| ชื่อเรื่อง | : | ข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศและการใช้ภาษาต่างประเทศของภาคใต้ |
| นักวิจัย | : | ปรารถนา กาลเนาวกุล |
| คำค้น | : | การเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4610022 , http://research.trf.or.th/node/1350 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การสังเคราะห์งานวิจัยการเรียนการสอนและการใช้ภาษาต่างประเทศของภาคใต้ รายงานฉบับนี้เป็นการสังเคราะห์ผลการวิจัยข้อมูลพื้นฐานในโครงการวิจัยการเรียนการสอนและการใช้ภาษา ต่างประเทศของภาคใต้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศในภาคใต้ และเพื่อศึกษาความพึงพอใจ ความต้องการ และปัญหาในการใช้ภาษาต่างประเทศในสถานประกอบการธุรกิจต่างๆ ในภาคใต้ โครงการวิจัยนี้ประกอบด้วยกลุ่มทำงานในโครงการย่อย 6 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ศึกษาสภาพความพึงพอใจ ความต้องการและปัญหาการใช้ภาษาต่างประเทศในสถานประกอบการในเขตจังหวัดภาคใต้ และกลุ่มที่ศึกษาข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศในโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันการอาชีวศึกษา และสถาบันอุดมศึกษา ข้อมูลที่ใช้เป็นข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถาม โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่สุ่มจากสถานประกอบการในภาคใต้ ( ผู้ว่าจ้าง/หัวหน้างาน ) และจากสถานศึกษาในภาคใต้ ( ผู้บริหาร ผู้สอนและผู้เรียนภาษาต่างประเทศ ) รวมทั้งสิ้นจำนวน 875 คน โครงการวิจัยย่อยแต่ละกลุ่มใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง หรือ สุ่มอย่างง่ายในขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้ได้ตัวแทนที่ครอบคลุมทุกภาษา ทุกประเภทสถานศึกษา และประกอบธุรกิจที่เป็นลักษณะเด่นของภาคใต้ให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้บรรลุวัตถุของโครงการวิจัยดังกล่าวข้างต้น ผลการวิเคราะห์งานวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างสถานศึกษาในภาคใต้มีการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ 11 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน ภาษาอิตาเลียน ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ภาษามลายู ภาษาอาหรับ และภาษาเขมร ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศภาษาเดียวที่มีการเปิดสอนในทุกระดับการศึกษา และทุกสถานศึกษา ภาษามลายูและภาษาอาหรับก็มีการเปิดสอนในทุกระดับการศึกษาเช่นกัน แต่จำกัดอยู่ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม โรงเรียน ตาดีกา ( สำหรับประถมศึกษา ) และสถาบันอุดมศึกษาบางแห่ง ผู้สอนภาษาต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นชาวไทย ในสถานศึกษาบางแห่งผู้สอนไม่มีคุณวุฒิตรงกับสาขาวิชาที่สอน กลุ่มตัวอย่างผู้สอนส่วนใหญ่ มักใช้ภาษาไทยในการสอนภาษามากกว่าใช้ภาษาต่างประเทศ มีผู้ถนัดการสอนทักษะการอ่านจำนวนมากที่สุด ถนัดทักษะการสอนการฟังน้อยที่สุดโดยภาพรวมแล้ว กลุ่มตัวอย่างผู้สอนส่วนใหญ่ต้องการพัฒนาทักษะการฟังและการพูด ปัญหาที่พบมากที่สุดของผู้สอนคืการขาดโอกาสพัฒนาความรู้ในสาขาวิชาที่สอนและภาระงานที่มากเกินไปส่วนปัญหาในการสอนที่พบมากคือ ปัญหาผู้เรียนขาดพื้นฐานภาษาต่างประเทศที่ดี ไม่กระตือรือร้นขาดความมั่นใจ และไม่กล้าแสดงออก และปัญหาจำนวนผู้เรียนในแต่ละห้องเรียนมีมากเกินไป ผู้เรียนมักไม่มีโอกาสได้ใช้ภาษาต่างประเทศในชีวิตประจำวันนอกห้องเรียน และไม่ได้มีกิจกรรมนอกห้องเรียนที่เสริมทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศมากนัก ส่วนในห้องเรียนผู้เรียนก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ฝึกทักษะด้านต่างๆ เพราะจำนวนผู้เรียนในแต่ละห้องมากเกินไป และเวลาเรียนก็มีน้อยไป พฤติกรรมการเรียนส่วนใหญ่คือการเข้าเรียนอย่างสม่ำเสมอ และการทำแบบฝึกหัด และไม่มีการศึกษาด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทักษะที่ถนัดที่สุด คือการอ่าน และทักษะที่ถนัดน้อยที่สุด และต้องการพัฒนามากที่สุด คือการพูดและการฟัง ผู้เรียนส่วนใหญ่มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาต่างประเทศ แต่มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษอยู่ในระดับน้อยกว่าภาษาอื่นๆ ปัญหาส่วนใหญ่ของผู้เรียนคือ วิธีการสอนของผู้สอน บรรยากาศในห้องเรียนร้อนอบอ้าว และเสียงดัง ไม่เหมาะต่อการเรียนรู้ นอกจากนี้สื่อการเรียนรู้มีน้อย ไม่น่าสนใจ และไม่ทันสมัย และการไม่มีโอกาสฝึกทักษะอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ กลุ่มตัวอย่างผู้เรียนระดับอุดมศึกษาส่วนใหญ่ยังระบุด้วยว่าตนเองยังไม่มีความพร้อมในการใช้ภาษาต่างประเทศในการทำงานหรือศึกษาต่อ ภาษาต่างประเทศที่มีการใช้มากที่สุด และต้องการมากที่สุดในกลุ่มตัวอย่างสถานประกอบการในเขตจังหวัดภาคใต้คือภาษาอังกฤษ รองลงมาคือ ภาษาจีน และภาษามลายู อย่างไรก็ตามความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ภาษาต่างประเทศไม่ได้หมายความถึงการเพิ่มจำนวนบุคลากร แต่ หมายถึงความต้องการให้บุคลากรที่มีอยู่แล้วมีความรู้ภาษาต่างประเทศเพิ่มขึ้น ทักษะที่ใช้และที่ต้องการพัฒนามากที่สุดคือการพูดและการฟัง กลุ่มตัวอย่างนายจ้าง / หัวหน้างานส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในความสามารถของบุคลากรในระดับน้อย ข้อค้นพบที่น่าสนใจก็คือกลุ่มตัวอย่างนายจ้าง/หัวหน้างานที่พอใจความสามารถด้านการพูดและการฟังของบุคลากรผู้ที่มีวุฒิสาขาวิชาภาษาต่างประเทศโดยตรงมีจำนวนน้อยกว่ากลุ่มที่พอใจความสามารถของผู้ที่ไม่มีวุฒิภาษาต่างประเทศโดยตรง กลุ่มตัวอย่างกลุ่มต่างๆ ได้ให้ข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศไว้หลายประการ อาทิเช่น การจัดตั้งศูนย์ภาษาต่างประเทศในท้องถิ่นเพื่อให้บริการชุมชนด้านการใช้ภาษาต่างประเทศ การจัดทำคู่มือการใช้ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษามลายูแจกแก่สถานประกอบการ การจัดรายวิชาภาษาต่างประเทศให้บูรณาการกับรายวิชาอื่นๆ และสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น การจัดสรรงบประมาณในการจ้างครูต่างชาติที่เป็นเจ้าของภาษา และครูชาวไทยให้เพียงพอ การพัฒนาคุณภาพของผู้สอน การจัดแหล่งการเรียนรู้และกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศให้แก่ผู้เรียน การลดขนาดชั้นเรียนให้เล็กลงเพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสฝึกปฏิบัติอย่างทั่วถึงเป็นต้น ข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนและการใช้ภาษาต่างประเทศระดับประถมศึกษาในภาคใต้ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศระดับประถมศึกษาในภาคใต้ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดภาคใต้ จำนวน 18 คน และครูผู้สอนภาษาต่างประเทศในโรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้ จำนวน 36 คนการดำเนินการวิจัยใช้แบบสอบถาม 2 ชุด ประกอบด้วย แบบสอบถามผู้บริหาร และแบบสอบถามครูผู้สอนวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละจัดลำดับความถี่ แล้วนำเสนอโดยการบรรยายผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ 1. ด้านผู้บริหาร ผลการวิจัยพบว่าผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการเป็นผู้บริหารต่ำกว่า 6 ปี และส่วนใหญ่ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมในการประชุม / อบรม / สัมมนาเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ในการกำหนดนโยบายการสอนภาษาต่างประเทศ พบว่าโรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในการกำหนดนโยบายตามแผนการศึกษาภาคบังคับของหลักสูตรอยู่ในระดับสูง โดยให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายตามความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนน้อย ในการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ พบว่าโรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้ร้อยละ 88.9 มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเป็นการเฉพาะ 2. ด้านครูผู้สอน ผลการวิจัยพบว่าครูผู้สอนภาษาต่างประเทศโรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้ร้อยละ 77.8 ไม่มีวุฒิการศึกษาวิชาเอกหรือโทด้านภาษาต่างประเทศ และครูร้อยละ 52.8 ไม่มีการเพิ่มพูนความรู้ด้านภาษาต่างประเทศในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ครูผู้สอนภาษาต่างประเทศ โรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้ร้อยละ 86.1 ต้องสอนวิชาในกลุ่มประสบการณ์อื่นๆ ด้วย และครูที่สอนภาษาต่างประเทศในภาคใต้ทุกคนมีภาระงานอื่นๆ ในโรงเรียนที่นอกเหนือจากภาระงานสอน 3. ด้านหลักสูตรและการสอน ผลการวิจัยพบว่าครูไม่เข้าใจหลักสูตร นำมาเขียนแผนการเรียนรู้และจัดกิจกรรมยาก เวลาเรียนน้อยไม่สามารถสอนได้ตามหลักสูตร รูปแบบที่ครูนำมาใช้ปฏิบัติการสอนมากที่สุดคือรูปแบบการสอนแบบบูรณาการ สำหรับการให้ความสำคัญกับทักษะในการให้ความรู้ในการสอน พบว่าครูให้ความสำคัญกับทักษะด้านการพูดมากกว่าการให้ความสำคัญในทักษะด้านอื่นๆ เครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ พบว่าครูใช้การสอนปฏิบัติจริงในระดับมากร้อยละ 91.7 ข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนและการใช้ภาษาต่างประเทศในระดับมัธยมศึกษาของภาคใต้ โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอนวิชาภาษาต่างประเทศและการใช้ภาษาต่างประเทศในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในภาคใต้ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้มาจากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาสังกัดกรมสามัญศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน 18 โรงเรียน ในจังหวัดภาคใต้ 6 จังหวัดที่ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย ได้แก่ ภูเก็ต ชุมพร สุราษฎร์ธานี โรงเรียนที่มีการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศที่หลากหลายจะได้รับการสุ่มเพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่ครอบคลุมภาษาต่างประเทศให้ครบถ้วนที่สุดกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย 1) ผู้บริหารโรงเรียนที่รับผิดชอบฝ่ายวิชาการ จำนวน 18 คน 2) ผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น และภาษาจีน จำนวน 65 คน โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย ในกรณีที่มีผู้สอนภาษาต่างประเทศบางภาษาในโรงเรียนเพียง 1 ราย ก็เจาะจงใช้รายนั้นเป็นกลุ่มตัวอย่างเลย และ 3) ผู้เรียนภาษาต่างประเทศดังกล่าว โดยสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการจับฉลาก จำนวน129 คน รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 212 คน แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลมี 3 ชุด สำหรับกลุ่มตัวอย่างแต่ละกลุ่มทั้ง 3 กลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า ภาษาต่างประเทศที่มีการสอนมากที่สุดคือ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน ตามลำดับ ผู้สอนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยและผู้สอนชาวต่างประเทศน้อยมาก ที่มีอยู่บางรายก็ไม่เป็นเจ้าของภาษา อุปกรณ์การเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ เช่น คอมพิวเตอร์ และที่นั่งในห้องปฏิบัติการทางภาษายังมีจำนวนจำกัด การสนับสนุนผู้สอนภาษาต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นการเข้าร่วมประชุม สัมมนา ฝึกอบรม การทำผลงานวิชาการ การคัดเลือกครูใช้วิธีการสอบสัมภาษณ์และประวัติส่วนตัว ไม่มีการสอบข้อเขียน กลุ่มตัวอย่างผู้บริหารส่วนใหญ่มีความเห็นว่าปัญหาการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศในสถานศึกษาคือ ผู้เรียนขาดการฝึกฝนนอกชั้นเรียน จำนวนผู้เรียนต่อห้องมากเกินไป และขาดแหล่งการเรียนรู้ และมีข้อเสนอแนะให้มีการจัดงบประมาณจ้างครูชาวต่างประเทศเพิ่มเติม จัดวิทยากรที่เป็นเจ้าของภาษาให้ความรู้แก่ผู้สอนภาษาต่างประเทศ และจัดทัศนศึกษาต่างประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ ผู้สอนภาษาต่างประเทศส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ภายในประเทศ มีคุณวุฒิสาขาวิชาตรงกับวิชาที่สอน และส่วนใหญ่สอนทั้งระดับมัธยมตอนต้นและตอนปลาย ผู้สอนส่วนใหญ่ถนัดในทักษะใดก็จะใช้ทักษะนั้นๆ ในการสอน เช่น ผู้สอนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ถนัดทักษะการอ่านมากที่สุด และการฟังน้อย จึงใช้ทักษะการอ่านในการสอนมากที่สุด และการฟังในระดับน้อย เป็นต้น นอกจากนี้ทักษะที่ผู้สอนใช้ภาษาต่างประเทศ ส่วนใหญ่ต้องการพัฒนามากที่สุดคือทักษะการฟังและการพูดซึ่งเป็นทักษะที่กลุ่มตัวอย่างผู้สอนไม่ถนัดมากที่สุด ยกเว้นผู้สอนวิชาภาษาจีน ที่ต้องการพัฒนาทักษะการเขียน กลุ่มตัวอย่างผู้สอนส่วนใหญ่ใช้ภาษาไทยในการสอนมากกว่าใช้ภาษาต่างประเทศ ยกเว้นกลุ่มตัวอย่างผู้สอนวิชาภาษาจีน ข้อมูลที่พบแสดงให้เห็นว่าผู้สอนภาษาต่างประเทศส่วนใหญ่ต้องสอนภาษาต่างประเทศอื่นๆ ด้วย และยังมีภาระงานอื่นๆ นอกเหนือจากการสอน ผู้สอนภาษาต่างประเทศส่วนใหญ่ใช้วิธีการให้ผู้เรียนปฏิบัติในชั้นเรียน บรรยายและศึกษาด้วยตนเองมากที่สุด และให้ผู้เรียนทำโครงงานและศึกษานอกสถานที่น้อย ส่วนใหญ่ใช้ภาพประกอบ วัสดุจริงและแถบเสียงเป็นสื่อการสอน และใช้วีดีทัศน์ / ภาพยนตร์ คอมพิวเตอร์น้อยมาก ปัญหาของผู้สอนในการสอนภาษาต่างประเทศคือ การขาดโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพด้านภาษา ภาระงานที่มากเกินไป จำนวนผู้เรียนต่อห้องมากเกินไป ผู้เรียนขาดการกระตือรือร้น ไม่รับผิดชอบ รวมทั้งระยะเวลาในการฝึกทักษะน้อย กลุ่มตัวอย่างผู้สอนส่วนใหย่เริ่มเรียนวิชาภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา ส่วนผู้เรียนวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด และผู้เรียนวิชาภาษาจีนส่วนใหญ่เริ่มเรียนภาษาดังกล่าวในระดับมัธยมศึกษา ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงพื้นฐานการเรียนภาษาต่างประเทศที่ไม่เท่ากันของผู้เรียน ผู้เรียนภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน จำนวนค่อนข้างมากเรียนพิเศษนอกเวลาเพิ่มเติม แต่ผู้เรียนภาษาจีนมีค่าเฉลี่ยจำนวนชั่วโมงเรียนพิเศษต่อสัปดาห์มากที่สุด ผู้สอนภาษาอังกฤษมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษามากกว่าผู้เรียนภาษาอื่นๆ ผู้เรียนภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศษ ภาษาเยอรมัน ส่วนใหญ่เรียนกับผู้สอนชาวไทย ตรงกันข้ามกับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น และภาษาจีนที่เรียนกับผู้สอนชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ ผู้เรียนส่วนใหญ่พอใจกับการเรียนในระดับมาก ยกเว้นผู้เรียนภาษาอังกฤษที่ส่วนใหญ่พอใจในการเรียนภาษาอังกฤษในระดับน้อย ผู้เรียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ถนัดทักษะการอ่านมากที่สุด ผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น และจีนถนัดการเขียนมากที่สุด ผู้เรียนภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสถนัดการอ่านและการเขียนมากที่สุด อย่างไรก็ตามผู้เรียนภาษาต่างประเทศส่วนใหญ่ต้องการพัฒนาทุกทักษะในระดับมาก โดยต้องการปรับปรุงทักษะการพูด และการฟังในระดับมากถึงมากที่สุด ผู้เรียนส่วนใหญ่ใช้ภาษาต่างประเทศในกิจกรรมการเรียนมากกว่ากิจกรรมอื่นๆ ปัญหาการเรียนของผู้เรียนส่วนใหญ่คือ การมีเวลาเรียนน้อยและไม่ต่อเนื่อง บรรยากาศในห้องเรียนร้อน อบอ้าว และเสียงดัง และแหล่งการเรียนรู้มีน้อย ข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนและการใช้ภาษาต่างประเทศในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในภาคใต้ การศึกษาในครั้งนี้ต้องการสำรวจข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนและการใช้ภาษาต่างประเทศในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในภาคใต้ โดยใช้การบริหารงานเครือข่ายเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้พัฒนาและปรับปรุงจากร่างแบบสอบถามของโครงการชุดเดียวกันในภาคเหนือ รวมถึงสำรวจข้อมูลระหว่างกลุ่มภาคใต้ตอนบนและตอนล่างโดยใช้สภาพแวดล้อมทางภาษาที่ใช้พูดโดยประชาชนส่วนใหญ่ในจังหวัดเป็นเกณฑ์แบ่งกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหาร ครูผู้สอนภาษาต่างประเทศและนักเรียน ทั้งหมด 60 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตราฐาน ค่าสูงสุด และค่าต่ำสุด ผลการวิจัยพบว่า โรงเรียนเอกชนสอนภาษาอิสลามที่มีขนาดใหญ่ส่วนใหญ่จดทะเบียนเป็นมูลนิธิมากกว่ามีเอกชนเป็นเจ้าของ กระจายอยู่นอกเขตเทศบาล พบการใช้ภาษาหลากหลายในการเรียนการสอนได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอาหรับ ภาษามลายูถิ่น และภาษามลายู เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนสายสามัญและศาสนาในหลายระดับ รวมถึงหลักสูตรวิชาชีพ มีจำนวนผู้เรียนทั้งสายสามัญและศาสนาโดยเฉลี่ยประมาณ 1100 คนต่อโรง มีผู้สอนภาษาต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นชาวไทย เฉลี่ย 40 คนต่อโรง โดยมีจำนวนผู้เรียนภาษาต่างประเทศ 40-43 คนต่อห้อง นอกจากนี้ โรงเรียนมีความหลากหลายของแหล่งเรียนรู้ แต่มีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้เรียน จัดการศึกษาตามนโยบายแผนการศึกษาภาคบังคับของกระทรวงศึกษาธิการ โดยปรับปรุงหลักสูตร โดยเฉลี่ย 2 ปีต่อครั้ง พบการจัดสอบวัดระดับ กับความสามารถของผู้เรียนและส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพโดยเฉพาะภาษามลายูและอาหรับ ผู้สอนผ่านการสอบคัดเลือกและสัมภาษณ์ และได้รับการส่งเสริมด้านการอบรมและสัมมนาเป็นหลัก ผู้สอนภาษาต่างประเทศมีอายุเฉลี่ย 35 ปี ประสบการณ์การอสนเฉลี่ย8 ปี ร้อยละ 50 เท่านั้นที่จบตรงสาขาวิชา ถนัดในทักษะการอ่านมากที่สุด และการฟังน้อยที่สุด แต่เห็นว่าการพูดสำคัญที่สุด จึงต้องการพัฒนาทักษะฟังและพูดมากที่สุด เพราะมีโอกาสสัมผัสกับภาษาต่างประเทศในสภาพแวดล้อมน้อยมาก มีภาระงานสอนและงานอื่นๆมาก ทำให้ผลิตผลงานวิชาการไม่มากและไม่หลากหลาย ขวัญกำลังใจและโอกาสในการพัฒนาตนเองเป็นปัญหาสำคัญที่สุด นอกจากนี้ผู้สอนระบุว่าส่วนใหญ่กำหนดหลักสูตรเอง โดยใช้สาระการเรียนรู้และมาตราฐานที่กำหนดไว้ในหลักสูตรขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 เป็นกรอบ มีการสอบถามข้อมูลจากชุมชน และผู้สอนส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตร เป็นผู้ผลิตและเลือกตำรา และสื่อการเรียนเอง ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตในประเทศและรวบรวมจากแหล่งต่างๆ ยกเว้นภาษาอาหรับ และส่วนใหญ่สนใจและเข้าใจในหลักสูตร ยกเว้นประเด็นการสอนซ่อมเสริม ผู้สอนส่วนใหญ่ยังยึดการสอนแบบฝึกปฏิบัติเป็นหลัก โดยเน้นความรู้ด้านศัพท์มากที่สุดและวัฒนธรรมน้อยที่สุด เห็นว่าทุกทักษะและองค์ความรู้มีความสำคัญเชิงบวกกับการสอนภาษาต่างประเทศ และควรเป็นไปในลักษณะสัมพันธ์ในทักษะการฟัง – พูดและอ่าน – เขียน ไม่ได้ใช้ภาษาไทยในการสอน และไม่นิยมใช้สื่อและอุปกรณ์ต่างๆ ในชั้นเรียน และให้น้ำหนักกับการสอบปลายภาคมากที่สุด โดยนิยมใช้ข้อสอบแบบปรนัย ผู้เรียนภาษาต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง พูดภาษาไทยในชีวิตประจำวัน แต่บางส่วนเป็นผู้รู้สองภาษาคือภาษาไทยและมลายูถิ่นทางภาคใต้ตอนล่าง ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างและค้าขาย รายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน ทั้งหมดกำลังเรียนภาษาอังกฤษ ภาษามลายูและภาษาอาหรับเป็นภาษาต่างประเทศ มีผู้สอนชาวไทยส่วนใหญ่เริ่มเรียนภาษาต่างประเทศครั้งแรกในระดับตาดีกา และมีทัศนคติในการเรียนที่ดี แม้ว่าอยู่ในระดับปานกลาง ต้องการพัฒนาทักษะการพูดมากที่สุด และเห็นว่าภาษาต่างประเทศมีความจำเป็นมากในการใช้และการทำงานในอนาคตโดยเฉพาะภาษามลายู แต่ผู้เรียน ไม่ค่อยมีโอกาสใช้ภาษาต่างประเทศไดมากนัก ยกเว้นในห้องเรียน จึงมีผู้สอนชาวไทยเป็นต้นแบบ และมีพฤติกรรมการเรียนภาษาที่ผูกติดกับห้องเรียน ในด้านปัญหาการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ ผู้บริหารเห็นว่าผู้เรียนขาดการฝึกฝนนอกห้องเรียนเป็นปัญหาหลัก รองลงมาคือ การขาดแหล่งเรียนรู้และจำนวนนักเรียนมีมากเกินไปส่วนผู้สอนระบุว่ามีปัญหาหลักด้านภาระงานสอนหลักสูตร ผู้เรียน จำนวนของผู้เรียน บรรยากาศในชั้นเรียน ระยะเวลาในการฝึก สื่อการเรียน แหล่งเรียนรู้นอกชั้นเรียน วิธีสอน และกิจกรรมเสริมหลักสูตร ผู้เรียนเห็นว่ามีปัญหาต่างๆ ในการเรียนภาษาต่างประเทศที่เกี่ยวกับผู้สอน สื่อ การจัดการและสภาพแวดล้อมด้านการใช้ภาษาต่างประเทศ กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดเห็นพ้องว่าไม่มีโอกาสใช้ภาษาต่างประเทศในชุมชน ยกเว้นภาษามลายูและอาหรับ โดยใช้ในกิจกรรมทางศาสนาอิสลาม ในการเปรียบเทียบข้อมูลทั่วไประหว่างกลุ่มโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในภาคใต้ตอนบนและตอนล่าง พบความแตกต่างในด้านนโยบายการจัดสอบวัดระดับที่ชัดเจน และมีความพร้อมด้านต่างๆ ที่กลุ่มตอนล่างมีมากกว่าตอนบน รวมทั้งปัญหาด้านวุฒิการศึกษาของผู้สอนในทัศนะของผู้บริหาร นอกจากนี้พบความแตกต่างงในข้อมูลของผู้สอนทั้งสองกลุ่มในด้านข้อมูลทั่วไป เช่น เพศ อายุ ประสบการณ์ ระดับชั้นที่สอน ความถนัดในการสอนภาษา ประสบการณ์ในการไปอยู่ต่างประเทศ ภาระงาน การผลิตผลงานทางวิชาการ เอกสารและรูปแบบการสอนความเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ของกิจกรรมต่างๆ บางประเด็น ภาษาในการสอน โอกาสในการใช้ภาษาต่างประเทศของผู้เรียน และปัญหาด้านแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมเสริม ในส่วนของผู้เรียน พบความแตกต่างระหว่างสองกลุ่มในเรื่อง ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อาชีพและรายได้ของผู้ปกครองระดับชั้นที่เริ่มเรียนภาษาต่างประเทศ ผู้สอนภาษาต่างประเทศ ระดับทักษะและความต้องการใช้ภาษาต่างประเทศ ความเห็นต่อประโยชน์ของกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มทักษะภาษาต่างประเทศต่างกัน ต้นแบบการใช้ภาษาต่างประเทศ พฤติกรรมการเรียนภาษาต่างประเทศ และปัญหาส่วนใหญ่ในการเรียนภาษาต่างประเทศ |
| บรรณานุกรม | : |
ปรารถนา กาลเนาวกุล . (2548). ข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศและการใช้ภาษาต่างประเทศของภาคใต้.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ปรารถนา กาลเนาวกุล . 2548. "ข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศและการใช้ภาษาต่างประเทศของภาคใต้".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ปรารถนา กาลเนาวกุล . "ข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศและการใช้ภาษาต่างประเทศของภาคใต้."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print. ปรารถนา กาลเนาวกุล . ข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศและการใช้ภาษาต่างประเทศของภาคใต้. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.
|
