| ชื่อเรื่อง | : | Chromosome aberration ใน peripheral lymphocytes ของบุคลากร ในโรงพยาบาลที่ exposed ต่อยารักษามะเร็ง |
| นักวิจัย | : | วรรณี วรรณะพาหุณ |
| คำค้น | : | ANTINEOPLASTIC DRUGS , OCCUPATIONAL EXPOSURE , CHROMOSOME ABERRATION , CYTOGENETIC METHOD , HOSPITAL PERSONNEL |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=44196 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ยาต้านมะเร็งทำให้เกิดผลข้างเคียงมากมายในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษา ด้วยยากลุ่มนี้และมีผู้รายงานว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับยาดังกล่าวมีแนวโน้ม ที่จะได้รับอันตรายจากยาด้วย ยาต้านมะเร็งหลายชนิดทำให้เกิดการกลายพันธุ์ มะเร็ง และทารกวิรูปในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง หลายองค์กรจึงเสนอแนวทางในการปฏิบัติงาน เกี่ยวข้องกับยาต้านมะเร็ง โดยส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้ vertical laminar airflow biolgical safety cabinet และเครื่องมือป้องกันอื่น ๆ รวมถึงแนวทางในการปฏิบัติ งานอย่างปลอดภัย งานวิจัยนี้ศึกษาผลของยาต้านมะเร็งที่มีต่ออาสาสมัครที่ทำหน้าที่ เตรียมและ/หรือให้ยาดังกล่าวแก่ผู้ป่วย โดยเปรียบเทียบผลการเกิด chromosome aberration ใน peripheral blood lymphocytes ของกลุ่มอาสาสมัครที่เตรียมและ/ หรือให้ยาต้านมะเร็งเทียบกับอาสาสมัครกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว อาสาสมัครกลุ่มที่มีหน้าที่เตรียมยาต้านมะเร็งและ/หรือให้ยาต้านมะเร็ง เป็นพยาบาล แผนกเคมี มะเร็งวิทยา และแผนกอื่น ๆ ของโรงพยาบาลต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ทำหน้าที่ดังกล่าวจำนวน 50 คน อาสาสมัครแต่ละคนใช้อุปกรณ์ป้องกันขณะเตรียมยา แตกต่างกันไป ส่วนกลุ่มควบคุมประกอบด้วยพยาบาล 28 คน ผู้ช่วยพยาบาลจำนวน 20 คน และนักศึกษาพยาบาลจำนวน 2 คนของโรงพยาบาลต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งไม่เคย มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาต้านมะเร็ง อาสาสมัครแต่ละคนต้องตอบแบบสอบถามซึ่งถามเกี่ยวกับ อายุ การสูบบุหรี่ การติดเชื้อไวรัส การได้รับรังสี การบริโภคกาแฟและอัลกอฮอล์ การได้ รับยาในอดีตและในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ประวัติเกี่ยวกับการประกอบอาชีพและการได้รับ สาร genotoxic อื่น ๆ สำหรับอาสาสมัครกลุ่มที่ทำหน้าที่เตรียมยามะเร็ง ต้องตอบคำถาม เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมยาต้านมะเร็ง เช่น ชื่อยาที่เตรียม ความถี่ในการเตรียมยา วันที่เตรียมยาครั้งสุดท้าย ชนิดของเครื่องป้องกันที่ใช้และความถี่ในการใช้เครื่อง ป้องกันดังกล่าว เป็นต้น ผลการวิจัยพบว่า อาสาสมัครกลุ่มที่มีหน้าที่เตรียมและ/หรือให้ยา ต้านมะเร็ง มีอัตราการเกิด chromosomal aberrations (จาก 100 metaphase cell มีอัตราการเกิด chromosomal aberrations 1.20(+,ฑ)1.28 เมื่อไม่คิดรวม gaps และ 5.46(+,ฑ)3.31 เมื่อคิดรวม gaps) มีค่าสูงกว่าอาสาสมัครกลุ่มควบคุม (จาก 100 metaphase cell มีอัตราการเกิด chromosomal aberrations 0.42(+,ฑ)0.61 เมื่อ ไม่คิดรวม gaps และ 2.82(+,ฑ)3.31 เมื่อคิดรวม gaps) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t-test, p<0.05) chromosomal aberration ที่พบอยู่ในรูปของ chromatid gaps, chromosome gaps, chromatid breaks, dicentric chromosomes และ acentric fragments จากการศึกษาพบว่า ความถี่ของ chromosomal aberration ที่ไม่สัมพันธ์กับ อายุและระยะเวลาที่ exposure ต่อยาต้านมะเร็ง (คิดในรูปจำนวนปีที่เตรียมยาต้านมะเร็ง) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการใช้เครื่องป้องกันที่เพียงพอขณะปฏิบัติหน้าที่ กับยาต้านมะเร็งและความสำคัญของการปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย |
| บรรณานุกรม | : |
วรรณี วรรณะพาหุณ . (2542). Chromosome aberration ใน peripheral lymphocytes ของบุคลากร ในโรงพยาบาลที่ exposed ต่อยารักษามะเร็ง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรรณี วรรณะพาหุณ . 2542. "Chromosome aberration ใน peripheral lymphocytes ของบุคลากร ในโรงพยาบาลที่ exposed ต่อยารักษามะเร็ง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรรณี วรรณะพาหุณ . "Chromosome aberration ใน peripheral lymphocytes ของบุคลากร ในโรงพยาบาลที่ exposed ต่อยารักษามะเร็ง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. วรรณี วรรณะพาหุณ . Chromosome aberration ใน peripheral lymphocytes ของบุคลากร ในโรงพยาบาลที่ exposed ต่อยารักษามะเร็ง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
