| ชื่อเรื่อง | : | การดำเนินคดีแบบกลุ่มคดีสิ่งแวดล้อม |
| นักวิจัย | : | น้ำแท้ มีบุญสล้าง |
| คำค้น | : | การฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคล , กฎหมายสิ่งแวดล้อม |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ปารีณา ศรีวนิชย์ , พงษ์เดช วานิชกิตติกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | 9741771916 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/859 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547 วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้เขียนได้ศึกษาถึงรูปแบบการดำเนินคดีแบบกลุ่มที่ปรากฏในประเทศที่ใช้ระบบกฎหมาย Common Law เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศที่ใช้ระบบประมวลกฎหมาย Civil Law เช่นประเทศฝรั่งเศสและประเทศเยอรมัน เพื่อศึกษาว่าสามารถนำรูปแบบการดำเนินคดีแบบกลุ่มมาปรับใช้ในคดีสิ่งแวดล้อมได้หรือไม่และควรมีรูปแบบเป็นอย่างไรโดยมุ่งศึกษาในประเด็นปัญหาและอุปสรรคในการนำรูปแบบการดำเนินคดีแบบกลุ่มมาปรับใช้ในคดีสิ่งแวดล้อมว่ามีปัญหาและอุปสรรคอย่างไร หากมีการนำรูปแบบการดำเนินคดีแบบกลุ่ม มาปรับใช้ในคดีสิ่งแวดล้อมจะต้องปรับเปลี่ยนหลักการและแนวความคิดอะไรบ้างและจะต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร จากการศึกษาพบว่าประเทศสหรัฐอเมริกามีการบัญญัติไว้ในกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่บัญญัติเป็นการทั่วไปคือ Federal Rule of Civil Procedure หรือ FRCP สามารถนำไปปรับใช้กับคดีแพ่งทุกประเภทซึ่ง FRCP ได้กำหนดเงื่อนไขเบื้องต้นที่สำคัญในการร้องขอให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ส่วนประเทศในกลุ่มที่ใช้ระบบประมวลกฎหมาย (Civil Law) พบว่าได้บัญญัติการดำเนินคดีแบบกลุ่มไว้เป็นกฎหมายเฉพาะและกำหนดเงื่อนไขการดำเนินคดีแบบกลุ่มไว้เป็นการเฉพาะแต่ละเรื่องไป การวิเคราะห์การนำรูปแบบการดำเนินคดีแบบกลุ่มมาใช้ในคดีสิ่งแวดล้อมพบว่าในประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องมีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก มีปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นอย่างเดียวกัน ข้อเรียกร้องหรือข้อต่อสู้ของผู้แทนคดีเป็นอย่างเดียวกับสมาชิกเมื่อพิจารณาลักษณะพิเศษเฉพาะคดีสิ่งแวดล้อมปรากฏว่ามีเงื่อนไขที่ครบองค์ประกอบสามารถที่จะดำเนินคดีแบบกลุ่มได้และสอดคล้องกับสมมติฐานของวิทยานิพนธ์ แต่เนื่องจากคดีสิ่งแวดล้อมมีปรัชญาและแนวความคิดในการดำเนินคดีที่แตกต่างจากคดีแพ่งทั่วไป เช่น มุ่งเน้นการป้องกันยิ่งกว่าการแก้ไข, สิทธิในสิ่งแวดล้อม, มีวัตถุประสงค์ในการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่าการชดใช้เยียวยาให้กลับคืนสู่สถานะเดิม เป็นต้น ผู้เขียนจึงเสนอแนะให้รับรองหลักการในเรื่องสิทธิในสิ่งแวดล้อมให้ชัดเจนเป็นกฎหมายที่มีสภาพบังคับ, นำทฤษฎีเรื่องความน่าจะเป็นมาปรับใช้ในคดีสิ่งแวดล้อมเสริมควบคู่กับหลักความรับผิดเด็ดขาด, นำหลักคำพิพากษาผูกพันการกระทำมาแทนที่หลักคำพิพากษาผูกพันคู่ความและควรบัญญัติให้การดำเนินคดีแบบกลุ่มเป็นกฎหมายวิธีพิจารณาเฉพาะคดีสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับประเทศในกลุ่ม ...ที่ใช้ระบบประมวลกฎหมายซึ่งจะสามารถลดปริมาณคดีสู่ศาลและสามารถนำปรัชญาและแนวความคิดที่มีลักษณะเป็นการเฉพาะของคดีสิ่งแวดล้อมมาบัญญัติเป็นหมวดหมู่สะดวกต่อการทำความเข้าใจการบังคับใช้ของเจ้าพนักงานผู้เกี่ยวข้องและส่งผลดีต่อการพัฒนากฎหมายสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
น้ำแท้ มีบุญสล้าง . (2547). การดำเนินคดีแบบกลุ่มคดีสิ่งแวดล้อม.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. น้ำแท้ มีบุญสล้าง . 2547. "การดำเนินคดีแบบกลุ่มคดีสิ่งแวดล้อม".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. น้ำแท้ มีบุญสล้าง . "การดำเนินคดีแบบกลุ่มคดีสิ่งแวดล้อม."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print. น้ำแท้ มีบุญสล้าง . การดำเนินคดีแบบกลุ่มคดีสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.
|
