณฑลปัตตานีพอใจ เพราะสามารถจัดการศึกษาในมณฑลปัตตานีให้สอดคล้องกับศาสนา ประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี สถานศึกษาในขณะนั้น จึงเป็นเสมือนสถานที่สมานความสามัคคีระหว่างชนในชาติด้วย บทเรียนที่สำคัญในการจัดการศึกษาในมณฑลปัตตานีตลอดระยะเวลา 20 ปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2449-2468 นั้นพบว่า นโยบายด้านการศึกษาในพื้นที่ที่มีความแตกต่างทางด้านสังคม เช่นในมณฑลปัตตานีนั้น ต้องเน้นความเป็นเอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย และคำนึงถึงความแตกต่างทั้งในด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทั้งนี้การจัดให้มีการเรียนการสอนภาษาไทยควบคู่กับภาษามลายูเป็นวิธีการหนึ่งที่เป็นที่พอใจของราษฎร รวมทั้งคำนึงถึงอัตลักษณ์ของคนในสังคมนั้นด้วย นอกจากนี้การสร้างสำนึกในความเป็นพลเมืองของชาติ สร้างความรู้สึกร่วมในการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สร้างค่านิยมของการมีส่วนร่วม ย่อมส่งผลให้การจัดการศึกษาบรรลุตามเป้าหมาย และนำไปสู่ความสันติอย่างแท้จริง

บรรณานุกรม :
ใกล้รุ่ง รัตนอมตกุล . (2550). การวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาในมณฑลปัตตานี ระหว่าง พ.ศ. 2449-2468.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ใกล้รุ่ง รัตนอมตกุล . 2550. "การวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาในมณฑลปัตตานี ระหว่าง พ.ศ. 2449-2468".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ใกล้รุ่ง รัตนอมตกุล . "การวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาในมณฑลปัตตานี ระหว่าง พ.ศ. 2449-2468."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
ใกล้รุ่ง รัตนอมตกุล . การวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาในมณฑลปัตตานี ระหว่าง พ.ศ. 2449-2468. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.