| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาแหล่งน้ำในภาคอีสาน ระหว่างปี พ.ศ.2482-2506 |
| นักวิจัย | : | ประภาพร แพงพะเนาว์ |
| คำค้น | : | ไทย(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)--ประวัติศาสตร์--วิจัย , การพัฒนาแหล่งน้ำ--ไทย(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)--ประวัติ--วิจัย |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2535 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1192535000108 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาวิธีการพัฒนาแหล่งน้ำในภาคอีสาน ระหว่างปี พ.ศ.2482-2506 ทั้งในด้านนโยบายของรัฐที่มีต่อการพัฒนาแหล่งน้ำ การดำเนินงาน อุปสรรคในการพัฒนา ตลอดจนผลกระทบในด้านเศรษฐกิจสังคมที่เกิดจากการพัฒนาแหล่งน้ำในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ได้แบ่งระยะในการศึกษาเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงแรกระยะก่อนที่รัฐจะเข้ามาดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำช่วงที่ 2 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2482-2493 และช่วงสุดท้ายคือปี พ.ศ.2494-2506 ผลการวิจัย ช่วงแรกระยะก่อนที่รัฐจะเข้ามาพัฒนาแหล่งน้ำอย่างเป็นทางการราษฎรได้พยายามช่วยเหลือตนเองโดยการสร้างทำนบเล็กๆ และใช้ระหัดชักน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิตในบริเวณเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพ-นครราชสีมา ทั้งนี้รัฐเพียงแต่ให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิควิชาการเท่านั้น เนื่องจากงบประมาณส่วนใหญ่รัฐใช้จ่ายไปในด้านความมั่นคงประเทศ ดังนั้นงบประมาณด้านการเกษตรจึงถูกจำกัดลง ราษฎรจึงมักจะจัดทำกันเอง โดยที่รัฐไม่ได้เข้ามาควบคุมอย่างเป็นระบบเป็นผลให้วิธีการนำน้ำมาใช้โดยการสร้างทำนบหรือใช้ระหัดไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐจะต้องเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือหาแนวทางพัฒนาแหลงน้ำที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป ในช่วงที่ 2 คือ พ.ศ.2482-2493เป็นระยะเริ่มต้นของรัฐบาลที่เข้ามาดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำในภาคอีสานเป็นครั้งแรกโดยมีสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาการเพาะปลูกที่เกิดจากข้อจำกัดทางด้านภูมิศาสตร์และบทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของภาคอีสานที่เป็นแรงผลักดันรัฐบาลให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนาแหล่งน้ำ รัฐจึงมอบหมายให้กรมชลประทานจัดทำโครงการทดน้ำ-ส่งน้ำ(เหมืองฝาย) และโครงการบรรเทาอุทกภัย รวมทั้งสิ้น 9 โครงการแต่โครงการดังกล่าวเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสมต่อสภาพภาคอีสานจึงมีปัญหาและข้อบกพร่องอย่างมากการพัฒนาแหล่งน้ำในระยะแรกจึงไม่ประสบความสำเร็จจึงต้องเปลี่ยนวิธีการพัฒนาแหล่งน้ำใหม่เพื่อความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในช่วงที่ 3 คือ พ.ศ.2494-2506 กรมชลประทานมีนโยบายจัดสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กขึ้นแทนโครงการเดิมที่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยตั้งเป้าหมายไว้ถึง 1,000 อ่างภายในระยะเวลา 10 ปี การดำเนินงานครั้งนี้ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาทั้งทางด้านวิชาการ และเครื่องมือเครื่องจักรเพื่อเร่งรัดงานให้ได้ผลต่อราษฎรเร็วยิ่งขึ้น อันจะส่งผลดีต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่รัฐเห็นว่าอยู่ในภาวะไม่น่าไว้วางใจจากภัยคอมมิวนิสต์ การพัฒนาแหล่งน้ำจึงเป็นเครื่องมือของรัฐอีกวิธีหนึ่งในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและช่วยเพิ่มผลผลิตรวมทั้งแก้ปัญหาการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานได้ในบริเวณพื้นที่ที่มีการจัดสร้างอ่างเก็บน้ำ แต่เนื่องจากอ่างเก็บน้ำมีงบประมาณในการจัดสร้างไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับปริมาณงานที่มีมากจึงไม่สามารถจัดสร้างได้ครบตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาวิกฤตทางธรรมชาติคือฝนแล้งผิดปกติจึงส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจเป็นเหตุให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานออกสู่ภายนอกภาคมากเป็นประวัติการณ์และเป็นปัญหาทางด้านสังคมของประเทศโดยส่วนรวม |
| บรรณานุกรม | : |
ประภาพร แพงพะเนาว์ . (2535). การพัฒนาแหล่งน้ำในภาคอีสาน ระหว่างปี พ.ศ.2482-2506.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประภาพร แพงพะเนาว์ . 2535. "การพัฒนาแหล่งน้ำในภาคอีสาน ระหว่างปี พ.ศ.2482-2506".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประภาพร แพงพะเนาว์ . "การพัฒนาแหล่งน้ำในภาคอีสาน ระหว่างปี พ.ศ.2482-2506."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print. ประภาพร แพงพะเนาว์ . การพัฒนาแหล่งน้ำในภาคอีสาน ระหว่างปี พ.ศ.2482-2506. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.
|
