| ชื่อเรื่อง | : | ประสิทธิผลของการฝึกการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีพยาธิสภาพของระบบประสาทออโตโนมิกของหัวใจที่ยังไม่แสดงอาการ |
| นักวิจัย | : | สมพล สงวนรังศิริกุล |
| คำค้น | : | TYPE 2 DIABETES MELLITUS , CARDIAC AUTONOMIC NEUROPATHY , EXERCISE TRAINING |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000139 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้เพื่อต้องการทราบถึงประสิทธิผลของการฝึกการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีพยาธิสภาพของระบบประสาทออโตโนมิกของหัวใจที่ยังไม่แสดงอาการ ได้ทำการคัดเลือกผู้ป่วยเต็มใจเข้าร่วมร่วมการศึกษาจำนวน 91 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีการตรวจพบว่าความผิดปกติของการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติในระยะเริ่มแรก (ค่าคะแนนในการตรวจการทำงานของระบบประสาทออโตโนมิคของหัวใจมาตรฐานอยู่ระหว่าง 1-2.5) แต่ยังไม่แสดงอาการทางคลินิก ทำการแบ่งกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีสุ่มเป็นกลุ่มควบคุม (47 ราย) และกลุ่มออกกำลังกาย (44 ราย) กลุ่มตัวอย่างทุกรายจะทำการตรวจวัด การทำงานของระบบประสาทออโตโนมิกของหัวใจมาตรฐาน ค่าการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายสูงสุด (VO(,2)peak) และสารกลัยโคซิเลตฮีโมโกบินเอวันซี (HbA1c) ในพลาสมาก่อนและหลังการทดลอง การฝึกการออกกำลังกาย ทำโดยการใช้จักรยานวัดงาน หรือลู่วิ่ง ตลอดระยะเวลา 12 สัปดาห์ โดยความหนักของการออกกำลังกายอยู่ระหว่าง 50-60 เปอร์เซ็นต์ของความหนักสูงสุดของแต่ละบุคคล ระยะเวลาในการออกกำลังกายแต่ละครั้งอยู่ระหว่าง 30-60 นาที3 ครั้งต่อสัปดาห์ การลดลงของคะแนนรวมในการตรวจการทำงานของระบบประสาทออโตโนมิคของหัวใจมาตรฐานเท่ากับ 1 หรือมากกว่า แสดงถึงการทำงานของระบบประสาทออโตโนมิกของหัวใจดีขึ้น ผลการทดลองพบว่า กลุ่มที่ได้รับการออกกำลังกาย 12 สัปดาห์ มีผลการทำงานของระบบประสาทโอโตโนมิกที่ควบคุมการทำงานของหัวใจดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติโดยกลุ่มออกกำลังกายดีขึ้น 10 ราย ในจำนวน 44 ราย (22.72%) ขณะที่กลุ่มควบคุมดีขึ้นเพียง 3 ราย จากทั้งหมด 47 ราย (6.38%), [%diff. (95%CI)=16.34%(2.13 to 30.56),P=.04] การนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายสูงสุด เพิ่มขึ้นจากค่าเริ่มต้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มออกกำลังกาย 1.79 (+,ฑ) 1.51 (มล./กิโลกรัม/นาที) เทียบกับกลุ่มควบคุม0.71 (+,ฑ) 1.95(มล./กิโลกรัม/นาที) [mean diff. (95%CI)=1.08(0.35 to 1.82), P<.01]กลัยโคซิเลตฮีโมโกบินเอวันซี ลดลงจากค่าเริ่มต้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มออกกำลังกาย-0.51 (+,ฑ) 0.74% เทียบกับกลุ่มควบคุม 0.06 (+,ฑ) 0.46% [mean diff. (95%CI)=0.57(-0.83 to -0.32), P<.01] สรุปได้ว่า การออกกำลังกายมีผลเพิ่มการทำงานระบบประสาทออโตโนมิกของหัวใจในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีพยาธิสภาพของระบบประสาทออโตโนมิกของหัวใจที่ยังไม่แสดงอาการ |
| บรรณานุกรม | : |
สมพล สงวนรังศิริกุล . (2547). ประสิทธิผลของการฝึกการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีพยาธิสภาพของระบบประสาทออโตโนมิกของหัวใจที่ยังไม่แสดงอาการ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมพล สงวนรังศิริกุล . 2547. "ประสิทธิผลของการฝึกการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีพยาธิสภาพของระบบประสาทออโตโนมิกของหัวใจที่ยังไม่แสดงอาการ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมพล สงวนรังศิริกุล . "ประสิทธิผลของการฝึกการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีพยาธิสภาพของระบบประสาทออโตโนมิกของหัวใจที่ยังไม่แสดงอาการ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. สมพล สงวนรังศิริกุล . ประสิทธิผลของการฝึกการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีพยาธิสภาพของระบบประสาทออโตโนมิกของหัวใจที่ยังไม่แสดงอาการ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
