| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการใช้ประโยชน์จากเปลือกกุ้ง : ไคตินและไคโตแซน |
| นักวิจัย | : | สุทธวัฒน์ เบญจกุล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2533 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=57410 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การพัฒนาแนวทางการใช้ประโยชน์จากเปลือกกุ้งโดยการ ศึกษากรรมวิธีการผลิตไคตินและไคโตแซน คุณภาพการเก็บรักษา และการประยุกต์ใช้ไคโตแซนในการเคลือบผิวมะนาว และตกตะกอน สารประกอบอินทรีย์จากน้ำทิ้งโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ พบว่า เปลือกกุ้งแชบ๊วย (Penaeus indicus) สามารถผลิตเป็นไคติน ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยทำการกำจัดโปรตีนในเปลือกกุ้ง แห้งที่ผ่านการบดให้มีขนาด 1.4-2.0 มม. ด้วยสารละลายโซ- เดียมไฮดรอกไซด์เข้มขัน ร้อยละ 2.0 (น.น./ปริมาตร) ที่ อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยใช้ อัตราส่วนระหว่างเปลือกกุ้ง และสารละลายด่างเท่ากับ 1 : 10 (น.น./ปริมาตร) แล้วทำการกำจัดแร่ธาตุด้วยสารละลายกรด ไฮโดรคลอริกเข้มข้น 1.25 นอร์มอล ที่อุณหภูมิห้อง (27-30 องศาเซลเซียส) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยใช้อัตราส่วน ระหว่างเปลือกกุ้งที่กำจัดโปรตีนแล้วและสารละลายกรดเท่า- กับ 1 : 10 (น.น./ปริมาตร) ผลผลิตไคตินที่ได้มีปริมาณ ร้อยละ 26.84 เมื่อเทียบจากน้ำหนักเปลือกกุ้งอบแห้ง และ มีลักษณะเป็นเกล็ดสีเหลืองนวล ประกอบด้วยไคตินร้อยละ 96.15 ไนโตรเจนร้อยละ 6.80 และเถ้าร้อยละ 0.18 สำหรับ ไคโตแซนสามารถผลิตได้จากไคตินที่สกัดได้จากเปลือกกุ้งแช- บ๊วย โดยการกำจัด หมู่อะซิติลด้วยสารละลายโซเดียมไฮดรอก- ไซด์เข้มข้นร้อยละ 50 (น.น./น.น.) ที่อุณหภูมิ 100 องศา- เซลเซียส อัตราส่วนระหว่างไคตินและสารละลายด่างเท่ากับ 1 : 15 (น.น./ปริมาตร) ภายใต้ภาวะสุญญากาศเป็นเวลา 30 นาที ไคโตแซนที่ผลิตได้มีปริมาณร้อยละ 21.04 เมื่อเทียบจาก เปลือกกุ้งอบแห้งและมีลักษณะเป็นเกล็ดสีเหลืองจาง มีความ มันวาว ประกอบด้วยไนโตรเจนร้อยละ 7.80 และเถ้าร้อยละ 0.29 สามารถละลายได้ดีในกรดอะซิติกเข้มข้นร้อยละ 2 และ มีความหนืด 10.183 เซนติพอยส์ เมื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบและคุณสมบัติของ ไคตินและไคโตแซน ระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องเป็น เวลา 3 เดือน พบว่า ปริมาณความชื้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย สำคัญ (p < 0.05) ในขณะที่ปริมาณไนโตรเจนในไคตินเปลี่ยน แปลงเล็กน้อย ส่วนความหนืดซึ่งใช้เป็นดัชนีบ่งชี้คุณสม- บัติของไคโตแซนมีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) ตลอด ระยะเวลาเก็บรักษา การประยุกต์ใช้ไคโตแซนเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา มะนาวด้วยการเคลือบผิว พบว่าการใช้สารละลายไคโตแซน (ใน กรดอะซิติกเข้มข้นร้อยละ 2) ที่มีความเข้มข้นร้อยละ 1.25 เคลือบผิวมะนาวโดยการจุ่มเพียง 1 ครั้ง สามารถชะลอการ เปลี่ยนสีผิวของมะนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่ไม่สามารถ ป้องกันการสูญเสียน้ำหนักตลอดระยะเวลาเก็บรักษานาน 15 วัน ที่อุณหภูมิห้อง (27-30 องศาเซลเซียส) เมื่อศึกษา ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการเก็บรักษามะนาวเคลือบผิวด้วย ไคโตแซน พบว่า อุณหภูมิ 10(+,-)2 องศาเซลเซียส สามารถยืด อายุการเก็บรักษามะนาวได้ดีกว่าอุณหภูมิห้อง การบรรจุถุง พลาสติกพอลิเอทธีลีนชนิดความหนาแน่นต่ำ (หนา 40 ไมโคร- เมตร) สามารถลดการสูญเสียน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ชะลอการเปลี่ยนสีผิวได้เพียงเล็กน้อย ดังนั้น การ เคลือบผิวมะนาวด้วยไคโตแซนก่อนบรรจุถุงพลาสติก และเก็บ รักษาที่อุณหภูมิ 10(+,-)2 องศาเซลเซียส สามารถชะลอการ เปลี่ยนสีผิว และลดการสูญเสียน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิ- ภาพตลอดระยะเวลาเก็บรักษา 8 สัปดาห์ ส่วนการเคลือบผิว มะนาวด้วยสารเคลือบผิว FMC 7055 ร่วมกับการบรรจุถุงพลาส- ติกมีผลเร่งการเน่าเสีย และเกิดกลิ่นที่ไม่ต้องการ การตกตะกอนสารประกอบอินทรีย์จากน้ำทิ้งโรงงานแปรรูป สัตว์น้ำด้วยไคโตแซนพบว่าขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญคือ ปริมาณไคโตแซน พีเอชและองค์ประกอบบางชนิดของน้ำทิ้ง การ ใช้ไคโตแซนจากเปลือกกุ้งหางแดง (Penaeusmerguiensis) ที่ผลิตขึ้นสามารถลดค่าความขุ่นของน้ำทิ้ง 5 ชนิด คือ น้ำนิ่งปลาทูน่า น้ำนึ่งปลาซาร์ดีน น้ำล้างปลาทูน่า น้ำล้างกุ้ง และน้ำทิ้งหลังบำบัด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายในสภาวะที่แตกต่างกันคือ การใช้ความเข้มข้นของไคโตแซน และพีเอชที่ 400 มก./ลิตร, 7.0 100 มก./ลิตร, 5.0 100 มก./ลิตร, 7.0 100 มก./ลิตร, 7.5 และ 50 มก./ลิตร, 5.0 ตามลำดับ ส่วนผลของระยะเวลาในการตกตะกอนนั้น พบวา เวลา 3 ชั่วโมง สามารถลดค่าความขุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อ เปรียบเทียบผลการตกตะกอนสารประกอบอินทรีย์ด้วยไคโตแซน ต่างชนิดกัน ภายใต้สภาวะเดียวกัน พบว่า ไคโตแซนจากเปลือก กุ้งแชบ๊วย และไคโตแซนจากบริษัท Fluka สามารถลดซีโอดี ได้สูงกว่าไคโตแซนจากเปลือกกุ้งหางแกง แต่มีผลเพิ่มความขุ่น และของแข็งแขวนลอยอันเกิดจากการใช้ไคโตแซนมากเกินไป และ พบว่าไคโตแซนจากเปลือกกุ้งแชบ๊วยมีประสิทธิภาพในการ ตกตะกอนสารประกอบอินทรีย์ได้สูงกว่าไคโตแซนจากบริษัท Fluka ตะกอนที่ได้ประกอบด้วยโปรตีนและไขมัน ซึ่งอาจใช้ ประโยชน์เพื่อเป็นอาหารสัตว์ |
| บรรณานุกรม | : |
สุทธวัฒน์ เบญจกุล . (2533). แนวทางการใช้ประโยชน์จากเปลือกกุ้ง : ไคตินและไคโตแซน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุทธวัฒน์ เบญจกุล . 2533. "แนวทางการใช้ประโยชน์จากเปลือกกุ้ง : ไคตินและไคโตแซน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุทธวัฒน์ เบญจกุล . "แนวทางการใช้ประโยชน์จากเปลือกกุ้ง : ไคตินและไคโตแซน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2533. Print. สุทธวัฒน์ เบญจกุล . แนวทางการใช้ประโยชน์จากเปลือกกุ้ง : ไคตินและไคโตแซน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2533.
|
