| ชื่อเรื่อง | : | ผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังในผู้ป่วยชาวไทยที่เป็นโรคจมูกอักเสบเรื้อรัง หอบหืด และในคนไทยปกติ |
| นักวิจัย | : | พิสิษฐ์ สุภัคธนสิริ, 2517- |
| คำค้น | : | การทดสอบทางผิวหนัง , ทางผิวหนัง |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ฮิโรชิ จันทาภากุล , เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | 9741771282 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2498 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547 โรคภูมิแพ้ (atopic disease) ได้แก่ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (allergic rhinitis) โรคหอบหืด (asthma) โรคผื่นผิวหนังภูมิแพ้เรื้อรัง(atopic dermatitis) โรคเหล่านี้มีอุบัติการณ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในประชากรทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย การศึกษาเกี่ยวกับสารก่อภูมิแพ้ในโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหอบหืดในผู้ใหญ่ไทยยังมีน้อย การวิจัยนี้จึงศึกษาถึงผลของการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังแบบสะกิดในผู้ป่วยที่มีโรคหอบหืดโรคจมูกอักเสบเรื้อรังและในผู้ใหญ่ปกติว่ามีสารก่อภูมิแพ้ใดที่น่าจะเป็นองค์ประกอบสำคัญโดยใช้สารก่อภูมิแพ้ 16 ชนิด มีผู้เข้าร่วมการวิจัยทั้งสิ้น 504 คน แบ่งเป็นผู้ที่มีอาการหรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคจมูกอักเสบเรื้อรังหรือหอบหืด 404 คน และ อาสาสมัครปกติ 100 คน เป็นเพศชาย 31.2% เพศหญิง 68.8% อายุเฉลี่ยของประชากรทั้งหมดเท่ากับ 35.2 ปี ทั้งหมดมีผู้ให้ผลบวกต่อการทดสอบ 67.9% โดยแบ่งเป็นสัดส่วนในผู้ที่มีอาการของโรคจมูกอักเสบเรื้อรังและ/หรือโรคหอบหืด 74.3% (48.8%{601} 3+) และสัดส่วนในผู้ที่ไม่มีอาการ 42% (19%{601} 3+) โดยจำนวนสารก่อภูมิแพ้ที่ให้ผลบวกในอาสาสมัครปกติสุงสุดจะไม่เกิน 7 ชนิดในขณะที่ผู้มีอาการให้ผลบวกสูงสุดถึง 16 ชนิด สารก่อภูมิแพ้ที่ให้ผลบวกเป็นอันดับแรกในประชากรรวมทุกกลุ่มได้แก่ mite (75.6%) รองมาคือ house dust (72.0%) และcockroach (68.7%)ตามลำดับ โดยสัดส่วนของผู้ที่ให้ผลบวก {601} 3+ขึ้นไปในผู้ที่มีอาการและในอาสาสมัครปกติตามลำดับเป็นดังนี้ house dust (27% vs 12%), mite (40.6% vs 15%), cockroach (15.8% vs 3%) และผู้ที่มีอาการหรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเมื่อเปรียบเทียบกับอาสาสมัครปกติแล้วพบว่าให้ผลบวกของการทดสอบต่อสารต่อไปนี้สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ aspergillus (OR 20.75 (2.85-151.27), p <.01), mixed mold (OR 11.79 (1.6-86.7), p <.01), bermuda grass (OR 6.45(1.54-27.03), p <.01), alternaria (OR 5.83 (2.08-16.34), p <.01), house dust (OR 3.92 (2.37-6.5), p <.01) , dog (OR 3.85 (1.17-12.68), p< .05), cat (OR 3.39 (1.19-9.62), p< .05), mite (OR 3.30 (2.08-5.24), p <.01), cockroach (OR 2.29(1.35-3.89), p <.01), timothy grass (p< .01) ผู้ที่เป็นหอบหืดจะมีสัดส่วนการให้ผลบวกต่อ alternaria ( 26.6% vs 19.6%, p < .05) สูงกว่าผู้เป็นโรคจมูกอักเสบเรื้อรังเพียงอย่างเดียว การใช้ house dust, mite และ cockroach เพียง 3 ชนิด (เมื่อเปรียบเทียบกับ 16 ชนิด)ในการทดสอบพบว่าให้ผลบวก 85.7% ในอาสาสมัครปกติ 96.3% ในผู้ที่มีอาการ 96.5% ในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบเรื้อรัง 98.8%ในผู้ป่วยโรคหอบหืดและ 100%ในผู้ที่เป็นทั้งสองโรค โดยสรุปอาสาสมัครปกติสามารถให้ผลบวกต่อการทดสอบภูมิแพ้ถึง 42% ในขณะที่ผู้ที่มีอาการให้ผลบวก 74.3% และการใช้ house dust, mite และ cockroach เพียง 3 ชนิดในการทดสอบสามารถทำนายได้ว่าผู้ป่วยน่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ได้มากกว่า 96% จึงจัดว่าเป็นชุดการทดสอบที่มีความคุ้มทุนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ชุดสารทดสอบ 16 ชนิด |
| บรรณานุกรม | : |
พิสิษฐ์ สุภัคธนสิริ, 2517- . (2547). ผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังในผู้ป่วยชาวไทยที่เป็นโรคจมูกอักเสบเรื้อรัง หอบหืด และในคนไทยปกติ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิสิษฐ์ สุภัคธนสิริ, 2517- . 2547. "ผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังในผู้ป่วยชาวไทยที่เป็นโรคจมูกอักเสบเรื้อรัง หอบหืด และในคนไทยปกติ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิสิษฐ์ สุภัคธนสิริ, 2517- . "ผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังในผู้ป่วยชาวไทยที่เป็นโรคจมูกอักเสบเรื้อรัง หอบหืด และในคนไทยปกติ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print. พิสิษฐ์ สุภัคธนสิริ, 2517- . ผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังในผู้ป่วยชาวไทยที่เป็นโรคจมูกอักเสบเรื้อรัง หอบหืด และในคนไทยปกติ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.
|
