ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีสิ่งแวดล้อม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีสิ่งแวดล้อม
นักวิจัย : น้ำแท้ มีบุญสล้าง
คำค้น : CLASS ACTION , CLASS REPRESENTATIVE , PRECAUTIONARY , PROBABILITY , CAUSATION , CIVIL PROCEDURE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000013
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้เขียนได้ศึกษาถึงรูปแบบการดำเนินคดีแบบกลุ่มที่ปรากฏในประเทศที่ใช้ระบบกฎหมาย Common Law เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศที่ใช้ระบบประมวลกฎหมาย Civil Law เช่น ประเทศฝรั่งเศสและประเทศเยอรมัน เพื่อศึกษาว่าสามารถนำรูปแบบการดำเนินคดีแบบกลุ่มมาปรับใช้ในคดีสิ่งแวดล้อมได้หรือไม่และควรมีรูปแบบเป็นอย่างไรโดยมุ่งศึกษาในประเด็นปัญหาและอุปสรรคในการนำรูปแบบการดำเนินคดีแบบกลุ่มมาใช้ในคดีสิ่งแวดล้อมว่ามีปัญหาและอุปสรรคอย่างไร หากมีการนำรูปแบบการดำเนินคดีแบบกลุ่มมาปรับใช้ในคดีสิ่งแวดล้อมจะต้องปรับเปลี่ยนหลักการและแนวความคิดอะไรบ้างและจะต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร จากการศึกษาพบว่าประเทศสหรัฐอเมริกามีการบัญญัติไว้ในกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่บัญญัติเป็นการทั่วไปคือ Federal Rule of Civil Procedure หรือ FRCP สามารถนำไปปรับใช้กับคดีแพ่งทุกประเภทซึ่ง FRCP ได้กำหนดเงื่อนไขเบื้องต้นที่สำคัญในการร้องขอให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ส่วนประเทศในกลุ่มที่ใช้ระบบประมวลกฎหมาย (Civil Law) พบว่าได้บัญญัติการดำเนินคดีแบบกลุ่มไว้เป็นกฎหมายเฉพาะและกำหนดเงื่อนไขการดำเนินคดีแบบกลุ่มไว้เป็นการเฉพาะแต่ละเรื่องไป การวิเคราะห์การนำรูปแบบการดำเนินคดีแบบกลุ่มมาใช้ในคดีสิ่งแวดล้อมพบว่าในประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องมีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก, มีปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นอย่างเดียวกัน, ข้อเรียกร้องหรือข้อต่อสู้ของผู้แทนคดีเป็นอย่างเดียวกับสมาชิกเมื่อพิจารณาลักษณะพิเศษเฉพาะคดีสิ่งแวดล้อมปรากฏว่ามีเงื่อนไขที่ครบองค์ประกอบสามารถที่จะดำเนินคดีแบบกลุ่มได้และสอดคล้องกับสมมติฐานของวิทยานิพนธ์แต่เนื่องจากคดีสิ่งแวดล้อมมีปรัชญาและแนวความคิดในการดำเนินคดีที่แตกต่างจากคดีแพ่งทั่วไป เช่น มุ่งเน้นการป้องกันยิ่งกว่าการแก้ไข, สิทธิในสิ่งแวดล้อม, มีวัตถุประสงค์ในการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่าการชดใช้เยียวยาให้กลับคืนสู่สถานะเดิม เป็นต้นผู้เขียนจึงเสนอแนะให้รับรองหลักการในเรื่องสิทธิในสิ่งแวดล้อมให้ชัดเจนเป็นกฎหมายที่มีสภาพบังคับ, นำทฤษฎีเรื่องความน่าจะเป็นมาปรับใช้ในคดีสิ่งแวดล้อมเสริมควบคู่กับหลักความรับผิดเด็ดขาด, นำหลักคำพิพากษาผูกพันการกระทำมาแทนที่หลักคำพิพากษาผูกพันคู่ความและควรบัญญัติให้การดำเนินคดีแบบกลุ่มเป็นกฎหมายวิธีพิจารณาเฉพาะคดีสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับประเทศในกลุ่มที่ใช้ระบบประมวลกฎหมายซึ่งจะสามารถลดปริมาณคดีสู่ศาลและสามารถนำปรัชญาและแนวความคิดที่มีลักษณะเป็นการเฉพาะของคดีสิ่งแวดล้อมมาบัญญัติเป็นหมวดหมู่สะดวกต่อการทำความเข้าใจการบังคับใช้ของเจ้าพนักงานผู้เกี่ยวข้องและส่งผลดีต่อการพัฒนากฎหมายสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยต่อไป

บรรณานุกรม :
น้ำแท้ มีบุญสล้าง . (2547). การดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีสิ่งแวดล้อม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
น้ำแท้ มีบุญสล้าง . 2547. "การดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีสิ่งแวดล้อม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
น้ำแท้ มีบุญสล้าง . "การดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีสิ่งแวดล้อม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
น้ำแท้ มีบุญสล้าง . การดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.