ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาแบบสุ่มประเมินผลการลดลงของริ้วรอยส่วนบนของใบหน้า โดยการฉีดพลาสมาที่มีปริมาณเกล็ดเลือดเข้มข้นของตนเอง เข้าใต้ผิวหนังด้านหนึ่งของใบหน้า เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาแบบสุ่มประเมินผลการลดลงของริ้วรอยส่วนบนของใบหน้า โดยการฉีดพลาสมาที่มีปริมาณเกล็ดเลือดเข้มข้นของตนเอง เข้าใต้ผิวหนังด้านหนึ่งของใบหน้า เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม
นักวิจัย : อมรรัตน์ รุ่งจรูญธนกุล
คำค้น : ผิวหนัง -- รอยย่น , ผิวหนัง -- รอยย่น -- การรักษา , เกล็ดเลือด -- การใช้รักษา , พลาสมา -- การใช้รักษา , Skin -- Wrinkles , Skin -- Wrinkles -- Treatment , Blood platelets -- Therapeutic use , Blood plasma -- Therapeutic use
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : มาริษา พงศ์พฤฒิพันธ์ , พลภัทร โรจน์นครินทร์ , กุสุมา รุ่งเรืองชัยศรี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42682
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

ที่มา : ริ้วรอยเป็นปัญหาหลักๆที่พบได้บ่อยในการรักษาด้านความงามของหน่วยผิวหนัง โดยการรักษานั้นก็มีหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีต่างก็มีความเสี่ยงต่างๆกันไป กระบวนการหลักในการรักษาปัญหาทางด้านริ้วรอยคือการกระตุ้นให้เกิดการหายของแผล เช่น ใช้ความร้อน , การทำให้เกิดแผลต่อผิวหนัง เช่น การลอกผิวม การใช้เข็ม โดยการใช้เข็มเจาะทะลุเข้าไปในผิวหนัง ในหลายปีมานี้ได้มีการใช้พลาสมาที่มีปริมาณเกล็ดเลือดเข้มข้นของตนเองมาเพื่อช่วยเร่งการรักษาของแผลให้ดีขึ้น เช่น การรักษาแผลเบาหวานที่เท้า, การปลูกถ่ายเส้นเอ็น นอกจากนี้ยังมีหลายการศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงผลที่ดีขึ้นของการรักษาริ้วรอยด้วยพลาสมาที่มีปริมาณเกล็ดเลือดเข้มข้นของตนเองร่วมกับการใช้เลเซอร์ หรือวิธีอื่นๆ ทางเราจึงได้ศึกษาผลของการรักษาริ้วรอยด้วยพลาสมาที่มีปริมาณเกล็ดเลือดเข้มข้นของตนเอง เปรียบเทียบกับน้ำเกลือ วัตถุประสงค์ : ศึกษาผลการรักษาริ้วรอยของใบหน้าส่วนบน หลังจากรักษาด้วยการฉีดพลาสมาที่มีปริมาณเกล็ดเลือดเข้มข้นของตนเอง เปรียบเทียบกับริ้วรอยที่รักษาด้วยการฉีดน้ำเกลือ วิธีการศึกษา : อาสาสมัครที่สุขภาพดี 30 คน อายุระหว่าง 30-70 ปี ที่มีริ้วรอยบนใบหน้าขณะพัก ที่หน้าผาก หางตา และใต้ตา ตาม Facial Grading Scale by ALASTAIR CARRUTHERS and JEAN CARRUTHERS ระดับ 2 ขึ้นไป นำมาสุ่มเลือกข้างของใบหน้าเพื่อทำการรักษาริ้วรอยบนใบหน้าส่วนบนโดยการฉีดพลาสมาที่มีปริมาณเกล็ดเลือดเข้มข้นของตนเอง และอีกข้างด้วยน้ำเกลือ ทุกๆ 4 สัปดาห์ ทั้งหมด 3 ครั้ง และติดตามผลหลังการรักษาหลังจากการฉีดครั้งแรกที่ 3 เดือน และ 6 เดือน ประเมินผลโดยการใช้เครื่อง Visioscan® ,แพทย์ผิวหนัง 3 ท่าน และความพึงพอใจของอาสาสมัครโดยดูจากภาพถ่ายก่อนการรักษา และหลังการรักษา ผลการศึกษา : จากการวัดด้วยเครื่อง Visioscan พบว่าริ้วรอยบนหน้าผากลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมในทุกครั้งที่ตรวจติดตาม (p value = 0.003 และ 0.005 ตามลำดับ) แต่ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของริ้วรอยบริเวณหางตาและใต้ตา รวมถึงเมื่อเปรียบเทียบการดีขึ้นของริ้วรอยที่ 6 เดือนหลังให้การรักษาครั้งที่ 1 เมื่อประเมินโดยแพทย์ (Physicians’ global assessment of wrinkles) โดยใช้ quartile grading scale ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม อย่างไรก็ตามที่ 6 เดือน เมื่อสิ้นสุดการวิจัยผู้เข้าร่วมวิจัยให้คะแนนริ้วรอยบนใบหน้าด้านที่ให้การรักษาด้วยพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นของตนเองโดยรวมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับด้านที่เป็นกลุ่มควบคุม (p value < 0.001, Wilcoxon signed-ranks test) และริ้วรอยบนใบหน้าบริเวณหน้าผาก, หางตา และใต้ตา ด้านที่ให้การรักษาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับด้านที่เป็นกลุ่มควบคุม ในทุกครั้งที่ตรวจติดตาม (ที่ 3 เดือน p value = 0.034, 0.019 และ 0.047 ตามลำดับ, Wilcoxon signed-ranks test),(ที่ 6 เดือน p value = 0.003, <0.001 และ 0.005 ตามลำดับ, Wilcoxon signed-ranks test) ไม่มีผู้เข้าร่วมวิจัยคนไหนที่ไม่พอใจการรักษาด้วยวิธีนี้ ทั้งที่ 3 เดือน และที่ 6 เดือนหลังการรักษาครั้งแรกพบว่า ผู้เข้าร่วมวิจัยมากกว่า 50% มีความพึงพอใจมาก และผู้เข้าร่วมวิจัย 65.5% อยากกลับมารักษาด้วยวิธีนี้อีกครั้ง ผลข้างเคียงที่พบคือ อาการแดง, บวม และช้ำ ซึ่งหายได้เองภายใน 3-4 วัน ผลข้างเคียงอื่น คือเกิดรอยเข็มหลังให้การรักษาครั้งแรกซึ่งหายไปภายใน 1 สัปดาห์ สรุปผล : การรักษาริ้วรอยด้วยการฉีด ร่วมกับพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น ได้ผลดีโดยเฉพาะในการรักษาริ้วรอยบริเวณหน้าผากเมื่อประเมินที่ 3 และ 6 เดือนหลังให้การรักษาครั้งแรก อย่างไรก็ตาม อาจมีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการรักษา เช่น ความรุนแรงการทำให้เกิดแผล, ชนิดของริ้วรอย และความรุนแรงของริ้วรอย ดังนั้นควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในการใช้พลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นเพื่อรักษาริ้วรอยต่อไป

บรรณานุกรม :
อมรรัตน์ รุ่งจรูญธนกุล . (2555). การศึกษาแบบสุ่มประเมินผลการลดลงของริ้วรอยส่วนบนของใบหน้า โดยการฉีดพลาสมาที่มีปริมาณเกล็ดเลือดเข้มข้นของตนเอง เข้าใต้ผิวหนังด้านหนึ่งของใบหน้า เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อมรรัตน์ รุ่งจรูญธนกุล . 2555. "การศึกษาแบบสุ่มประเมินผลการลดลงของริ้วรอยส่วนบนของใบหน้า โดยการฉีดพลาสมาที่มีปริมาณเกล็ดเลือดเข้มข้นของตนเอง เข้าใต้ผิวหนังด้านหนึ่งของใบหน้า เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อมรรัตน์ รุ่งจรูญธนกุล . "การศึกษาแบบสุ่มประเมินผลการลดลงของริ้วรอยส่วนบนของใบหน้า โดยการฉีดพลาสมาที่มีปริมาณเกล็ดเลือดเข้มข้นของตนเอง เข้าใต้ผิวหนังด้านหนึ่งของใบหน้า เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
อมรรัตน์ รุ่งจรูญธนกุล . การศึกษาแบบสุ่มประเมินผลการลดลงของริ้วรอยส่วนบนของใบหน้า โดยการฉีดพลาสมาที่มีปริมาณเกล็ดเลือดเข้มข้นของตนเอง เข้าใต้ผิวหนังด้านหนึ่งของใบหน้า เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.