ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาคู่นามกับกริยาในภาษามือไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาคู่นามกับกริยาในภาษามือไทย
นักวิจัย : วรินธร จารุโชติธนาวัฒน์
คำค้น : ภาษามือ , ภาษาไทย -- การใช้ภาษา , ภาษาไทย -- คำกริยา , ภาษาไทย -- คำนาม , คนหูหนวก
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : กิ่งกาญจน์ เทพกาญจนา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : 9743345299 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12140
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและจัดประเภทคู่นามกับกริยาในภาษามือไทย และศึกษาลักษณะความสัมพันธ์ทางความหมายของคู่นามกับกริยาแต่ละประเภทที่จัดได้ ข้อมูลในงานวิจัยได้จากการบันทึกวีดิทัศน์การทำสัญญามือของคนหูหนวก ตามรายการศัพท์คู่นามกับกริยาที่จัดทำขึ้น ผลการวิจัยพบว่าคู่นามกับกริยาในภาษามือไทยจำแนกได้ 2 ประเภท โดยใช้องค์ประกอบทางรูปที่ต่างกันเป็นเกณฑ์ในการจำแนก องค์ประกอบทางรูปที่ต่างกันในคู่นามกับกริยา ได้แก่ องค์ประกอบการเคลื่อนมือและ หรือองค์ประกอบที่ไม่ใช้มือ คู่นามกับกริยาประเภทที่พบมากกว่าคือคู่นามกับกริยาที่ต้องใช้ 2 องค์ประกอบในการแยกรูปนามกับกริยา คือใช้องค์ประกอบการเคลื่อนมือร่วมกับองค์ประกอบที่ไม่ใช้มือ โดยคิดเป็นเกือบ 80% ของข้อมูลทั้งหมด ส่วนคู่นามกับกริยาอีกประเภทหนึ่ง ได้แก่ คู่นามกับกริยาที่ใช้องค์ประกอบที่ไม่ใช้มือเพียงองค์ประกอบเดียวในการยแยกรูปนามกับกริยา คิดเป็นประมาณ 20% ของข้อมูลทั้งหมด สัญญาณนามในทั้ง 2 ประเภทสามารถใช้องค์ประกอบที่ไม่ใช้มือ ซึ่งถ้าใช้องค์ประกอบที่ไม่ใช้มือแล้วจะใช้องค์ประกอบดังกล่าวน้อยกว่าสัญญาณกริยา สัญญาณนามในประเภทที่ 1 ยังมีการทำสัญญาณซ้ำด้วยอาการเคลื่อนมือที่ต่างไปจากสัญญาณกริยาด้วย ในขณะที่ทั้งองค์ประกอบไม่ใช้มือและองค์ประกอบใช้มือใช้แยกรูปคู่นามกับกริยาได้ แต่องค์ประกอบที่ไม่ใช้มือมีความสำคัญกว่า ดังนั้นจึงไม่ยืนยันสมมุติฐานที่ตั้งไว้ว่าคู่นามกับกริยาต้องใช้องค์ประกอบทั้งสองร่วมกันในการแยกรูปนามกับกริยา คู่นามกับกริยามีความสัมพันธ์ทางความหมายจัดเป็นประเภทได้ 5 ประเภท จากมากไปหาน้อย ได้แก่ ความสัมพันธ์ทางความหมายแบบเครื่องมือ ผู้ทรงสภาพ ผู้ถูก ผู้ก่อการ และผู้เสริม ความสัมพันธ์ทางความหมายระหว่างคู่นามกับกริยาในแต่ละประเภทไม่มีลักษณะร่วมกัน ซึ่งไม่ยืนยันสมมุติฐาน และความสัมพันธ์ทางความหมายระหว่างคู่นามกับกริยาในแต่ละประเภทมีลักษณะต่างกัน ซึ่งยืนยันสมมุติฐาน คู่นามกับกริยาในแต่ละประเภทยังจำแนกโดยใช้ลักษณะการทำสัญญาณซ้ำ อาการเคลื่อนมือ การใช้องค์ประกอบที่ไม่ใช้มือ และการใช้องค์ประกอบที่ไม่ใช้มือมากเป็นเกณฑ์ในการจำแนก ทำให้พบว่าสัญญาณกริยามีรูปแบบหลากหลายกว่าสัญญาณนาม แสดงให้เห็นว่าสัญญาณนามเป็นรูปผันจากสัญญาณกริยา โดยใช้กฎต่าง ๆ อันได้แก่ กฎยั้งอาการเคลื่อนมือ กฎทำสัญญาณซ้ำ กฎตัดและกฎลดองค์ประกอบที่ไม่ใช้มือ

บรรณานุกรม :
วรินธร จารุโชติธนาวัฒน์ . (2542). การศึกษาคู่นามกับกริยาในภาษามือไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรินธร จารุโชติธนาวัฒน์ . 2542. "การศึกษาคู่นามกับกริยาในภาษามือไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรินธร จารุโชติธนาวัฒน์ . "การศึกษาคู่นามกับกริยาในภาษามือไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print.
วรินธร จารุโชติธนาวัฒน์ . การศึกษาคู่นามกับกริยาในภาษามือไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.