| ชื่อเรื่อง | : | การทดสอบความไวและความจำเพาะของวิธีทิน เลเยอร์ โครมาโทกราฟีในการตรวจกรองสารสังเคราะห์สเตียรอยด์จากยาชุดและยาลูกกลอนของผู้ป่วยที่สงสัยภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง |
| นักวิจัย | : | สุมิตรา เจริญหิรัญยิ่งยศ |
| คำค้น | : | สเตียรอยด์ , ทินเลเยอร์โครมาโตกราฟี |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สมพงษ์ สุวรรณวลัยกร , สุพีชา วิทยเลิศปัญญา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/8125 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 ความสำคัญและที่มาของการวิจัย : ปัจจุบันการใช้สารสเตียรอยด์ในทางที่ผิดยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญปัญหาหนึ่งของประเทศไทย แม้ว่าสำนักงานอาหารและยา (อ.ย.) ได้กำหนดให้สารสเตียรอยด์เป็นสารควบคุม แต่จากการศึกษาสำรวจในหลายพื้นที่ของประเทศไทย พบว่ามีการปนเปื้อนของสารดังกล่าวในยาสมุนไพร ยาลูกกลอน ยาชุด ยำบำรุงและอาหารเสริมต่าง ๆ อาจทำให้มีการกดการทำงานของต่อมใต้สมอง-ไฮโปธาลามัสหรือเกิดภาวะต่อมหมวกไตบกพร่องได้ ดังนั้นการศึกษานี้จะใช้วิธีทิน เลเยอร์โครมาโทกราฟี ตรวจหาสารสเตียรอยด์จากยาชุด/ ยาลูกกลอน ในผู้ป่วยที่สงสัยภาวะต่อมหมวกไตบกพร่องจากยาที่ผู้ป่วยกิน วัตถุประสงค์ในการวิจัย : เพื่อทดสอบความไวและความจำเพาะของวิธีทิน เลเยอร์ โครมาโทกราฟีโดยใช้วิธีไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ ลิควิด โครมาโทกราฟีเป็นวิธีมาตรฐาน ในการตรวจกรองสารสังเคราะห์สเตียรอยด์จากยาชุดและยาลูกกลอน วิธีการทำวิจัย : ทำการศึกษาโดยการรวบรวมยาจำนวน 30 ตัวอย่าง จากผู้ป่วย 28 ราย ที่เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระหว่างเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549 โดยผู้ป่วยมีอาการเข้าได้กับ/หรือสงสัยภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง และระดับคาร์ติซอลในซีรัมของผู้ป่วยตอน 8.00 น. น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร หรือระดับคอร์ติซอลขณะอยู่ในภาวะช๊อค น้อยกว่าหรือเท่ากับ 15 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร ผลการวิจัย : พบว่าวิธีทิน เลเยอร์ โครมาโกกราฟี เมือเปรียบเทียบกับวิธีไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ ลิควิด โครมาโทกราฟี มีค่าความไวเท่ากับร้อยละ 62.5 ความจำเพาะเท่ากับร้อยละ 83.3 ค่าโอกาสการพบสารสเตียรอยด์ เมื่อตรวจได้ผลบวก เท่ากับร้อยละ 93.8 ค่าโอกาสไม่พบสารสเตียรอยด์เมื่อตรวจได้ผลลบ เท่ากับร้อยะ 35.7 และค่าความถูกต้องเท่ากับร้อยละ 66.7 นอกจากนี้ พบว่าการตรวจโดยสองวิธีดังกล่าวมีความสัมพันธ์สอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในการวัดปริมาณเพรดนิโซโลน (ICC = 0.9, 95% confidence interval 0.75-0.95 ; p<0.0001) และการวัดปริมาณเด็กซาเมทาโซน (ICC = 0.54, 95% confidence interval 0.04-0.78 ; p= 0.02) ตามลำดับ สรุปผลการวิจัย : วิธีทิน เลเยอร์ โครมาโทกราฟี สามารถนำมาใช้ตรวจหาสารสเตียรอยด์ในยาชุดและยาสุมนไพรแปรรูป เนื่องจาก ทำได้ง่าย รวดเร็ว ราคาถูก โดยมีค่าความไวร้อยละ 62.5 ค่าความจำเพาะร้อยละ 83.3 และมีค่าโอกาสการพบสารสเตียรอยด์เมื่อตรวจได้ผลบวกสูงถึงร้อยละ 93.2 จึงแนะนำให้ใช้ในโรงพยาบาลชุมชนทั่วไป กรณีมีผู้ป่วยที่สงสัยภาวะต่อมหมวกไตบกพร่องจาการได้รับสารสเตียรอยด์ นอกจากนี้วิธีดังกล่าวมีความสัมพันธ์สอดคล้องกับวิธีไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ ลิควิด โครมาโทกราฟี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในการวัดปริมาณสารเพร็ดนิโซโลนและสารเด็กซาเมทาโซน |
| บรรณานุกรม | : |
สุมิตรา เจริญหิรัญยิ่งยศ . (2549). การทดสอบความไวและความจำเพาะของวิธีทิน เลเยอร์ โครมาโทกราฟีในการตรวจกรองสารสังเคราะห์สเตียรอยด์จากยาชุดและยาลูกกลอนของผู้ป่วยที่สงสัยภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุมิตรา เจริญหิรัญยิ่งยศ . 2549. "การทดสอบความไวและความจำเพาะของวิธีทิน เลเยอร์ โครมาโทกราฟีในการตรวจกรองสารสังเคราะห์สเตียรอยด์จากยาชุดและยาลูกกลอนของผู้ป่วยที่สงสัยภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุมิตรา เจริญหิรัญยิ่งยศ . "การทดสอบความไวและความจำเพาะของวิธีทิน เลเยอร์ โครมาโทกราฟีในการตรวจกรองสารสังเคราะห์สเตียรอยด์จากยาชุดและยาลูกกลอนของผู้ป่วยที่สงสัยภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. สุมิตรา เจริญหิรัญยิ่งยศ . การทดสอบความไวและความจำเพาะของวิธีทิน เลเยอร์ โครมาโทกราฟีในการตรวจกรองสารสังเคราะห์สเตียรอยด์จากยาชุดและยาลูกกลอนของผู้ป่วยที่สงสัยภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
