ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การจัดการการบำบัดด้านยาสำหรับผู้ป่วยนอกโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเภสัชกร ณ โรงพยาบาลหนองบัว

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การจัดการการบำบัดด้านยาสำหรับผู้ป่วยนอกโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเภสัชกร ณ โรงพยาบาลหนองบัว
นักวิจัย : จรินทร์ญา เหล็กเพชร
คำค้น : เบาหวาน , การบริบาลทางเภสัชกรรม , ผู้ป่วย -- ความร่วมมือในการรักษา , เภสัชกรกับผู้ป่วย , Diabetes , Pharmaceutical services , Patient compliance , Pharmacist and patient
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุธาทิพย์ พิชญไพบูลย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/37223
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

วัตถุประสงค์: ศึกษาผลลัพธ์ทางคลินิกของการจัดการการบำบัดด้านยาสำหรับผู้ป่วยนอกโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเภสัชกร ณ โรงพยาบาลหนองบัว วิธีการศึกษา: ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ใช้ยาเม็ดลดระดับน้ำตาลในเลือด จำนวน 86 ราย ดำเนินการศึกษาระหว่างเดือนสิงหาคม 2553 ถึงเดือนกันยายน 2554 ผู้ป่วยถูกสุ่มเข้ากลุ่มศึกษาและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 43 ราย ผู้ป่วยกลุ่มศึกษาจะได้รับการจัดการการบำบัดด้านยา โดยผู้วิจัยค้นหา แก้ไขและป้องกันปัญหาจากการใช้ยา ความรู้เรื่องโรคและการปฏิบัติตัวแก่ผู้ป่วย รวมทั้งการปฏิบัติตามแนวทางการจ่ายยาที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้น ส่วนผู้ป่วยกลุ่มควบคุมรักษาในระบบเดิม ทั้ง 2 กลุ่มได้รับการติดตามผลการรักษาในเดือนที่ 0, 1, 2 และ 3 ผลการศึกษา: ลักษณะข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย และผลทางคลินิก (ระดับน้ำตาลในเลือด, ความดันเลือด, ระดับไขมันในเลือด) ของผู้ป่วยก่อนเข้าร่วมการศึกษาในเดือนที่ 0 ทั้ง 2 กลุ่มไม่แตกต่างกัน (P≥0.05) เมื่อสิ้นสุดการศึกษาในเดือนที่ 3 พบว่าผู้ป่วยกลุ่มศึกษามีค่าเฉลี่ยของระดับ A1C ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจาก 8.6 ± 1.5% เป็น 8.1 ± 1.2% (P<0.05) ขณะที่ผู้ป่วยกลุ่มควบคุมมีระดับ A1C เฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P≥0.05) และระดับ FPG ของผู้ป่วยกลุ่มศึกษาในเดือนที่ 0,1, 2 และ 3 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) แตกต่างจากผู้ป่วยกลุ่มควบคุมแม้ว่ามีระดับ FPG ลดลงแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ(P≥0.05) ผู้ป่วยกลุ่มศึกษาได้รับการจัดการการบำบัดด้านยา และปฏิบัติตามแนวทางการจ่ายยาที่จัดทำขึ้น 167 ครั้ง (97.1%) จากทั้งสิ้น 172 ครั้ง โดยพบจำนวนปัญหาจากการใช้ยาทั้งสิ้น 114 ปัญหา โดยเป็นปัญหาที่ผู้วิจัยสามารถแก้ได้เอง 104 ปัญหา และปัญหาที่ถูกส่งต่อขอรับคำปรึกษาจากแพทย์เป็นจำนวน 10 ปัญหา และพบปัญหาจากการปฏิบัติตนของผู้ป่วยทั้งสิ้น 97 ปัญหา สรุป: การจัดการการบำบัดด้านยา และปฏิบัติตามแนวทางการจ่ายยาที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้น ช่วยเพิ่มความร่วมมือในการรักษาของผู้ป่วย แก้ไขปัญหาจากการใช้ยาและการปฏิบัติตน ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

บรรณานุกรม :
จรินทร์ญา เหล็กเพชร . (2554). การจัดการการบำบัดด้านยาสำหรับผู้ป่วยนอกโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเภสัชกร ณ โรงพยาบาลหนองบัว.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จรินทร์ญา เหล็กเพชร . 2554. "การจัดการการบำบัดด้านยาสำหรับผู้ป่วยนอกโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเภสัชกร ณ โรงพยาบาลหนองบัว".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จรินทร์ญา เหล็กเพชร . "การจัดการการบำบัดด้านยาสำหรับผู้ป่วยนอกโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเภสัชกร ณ โรงพยาบาลหนองบัว."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
จรินทร์ญา เหล็กเพชร . การจัดการการบำบัดด้านยาสำหรับผู้ป่วยนอกโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเภสัชกร ณ โรงพยาบาลหนองบัว. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.