ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสำรวจทัศนคติผู้บริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอที่เกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้ง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสำรวจทัศนคติผู้บริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอที่เกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้ง
นักวิจัย : คมชาญ เสาสกุล
คำค้น : 175 P.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222536000040
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เนื่องจากกิจกรรมการเลือกตั้งมีปัจจัยเกี่ยวพันกันอย่างสลับซับซ้อน โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันทางการเมืองสูงจะมีการใช้เทคนิคหรือกุศโลบายในกิจกรรมการเลือกตั้งสูง ตามไปด้วย เป็นต้นว่ามีคนเข้ามาเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมมากขึ้น มีการใช้เงินในการเลือกตั้งมากขึ้นปัจจุบันการเลือกตั้งได้ถูกกำหนดให้เป็นหน้าที่พลเมืองจึงทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกระดม หรือชักจูงจากบุคคลหรือองค์การให้ลงคะแนนเสียง แทนที่จะไปลงคะแนนเสียงด้วยสำนึกของตนเอง ดังนั้นกระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงต่อการบริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ยุติธรรม จึงได้จัดให้มีการสัมมนาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 11-12มกราคม 2534 เรื่องมาตรการป้องกันการซื้อเสียงในการเลือกตั้ง ซึ่งผลจากการสัมมนาได้เสนอแนะแนวทางป้องกันการซื้อเสียงเลือกตั้ง โดยมุ่งที่การแก้ไขกฎหมายเป็นสำคัญเช่น แก้ไขกฎหมายเลือกตั้งเกี่ยวกับการควบคุมการใช้จ่ายเงินในการหาเสียงเลือกตั้งยาว การแก้ไขพระราชบัญญัติพรรคการเมือง เป็นต้น ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาระยะทางได้แก่การปลูกสร้างทัศนคติค่านิยมในการเลือกตั้งใหม่ให้แก่ประชาชน มาตรการที่ได้จากการสัมมนาดังกล่าวจะสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้หรือไม่ บุคคลที่ตอบคำถามได้ดีคือ นายอำเภอและผู้อำนวยการเขต ทั้งนี้เพราะอำเภอหรือเขตเป็นส่วนราชการที่สำคัญในการบริหารงานตามแนวใหญ่ คือเป็นจุดเชื่อม(Point of contact) ระหว่างรัฐกับประชาชน โดยนายอำเภอและผู้อำนวยการเขตเป็นตัวแทนของรัฐ (Agentsor Field offices) ดังนั้นนายอำเภอและผู้อำนวยการเขตจึงเป็นเสมือนอุปกรณ์ของรัฐที่จะทำให้นโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่เนื่องจากลักษณะขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชนที่อยู่ในภาคต่าง ๆ ของประเทศแตกต่างกัน ตลอดจนภูมิหลังของผู้บริหารงานเลือกตั้งระดับอำเภอ (นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขต)แตกต่างกัน จึงทำให้ผู้วิจัยเห็นว่าอาจทำให้มาตรการที่ได้จากการสัมมนาอาจนำไปใช้ในทางปฏิบัติได้ไม่เหมือนกัน ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้ตั้งสมมติฐานในการวิจัยไว้ 4 ข้อดังนี้ 1. ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งผู้บริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอ มีความสัมพันธ์กับมาตรการป้องกันการซื้อเสียงเลือกตั้ง 2. ประสบการณ์การบริหารงานเลือกตั้งของผู้บริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอมีความสัมพันธ์กับมาตรการป้องกันการซื้อเสียงเลือกตั้ง 3. ภาคการปกครองที่ผู้บริหารงาน 4. วุฒิการศึกษาของผู้บริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอ มีความสัมพันธ์กับมาตรการป้องกันซื้อเสียงเลือกตั้ง ผู้วิจัยได้ศึกษาสภาพการซื้อเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และมาตรการแก้ไขที่ทางราชการได้ดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการปรับปรุงกฎหมาย(มาตรการป้องปราบ) การหากิจกรรมสนับสนุน มาตรการป้องกันการซื้อเสียง นายอำเภอกับการบริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ได้นำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจมาทดสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ด้วย จากการศึกษาตามสมมติฐานข้อที่ 1 พบว่ามาตรการเกี่ยวกับการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเลือกตั้ง 6 เดือนขึ้นไป มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ณ ระดับ 0.05 กับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งผู้บริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอ โดยระยะเวลาการดำรงตำแหน่งยิ่งนานยิ่งมีทัศนคติไม่เห็นด้วย สมมติฐานที่ 2 พบว่ามาตรการเกี่ยวกับการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอ มีความสัมพันธ์กับมาตรการป้องกันการซื้อเสียงเลือกตั้งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเลือกตั้ง 6 เดือนขึ้นไป มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ณ ระดับ 0.05 กับประสบการณ์การบริหารงานเลือกตั้งของผู้บริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอ โดยผู้บริหารงานเลือกตั้งที่มีประสบการณ์การบริหารงานเลือกตั้งมาก จะมีทัศนคติเห็นด้วยกับมาตรการเพิ่มมากขึ้น สมมติฐานที่ 3 พบว่ามาตรการเกี่ยวกับการกำหนดให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยไม่มีการรอลงอาญามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ณ ระดับ 0.05 กับภาคการปกครองที่ผู้บริหารงานเลือกตั้งดำรงตำแหน่งอยู่โดยผู้บริหารงานเลือกตั้งที่อยู่ในภาคใต้ ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีทัศนคติเห็นด้วยกับมาตรการนี้ลดหลั่นเรียงลำดับลงมา สมมติฐานที่ 4 พบว่า มาตรการเกี่ยวกับการเพิ่มหน่วยเลือกตั้ง โดยกำหนดให้หนึ่งหน่วยเลือกตั้งไม่ควรมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกิน 600 คน มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ณ ระดับ 0.05 กับคุณวุฒิทางการศึกษาของผู้บริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอ โดยผู้บริหารงานเลือกตั้งระดับอำเภอที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีลงมามีทัศนคติเห็นด้วยกับมาตรการเพิ่มหน่วยเลือกตั้งสามารถป้องกันการซื้อเสียงเลือกตั้งได้ เพื่อให้การวิจัยครั้งนี้เป็นไปโดยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผู้วิจัยได้เสนอแนวทางปรับปรุงพฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชนในระยะยาวโดยจำแนกกลุ่มเป้าหมายเป็น 3 ประเภท คือประชาชนทั่วไป ข้าราชการและกรรมการบริหารพรรคการเมืองซึ่งมีวิธีการพัฒนาแตกต่างกันไป 3 ระดับ ดังนี้ 1. การพัฒนาด้านประชาชน ได้แก่ การอบรมให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยในหมู่บ้านและการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยผ่านพรรคการเมือง 2. การพัฒนาองค์กร ได้แก่ องค์กรประชาชน องค์กรภาคราชการและพรรคการเมือง โดยการอบรมให้ความรู้เรื่องการรวมตัวของภาคเอกชน การเจรจาต่อรอง การสัมมนาปรับเปลี่ยนทัศนคติในบทบาทของข้าราชการและการขยายฐานพรรคการเมืองเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอย่างทั่วถึง ซึ่งผู้วิจัยคาดว่าหากได้มีพัฒนาการทางการเมืองทั้งระบบแล้วถึงแม้จะต้องใช้เวลาบ้างแต่ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะการปรับเปลี่ยนจากส่วนที่เป็นปัญหาไปสู่ส่วนที่สมดุลตามเหตุผล ณ เวลาในอนาคต ซึ่งทำให้วัฒนธรรมทางการเมืองของไทยเปลี่ยนแปลง โดยสภาพการซื้อเสียงเลือกตั้งเปลี่ยนมาเป็นการให้การสนับสนุนผ่านพรรคการเมืองและการลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองเดียวกับตนเอง

บรรณานุกรม :
คมชาญ เสาสกุล . (2536). การสำรวจทัศนคติผู้บริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอที่เกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้ง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
คมชาญ เสาสกุล . 2536. "การสำรวจทัศนคติผู้บริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอที่เกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้ง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
คมชาญ เสาสกุล . "การสำรวจทัศนคติผู้บริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอที่เกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้ง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
คมชาญ เสาสกุล . การสำรวจทัศนคติผู้บริหารงานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอำเภอที่เกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้ง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.