ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาส่วนประกอบของพิษงูเห่าไทย ที่มีผลต่อการตายของเนื้อเยื่อเฉพาะบริเวณ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาส่วนประกอบของพิษงูเห่าไทย ที่มีผลต่อการตายของเนื้อเยื่อเฉพาะบริเวณ
นักวิจัย : วรรณา ธรรมพาเลิศ
คำค้น : งูเห่า , พิษงู , Cobras , Snake poison
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2534
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=49362
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ความมุ่งหมายของการวิจัยนี้เพื่อศึกษาส่วนประกอบของ พิษงูเห่าไทยที่มีผลต่อการตายของเนื้อเยื่อเฉพาะบริเวณเพื่อเป็น ข้อมูลพื้นฐานในการหาวิธียับยั้งการตายของเนื้อเยื่อเฉพาะบริเวณ ของผู้ถูกงูเห่ากัด ในงานวิจัยนี้ แยกพิษงูเห่าไทยด้วยวิธีไอออน เอ็กซ็เซนจ์ โครมาโตกราฟี โดยใช้ไบโอ-เร็ซ์ 70 ที่บรรจุอยู่ใน คอลัมน์ขนาด 2.6x25 เซนติเมตร ตามวิธีของคาร์ลสัน อันเบริก และอีเกอร์ (1971) แยกได้ 13 ส่วน คือ I,II III, IV,VIII,IX,XI,XIII และ XIII ตามลำดับ เมื่อฉีดพิษงูเห่า แต่ละส่วนเข้าชั้นผิวหนังของกระต่าย และการตรวจสอบด้วยการ ดูรอยแผลที่ผิวหนังตรงรอยฉีดควบคู่กับการตัดเนื้อเยื่อบริเวณรอยแผล ไปตรวจทางกายวิภาคศาสตร์ พบว่าพิษงูส่วนที่ I และ XIII เท่านั้นที่ทำให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อเฉพาะบริเวณ จากผลการศึกษา แอตติวิตีชองเอนไซม์ฟอสฟอแไลเพส เอทูและเอนไซม์อะซิติลโคลีน เอสเตอเรสในพิษงูแต่ละส่วนที่แยกได้ พบว่าแอคติวิตีของเอนไซม์ ฟอสฟอไลเพส เอทู มีมากในพิษงูส่วนที่ II, III, IV, และ V ส่วนแอคติวิตีของเอนไซม์อะซิติลโลโคลีนเอสเตอเรส มีมากใน พิษงูส่วนที่ II, III, IV, V, VI, VII, X , XI, และในขณะพิษงูส่วนที่ I และ XIII มีแอคติวิตีของเอนไซม์ทั้งสองนี้น้อย ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ว่าเอนไซม์ ฟอสฟอไลเพส เอทู และอะซิติลโคลีนเอสเตอเรส ในพิษงูเห่าไทยไม่เกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อเฉพาะ บริเวณสำหรับการศึกษาความเป็นพิษ (แอลดี) พบว่าพิษงูส่วนที่ VII มีความเป็นพิษสูงสุด (0.15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิลิโรัม) มีแนวโน้มที่จะเป็นนิวโรทอกซินในพิษงูส่วนนี้ เมื่อวิเคราะห์พิษงูส่วนที่ I และ XIII ด้วยวิธีโพลีอะคริลาไมด์ เจล อิเลคโตรโฟรีซิสพบว่า พิษงูส่วนที่ I มีแถบโปรตีนมากกว่า 1 แถบ ส่วนพิษงูส่วนที่ XIII มีแถบโปรตีนเพียงแถมเดียว ส่วนการวิเคราะห์พิษงู 2 ส่วนนี้ ด้วยวิธีเอสดีเอส โลิอคริลาไมด์ อิเลคโตรโพรีซีสพบว่าในพิษงูส่วนที่ I มีโปรตีนขนาดโมเลกุลตั้งแต่ 10,300-67,000 ดาลตัน และพิษงูส่วนที่ XIII มีโปรตีนขนาด 14,500-32,000 ดาลตัน ตามลำดับ ขั้นตอนสุดท้ายในงานวิจัย ได้เตรียมแอนติบอดีต่อพิษงูเห่าที่แยกได้ส่วนที่ I และ XIII และศึกษาความสามารถในการยับยั้งการตายของเนื้อเยื่อ เฉพาะบริเวณในกระต่าย โดยการฉีดพิษงูส่วนที่ Iและส่วนที่ XIII และพิษงูที่ยังไม่ได้แยก จากนั้นตามด้วยแอนติบอดีต่อพิษงูส่วนที่ I และ XIII ร่วมกันรอบ ๆ รอยฉีดพิษงูที่บริเวณโคนขาหลังของกระต่าย แต่ละตัวตามลำดับ พบว่าการตายของเนื้อเยื่อเฉพาะบริเวณลดลง เห็นได้ชัดเจน ทั้งจากสภาพพยาธิภายนอกที่ดี

บรรณานุกรม :
วรรณา ธรรมพาเลิศ . (2534). การศึกษาส่วนประกอบของพิษงูเห่าไทย ที่มีผลต่อการตายของเนื้อเยื่อเฉพาะบริเวณ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วรรณา ธรรมพาเลิศ . 2534. "การศึกษาส่วนประกอบของพิษงูเห่าไทย ที่มีผลต่อการตายของเนื้อเยื่อเฉพาะบริเวณ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วรรณา ธรรมพาเลิศ . "การศึกษาส่วนประกอบของพิษงูเห่าไทย ที่มีผลต่อการตายของเนื้อเยื่อเฉพาะบริเวณ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2534. Print.
วรรณา ธรรมพาเลิศ . การศึกษาส่วนประกอบของพิษงูเห่าไทย ที่มีผลต่อการตายของเนื้อเยื่อเฉพาะบริเวณ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2534.