| ชื่อเรื่อง | : | การไหลของตะกอนผ่านฝายหยัก |
| นักวิจัย | : | โชติกร แดงประไพ |
| คำค้น | : | ตะกอนลำน้ำ , ฝายหยัก , แบบจำลองทางชลศาสตร์ , อัตราการไหลของน้ำ , ตะกอน (ธรณีวิทยา) |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | เสรี จันทรโยธา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | 9745315001 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/7189 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547 การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์คือการหาประสิทธิภาพการระบายตะกอนผ่านฝายหยักที่มีการปรับปรุงรูปแบบหน้าฝาย และลักษณะการเปลี่ยนแปลงท้องน้ำ โดยพิจารณาผลที่เกิดขึ้นเนื่องจากการกำหนดปัจจัยที่สำคัญสามประการคือ สภาพไหลของน้ำ อัตราการนำพาตะกอน และรูปแบบของฝาย การศึกษานี้ใช้แบบจำลองชลศาสตร์กายภาพ ประกอบด้วยรางน้ำสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด กว้าง 0.6 ม. ยาว 18.0 ม. สูง 0.75 ม. เครื่องโรยทราย ระบบหมุนเวียนน้ำ และแบบจำลองฝายหยัก ณ ห้องปฏิบัติการแบบจำลองชลศาสตร์และชายฝั่งทะเล ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการทดลองทั้งหมด 21 ชุดการทดลอง โดยพิจารณาสภาพการไหลที่มีอัตราการนำพาตะกอนแตกต่างกัน 7 ค่าในช่วง 24-30 ลิตรต่อวินาที และฝายหยักรูปแปลนสี่เหลี่ยมคางหมูสูง 0.1 เมตร 3 รูปแบบได้แก่ แบบ A เป็นรูปแบบที่มีผนังของฝายตั้งตรง และไม่มีอาคารด้านหน้าตัวฝาย แบบ B เป็นรูปแบบที่มีความลาดชันของผนังตัวฝาย และไม่มีอาคารด้านหน้าตัวฝาย และแบบ C เป็นรูปแบบที่มีความลาดชันเฉพาะด้านหน้าตัวฝายและมีการยกระดับพื้นหน้าฝายเป็นระยะครึ่งหนึ่งของความสูงฝาย จากผลการทดลองพบว่า การปรับปรุงรูปแบบของหน้าฝายของฝายหยักจากแบบ A ไปสู่แบบ B และ C นั้น ทำให้ประสิทธิภาพการไหลผ่านฝายเปลี่ยนแปลงไป ค่าสัมประสิทธิ์การไหล (C[subscript d]) ของฝายทั้ง 3 แบบอยู่ในช่วง 0.45-0.65 โดยความสัมพันธ์ระหว่างค่าสัมประสิทธิ์การไหล (C[subscript d]) กับอัตราส่วนของเฮดรวมเหนือสันฝายต่อความสูงฝาย (H[subscript t]/P) มีลักษณะแปรผกผันเหมือนกันทั้ง 3 รูปแบบฝาย คือค่า C[subscript d] มีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อค่า H[subscript t]/P ลดลง โดยฝาย A มีค่า H[subscript t]/P อยู่ระหว่าง 0.4-0.6 ค่า C[subscript d] มีค่าอยู่ระหว่าง 0.5-0.65 ส่วนค่า H[subscript t]/P และค่า C[subscript d] ของฝาย B และฝาย C มีค่าอยู่ระหว่าง 0.5-0.65 และ 0.45-0.55 เหมือนกัน ค่า C[subscript d] ของฝาย B และ C มีค่ามากกว่าฝาย A ในช่วงของค่า H[subscript t]/P เพิ่มขึ้นจาก 0.65 ขึ้นไป ในขณะที่เมื่อค่า H[subscript t]/P ลดลงจากค่า 0.65 ลงไป ค่า C[subscript d] มีค่าน้อยกว่า ส่วนประสิทธิภาพการระบายตะกอนผ่านฝายของฝาย C หลังจากท้องน้ำเข้าสู่สมดุล มีค่ามากกว่าฝาย A และ B ประมาณ 5% |
| บรรณานุกรม | : |
โชติกร แดงประไพ . (2547). การไหลของตะกอนผ่านฝายหยัก.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. โชติกร แดงประไพ . 2547. "การไหลของตะกอนผ่านฝายหยัก".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. โชติกร แดงประไพ . "การไหลของตะกอนผ่านฝายหยัก."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print. โชติกร แดงประไพ . การไหลของตะกอนผ่านฝายหยัก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.
|
