| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช |
| นักวิจัย | : | กมลวรรณ อ่อนละมัย |
| คำค้น | : | เบาหวาน , กลุ่มอาการเผาผลาญผิดปกติ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อัจฉรา อุทิศวรรณกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13179 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 การควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมมีความสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ในประเทศไทยมีการศึกษาความชุกของกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมแต่ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมยังมีอยู่อย่างจำกัด วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาความชุกและประเมินความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเสี่ยงกับกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 วิธีการดำเนินการวิจัย : เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวางในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ที่เข้ารับการรักษาที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก กองอายุรกรรม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โดยทำการเก็บข้อมูลจากเวชระเบียน และการสัมภาษณ์ผู้ป่วยระหว่างเดือนตุลาคม 2550 ถึง ธันวาคม 2550 ผลการวิจัย: มีผู้ป่วยเข้าร่วมการศึกษาจำนวน 185 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 62 คน และ ผู้หญิง 123 คน พบว่าความชุกของกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เท่ากับร้อยละ 77.3 (ร้อยละ 62.9 ในผู้ป่วยชาย และร้อยละ 84.6 ในผู้ป่วยหญิง) โดยใช้เกณฑ์การวินิจฉัยของ International Diabetes Federation เมื่อใช้เกณฑ์ของ NCEP ATP III (ปรับเส้นรอบเอวตามเกณฑ์เอเชีย) พบว่ามีผู้ป่วยกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมร้อยละ 93.5 ความถี่สูงสุดของกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมในการวิจัยนี้นอกจากพบในผู้ป่วยที่มีเส้นรอบเอวเกินและระดับกลูโคสเมื่ออดอาหารสูงแล้ว ยังพบในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง (ร้อยละ 93.71) และ ระดับเอช-ดีแอล โคเลสเตอรอลต่ำ (ร้อยละ 89.51) ในการศึกษานี้ พบว่าปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเกิดกลุ่มอาการเมแทบอลิซึม ได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น (OR 1.10, P=0.005) ดัชนีมวลกาย (1.66, P=0.000) และเพศหญิง (OR 3.70, P=0.026) ปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ การสูบบุหรี่ สภาพทางเศรษฐานะ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร การดื่มแอลกอฮอล์ การออกกำลังกาย อาชีพ ระดับการศึกษา และ สถานภาพการสมรส ไม่พบความสัมพันธ์กับกลุ่มอาการเมแทบอลิซึม สรุป: กลุ่มอาการเมแทบอลิซึมพบว่ากำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญของของชุมชนในเมือง โดยพบความชุกในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ถึงร้อยละ 77.3 ซึ่งปัจจัยดัชนีมวลกายเป็นปัจจัยที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ การวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยกลุ่มอาการเมแทบอลิซึม โดยเฉพาะการเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติประจำในโรงพยาบาลเพื่อช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
กมลวรรณ อ่อนละมัย . (2550). ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กมลวรรณ อ่อนละมัย . 2550. "ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กมลวรรณ อ่อนละมัย . "ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. กมลวรรณ อ่อนละมัย . ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการเมแทบอลิซึมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
