| ชื่อเรื่อง | : | ผลของกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังที่มีต่อการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว |
| นักวิจัย | : | เยาวดี สุวรรณนาคะ |
| คำค้น | : | EMPOWERMENT EDUCATION PROCESS , FAMILY HEALTH LEADER |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000928 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเอง ความเชื่อในความสามารถของตนเอง และการดำเนินกิจกรรมด้านสุขภาพอนามัยในชุมชนของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยกึ่งทดลองกลุ่มตัวอย่างเป็นแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวจาก 2 ชุมชนที่มีบริบทใกล้เคียงกัน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและภาวะสุขภาพอนามัยคัดเลือกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จำนวนกลุ่มละ 30 คนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามการเห็นคุณค่า ในตนเองความเชื่อในความสามารถของตนเอง แนวการสังเกตและสัมภาษณ์ข้อมูลพื้นฐานในชุมชนและกิจกรรมด้านสุขภาพอนามัยในชุมชน และหลักสูตรการฝึกอบรมกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังในการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว การเก็บข้อมูลกระทำ 3 ครั้ง คือ ก่อนการทดลองหลังการทดลอง และระยะติดตามผล การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าทีค่าสถิติเชิงสัมพันธ์ สถิติเชิงพรรณา และการวิเคราะห์เนื้อหาข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการวิจัย พบว่า กระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังมีผลทำให้กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการเห็นคุณค่าในตนเองเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติหลังการทดลอง แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในระยะติดตามผลคะแนนเฉลี่ยความเชื่อในความสามารถของตนเองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งหลังการทดลองและระยะติดตามผลการเปรียบเทียบกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังการทดลอง และระยะติดตามผล พบว่า คะแนนเฉลี่ยการเห็นคุณค่าในตนเองของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติคะแนนเฉลี่ยความเชื่อในความสามารถของตนเองของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและกิจกรรมด้านสุขภาพอนามัยในชุมชนของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุม จากการวิเคราะห์เนื้อหาและการประเมินผลโครงการฝึกอบรมของกลุ่มทดลองพบว่า มีการเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกัน คือมีการพัฒนาทักษะการฟัง การพูด การวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน การนำทรัพยากรมาใช้และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงประชาชนในหมู่บ้านมีความตระหนักเกี่ยวกับสุขภาพของครอบครัวและชุมชนและมีความรู้สึกเป็นเจ้าของชุมชนเพิ่มมากขึ้นการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า กระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังมีผลในการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับบุคคลและชุมชน ควรมีการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขในชุมชนต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
เยาวดี สุวรรณนาคะ . (2543). ผลของกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังที่มีต่อการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เยาวดี สุวรรณนาคะ . 2543. "ผลของกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังที่มีต่อการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เยาวดี สุวรรณนาคะ . "ผลของกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังที่มีต่อการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. เยาวดี สุวรรณนาคะ . ผลของกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังที่มีต่อการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
