| ชื่อเรื่อง | : | การให้คำปรึกษาโดยเภสัชกรแก่ผู้ป่วยเดินได้โรคความดันโลหิตสูง ที่โรงพยาบาลไชยา |
| นักวิจัย | : | ฐิติมา ชูเทพย์ |
| คำค้น | : | ความดันเลือดสูง , การใช้ยา , การให้คำปรึกษา , เภสัชกร |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุธาทิพย์ พิชญไพบูลย์ , อัจฉรา อุทิศวรรณกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | 9743329551 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5096 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542 การศึกษาการให้คำปรึกษาโดยเภสัชกรแก่ผู้ป่วยเดินได้โรคความดันโลหิตสูงที่โรงพยาบาลไชยา ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2541 ถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2542 รวมระยะเวลา 6 เดือน วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือ เพื่อทราบผลการให้คำปรึกษาโดยเภสัชกร โดยเปรียบเทียบผลก่อนและหลังให้บริการเกี่ยวกับจำนวนผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง ความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคความดันโลหิตสูงและการรักษา ปัญหาความไม่ร่วมมือในการใช้ยาอาการไม่พึงประสงค์จากยาและอันตรกิริยาระหว่างยาและเวลา และค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษาโดยเภสัชกร โดยเลือกผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงและใช้ยาลดความดันโลหิตอยู่ ซึ่งมารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลไชยาระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2541 จัดกลุ่มผู้ป่วยตามเพศ ช่วงอายุและระดับความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูง และจัดเข้ากลุ่มศึกษาและกลุ่มควบคุมแบบสุ่ม เภสัชกรให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยในกลุ่มศึกษา 5 ครั้ง (รวมทั้งสิ้น 6 เดือน) มีผู้ป่วยในกลุ่มศึกษาและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 30 คน ในแต่ละกลุ่มมีผู้หญิง 20 คน และผู้ชาย 10 คน อายุเฉลี่ยในกลุ่มศึกษา 63.6 ปี และกลุ่มควบคุม 62.3 ปี เมื่อสิ้นสุดการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยกลุ่มศึกษาร้อยละ 60 มีความดันเฉลี่ยในหลอดเลือดแดงลดลง (10 ม.ม. ปรอทขึ้นไป) ขณะที่กลุ่มควบคุมลดลงร้อยละ 40 โดยผู้ป่วยกลุ่มศึกษาที่มีความดันโลหิตลดลงได้รับการเปลี่ยนขนานยาและ/หรือเพิ่มขนาดยาร้อยละ 20 คะแนนทดสอบความรู้ความเข้าใจเรื่องความดันโลหิตสูงและการรักษาในกลุ่มศึกษาก่อนและหลังได้รับคำปรึกษาเท่ากับ 36.5 คะแนน และ 43.8 คะแนน ตามลำดับ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ปัญหาความไม่ร่วมมือในการใช้ยาลดลงจากร้อยละ 43.3 เป็นร้อยละ 10 หลังจากได้รับคำปรึกษาโดยเภสัชกร อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่เภสัชกรค้นพบมีจำนวน 6 ปัญหา เภสัชกรช่วยแก้ไขได้ 1 ปัญหาและป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยหยุดใช้ยาได้ 4 ปัญหา และพบอันตรกิริยาระหว่างยาที่ควรได้รับการติดตาม 57 ปัญหา เภสัชกรใช้เวลาในการให้คำปรึกษาเฉลี่ย 4.6 นาทีต่อผู้ป่วย 1 คน คิดเป็นค่าใช้จ่าย 10.1 บาท ผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า การให้คำปรึกษาโดยเภสัชกรแก่ผู้ป่วยเดินได้โรคความดันโลหิตสูง มีประโยชน์โดยช่วยให้ผู้ป่วยมีความดันโลหิตลดลง มีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคความดันโลหิตสูงและการรักษาเพิ่มขึ้นและมีปัญหาความไม่ร่วมมือในการใช้ยาลดลงที่สำคัญที่สุดคือช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมความดันโลหิตให้ดีขึ้นจึงควรมีการให้บริการให้คำปรึกษาโดยเภสัชกรแก่ผู้ป่วยในทุกโรงพยาบาลเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย |
| บรรณานุกรม | : |
ฐิติมา ชูเทพย์ . (2542). การให้คำปรึกษาโดยเภสัชกรแก่ผู้ป่วยเดินได้โรคความดันโลหิตสูง ที่โรงพยาบาลไชยา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฐิติมา ชูเทพย์ . 2542. "การให้คำปรึกษาโดยเภสัชกรแก่ผู้ป่วยเดินได้โรคความดันโลหิตสูง ที่โรงพยาบาลไชยา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฐิติมา ชูเทพย์ . "การให้คำปรึกษาโดยเภสัชกรแก่ผู้ป่วยเดินได้โรคความดันโลหิตสูง ที่โรงพยาบาลไชยา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print. ฐิติมา ชูเทพย์ . การให้คำปรึกษาโดยเภสัชกรแก่ผู้ป่วยเดินได้โรคความดันโลหิตสูง ที่โรงพยาบาลไชยา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.
|
