| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน |
| นักวิจัย | : | จิราภรณ์ ฉัตรทอง |
| คำค้น | : | แบบฝึก , ทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย , DRILL EXERCISES , READING AND WRITING SKILLS ON THAI LANGUAGE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=55364 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ (1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนา แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย (2) พัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและ การเขียนภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการ ได้ยิน (3) ทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย (4) ประเมินและ ปรับปรุงแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยกลุ่มตัวอย่างคือนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศึกษาพิเศษนครปฐม (สังกัดสำนักงานสามัญศึกษา จังหวัดนครปฐม) อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม จำนวน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ ประเด็นการสนทนากลุ่ม แบบฝึกทักษะ การอ่านและเขียนภาษาไทย แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านและการเขียนภาษาไทย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ((-,X)) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่า t-test แบบ Dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง ผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายวิชาการ และครู ต้องการให้พัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยโดยนำคำ 1 พยางค์ คำ 2 พยางค์ คำ 3 พยางค์และคำ 4 พยางค์ มาสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียน ภาษาไทย จากคำที่ง่ายไปหาคำที่ยากขึ้นผลที่ได้จากแบบสอบถามความคิดเห็น ของนักเรียน และผู้ปกครองพบว่า แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย มีประโยชน์ ทำให้อ่านออก เขียนได้ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการสัมภาษณ์ ผู้บริหาร ครูพบว่า ควรนำแบบฝึกไปเผยแพร่เพื่อเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกทักษะ สำหรับวิชาอื่นๆ 2. แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินประกอบด้วย คำนำ วัตถุประสงค์ คำชี้แจง แบบฝึกการอ่านและการเขียน คำ 1 พยางค์ คำ 2 พยางค์ คำ 3 พยางค์และคำ 4 พยางค์ จำนวน 11 ชุด แต่ละชุดประกอบด้วย แบบทดสอบการอ่านและการเขียนคำก่อนเรียน แบบฝึกการอ่าน แบบฝึกการเขียนแบบทดสอบการอ่านและการเขียนหลังเรียน แบบฝึกทักษะดังกล่าวมีประสิทธิภาพ 80.17/81.37 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ 80/80 3. การทดลองใช้แบบฝึก ใช้เวลาทั้งหมด 6 สัปดาห์ สัปดาห์ที่ 1-5 สอนสัปดาห์ละ 15 คาบ สัปดาห์ที่ 6 ใช้เวลา 6 คาบๆ ละ 20 นาที รวมใช้เวลาทั้งหมด 81 คาบ โดยผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการสอนด้วยตนเอง พบว่านักเรียนให้ความสนใจตั้งใจทำแบบฝึกทักษะสามารถอ่านและเขียนคำได้ถูกต้อง ยิ่งขึ้น แบบฝึกเข้าใจง่ายทำให้นักเรียนมีความเพลิดเพลินในการทำแบบฝึกทักษะ การอ่านและการเขียนภาษาไทย 4. ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 โดยผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านและการเขียนหลังการใช้ แบบฝึกทักษะสูงกว่าผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านและการเขียนก่อนการใช้ นักเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง ผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายวิชาการและครูมีความคิดเห็น ว่าแบบฝึกมีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนทำให้นักเรียนมีความเข้าใจ ภาษาไทยด้านการอ่านและการเขียน สนใจในการเรียน นักเรียนมีความคิดเห็นว่าแบบฝึกทำให้เกิดความเพลิดเพลินและเข้าใจง่าย |
| บรรณานุกรม | : |
จิราภรณ์ ฉัตรทอง . (2545). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จิราภรณ์ ฉัตรทอง . 2545. "การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จิราภรณ์ ฉัตรทอง . "การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. จิราภรณ์ ฉัตรทอง . การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
