| ชื่อเรื่อง | : | การีตหน่วยคำและการีตกลุ่มคำในภาษาสเปน : การศึกษาทางวากยสัมพันธ์และอรรถศาสตร์ |
| นักวิจัย | : | หนึ่งหทัย แรงผลสัมฤทธิ์ |
| คำค้น | : | ภาษาสเปน -- หน่วยคำ , ภาษาสเปน -- อรรถศาสตร์ , ภาษาสเปน -- วากยสัมพันธ์ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | กิ่งกาญจน์ เทพกาญจนา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | 9741734948 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6806 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548 งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การีตหน่วยคำและการีตกลุ่มคำในภาษาสเปนในด้านโครงสร้างความหมาย และการใช้ รวมทั้งเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการีตทั้งสองประเภท ผู้วิจัยทำการศึกษาภายในกรอบทฤษฎีภาษาศาสตร์ปริชาน-หน้าที่โดยอาศัยข้อมูลภาษาที่ใช้จริงในคลังข้อมูลทั้งที่เป็นภาษาพูดและภาษาเขียน ผลการศึกษาการีตหน่วยคำแสดงให้เห็นว่าการสร้างการีตหน่วยคำในภาษาสเปนจะนำรากศัพท์ที่เป็นคำคุณศัพท์หรือคำนามมาเติมหน่วยเติมหลังศัพท์ -ar, -ear, -izar, -ificar, -itar, -ecer, -iguar และ -rentar และอาจประกอบด้วยหน่วยเติมหน้าศัพท์ a-, en- อีก โดยการเลือกใช้หน่วยเติมศัพท์ใดมาสร้างกริยาแสดงการีตเป็นเรื่องเฉพาะศัพท์ ไม่อาจกำหนดเป็นกฎได้ ในด้านความหมาย กริยาที่สร้างจากคำคุณศัพท์จะมีความหมายการีตคือการทำให้ผู้รับเหตุเปลี่ยนแปลงสภาพมามีลักษณะตามความหมายของรากศัพท์ ส่วนกริยาที่สร้างจากคำนามจะมีความหมายหลายลักษณะ ได้แก่ การทำให้ผู้รับเหตุมีคำนวมที่เป็นรากศัพท์ การทำให้ผู้รับเหตุปกคลุมหรือล้อมรอบไปด้วยคำนามที่เป็นรากศัพท์ การทำให้ผู้รับเหตุเปลี่ยนสภาพมาเป็นหรือเหมือนคำนามที่เป็นรากศัพท์ และการทำให้ผู้รับเหตุเปลี่ยนสถานที่มาอยู่ในคำนามที่เป็นรากศัพท์ โดยการตีความว่ากริยานั้นมีความหมายแสดงการีตแบบใดจะอาศัยกระบวนการนามนัยประกอบกับการพิจารณาว่ามโนทัศน์ที่สัมพันธ์ใกล้ชิดกับมโนทัศน์ของรากศัพท์ใดที่มีความเด่นทางปริชานมากที่สุด หน่วยสร้างการีตกลุ่มคำในภาษาสเปนมีกริยาการีตหลายคำ คือ hacer 'made', dejar 'let', obligar 'oblige', poner 'put' และ forzar 'force' กริยาการีต hacer และ poner มีส่วนเติมเต็ม 2 ประเภท คือ ส่วนเติมเต็มที่ประกอบด้วยกริยา และส่วนเติมที่ไม่ใช่กริยา ส่วนเติมเต็มที่ไม่ใช่กริยาจะแสดงสถานการณ์การีตที่เหตุการณ์ผลเป็นสภาพ แต่ส่วนเติมเต็มที่ประกอบด้วยกริยาจะแสดงสถานการณ์การีตที่เหตุการณ์ผลเป็นการกระทำหรือสภาพก็ได้ กริยาการีต dejar, obligar และ forzar จะปรากฏกับส่วนเติมเต็มที่ประกอบด้วยกริยาเท่านั้น ส่วนเติมเต็มที่ประกอบด้วยกริยามี 2 โครงสร้าง คือ ส่วนเติมเต็มรูปกิริยากลาง และส่วนเติมเต็มสมมุติมาลา ส่วนเติมเต็มรูปกริยากลางเป็นรูปที่นิยมใช้มากกว่า แต่หากอนุพากย์ส่วนเติมเต็มมีส่วนประกอบมาก โครงสร้างสมมุติมาลาก็จะมีแนวโน้มที่จะถูกเลือกใช้มากขึ้น ผู้วิจัยเสนอว่าปัจจัยเรื่องความหนักและความประหยัดเป็นหลักการที่มีผลต่อการเลือกใช้รูปภาษาทั้งสองแบบ นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องความเป็นสิ่งมีชีวิตของผู้รับและการหลีกเลี่ยงความกำกวมของรูปภาษามีผลต่อการแสดงรูปการกของนามวลีที่เป็นผู้รับเหตุ ความแตกต่างระหว่างการีตหน่วยคำและการีตกลุ่มคำในภาษาสเปน คือ การีตหน่วยคำจะแสดงเหตุการณ์ผลที่เป็นสภาพเท่านั้น ในขณะที่การีตกลุ่มคำสามารถแสดงเหตุการณ์ผลได้ทั้งที่เป็นสภาพและการกระทำ ในแง่ความถี่การีตหน่วยคำมีความถี่โดยรวมสูงกว่าการีตกลุ่มคำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และเมื่อพิจารณาแยกย่อยลงไปเป็นความถี่ของสถานการณ์การีตก็พบว่าสถานการณ์การีตที่พบบ่อยส่วนใหญ่อยู่ในรูปการีตหน่วยคำ ส่วนสถานการณ์การีตที่พบเพียงครั้งเดียวในคลังข้อมูลปรากฏในรูปการีตกลุ่มคำสูงกว่า ผลที่ได้ดังกล่าวสามารถอธิบายได้ด้วยหลักความประหยัดและหลักความโปร่งใสทางหน้าที่ |
| บรรณานุกรม | : |
หนึ่งหทัย แรงผลสัมฤทธิ์ . (2548). การีตหน่วยคำและการีตกลุ่มคำในภาษาสเปน : การศึกษาทางวากยสัมพันธ์และอรรถศาสตร์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. หนึ่งหทัย แรงผลสัมฤทธิ์ . 2548. "การีตหน่วยคำและการีตกลุ่มคำในภาษาสเปน : การศึกษาทางวากยสัมพันธ์และอรรถศาสตร์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. หนึ่งหทัย แรงผลสัมฤทธิ์ . "การีตหน่วยคำและการีตกลุ่มคำในภาษาสเปน : การศึกษาทางวากยสัมพันธ์และอรรถศาสตร์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print. หนึ่งหทัย แรงผลสัมฤทธิ์ . การีตหน่วยคำและการีตกลุ่มคำในภาษาสเปน : การศึกษาทางวากยสัมพันธ์และอรรถศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.
|
