| ชื่อเรื่อง | : | ผลของกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังที่มีต่อการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว |
| นักวิจัย | : | เยาวดี สุวรรณนาคะ |
| คำค้น | : | ความนับถือตนเอง , สาธารณสุขมูลฐาน , แกนนำสุขภาพประจำครอบครัว , การดูแลสุขภาพด้วยตนเอง |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุมพล พูลภัทรชีวิน , อลิศรา ชูชาติ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | 9741308949 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/3834 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเอง ความเชื่อในความสามารถของตนเอง และการดำเนินกิจกรรมด้านสุขภาพอนามัยในชุมชนของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว จาก 2 ชุมชนที่มีบริบทใกล้เคียงกัน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและภาวะสุขภาพอนามัย คัดเลือกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จำนวนกลุ่มละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามการเห็นคุณค่าในตนเอง ความเชื่อในความสามารถของตนเอง แนวการสังเกตและสัมภาษณ์ข้อมูลพื้นฐานในชุมชนและกิจกรรมด้านสุขภาพอนามัยในชุมชน และหลักสูตรการฝึกอบรมกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังในการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว การเก็บข้อมูลกระทำ 3 ครั้ง คือ ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง และระยะติดตามผล การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าที ค่าสถิติเชิงสัมพัทธ์ สถิติเชิงพรรณา และการวิเคราะห์เนื้อหาข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการวิจัย พบว่า กระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังมีผลทำให้กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการเห็นคุณค่าในตนเองเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติหลังการทดลอง แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในระยะติดตามผล คะแนนเฉลี่ยความเชื่อในความสามารถของตนเองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งหลังการทดลองและระยะติดตามผล การเปรียบเทียบกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังการทดลอง และระยะติดตามผล พบว่าคะแนนเฉลี่ยการเห็นคุณค่าในตนเองของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติคะแนนเฉลี่ยความเชื่อในความสามารถของตนเองของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และกิจกรรมด้านสุขภาพอนามัยในชุมชนของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุม จากการวิเคราะห์เนื้อหา และการประเมินผลโครงการฝึกอบรมของกลุ่มทดลองพบว่า มีการเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกัน คือมีการพัฒนาทักษะการฟัง การพูด การวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน การนำทรัพยากรมาใช้และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงประชาชนในหมู่บ้านมีความตระหนักเกี่ยวกับสุขภาพของครอบครัวและชุมชน และมีความรู้สึกเป็นเจ้าของชุมชนเพิ่มมากขึ้น การวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า กระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังมีผลในการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับบุคคลและชุมชน ควรมีการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขในชุมชนต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
เยาวดี สุวรรณนาคะ . (2543). ผลของกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังที่มีต่อการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เยาวดี สุวรรณนาคะ . 2543. "ผลของกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังที่มีต่อการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เยาวดี สุวรรณนาคะ . "ผลของกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังที่มีต่อการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print. เยาวดี สุวรรณนาคะ . ผลของกระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลังที่มีต่อการพัฒนาแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.
|
