| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเชิงประวัติของคำว่า แล้ว อยู่ อยู่แล้ว |
| นักวิจัย | : | มิ่งมิตร ศรีประสิทธิ์ |
| คำค้น | : | GRAMMATICALIZATION , VERBS , AUXILIARIES , CONJUNCTIONS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000655 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาคำว่า ~u~bแล้ว~b~u ~u~bอยู่~b~u~u~bอยู่แล้ว~b~u ในเชิงประวัติตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา จนถึงรัตนโกสินทร์ โดยใช้ข้อมูลจากเอกสารที่ตีพิมพ์และเผยแพร่แล้วในช่วงเวลาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๑๘๒๖-๒๕๔๖ ผลการวิจัยคำว่า ~u~bแล้ว~b~u พบว่าปรากฏใช้มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และมีหน้าที่ไม่เท่ากันในแต่ละสมัย คือ เพิ่มจำนวนขึ้นมาจาก ๓ หน้าที่ ได้แก่ คำกริยา คำช่วยหลังกริยาแสดงการณ์ลักษณะสมบูรณ์ และคำเชื่อมอนุพากย์เป็น ๗ หน้าที่ ได้แก่ คำกริยาคำช่วยหลังกริยาแสดงการณ์ลักษณะสมบูรณ์ คำเชื่อมอนุพากย์ วลีตายตัวที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์วลีตายตัวที่เป็นคำกริยา วลีตายตัวที่เป็นคำบอกเวลา และดัชนีปริจเฉท ในด้านความหมายคำว่า ~u~bแล้ว~b~u ที่เป็นคำกริยามีหลายความหมาย แต่ความหมายที่น่าจะกลายมาเป็นความหมายบอกการณ์ลักษณะ และความหมายของคำเชื่อมอนุพากย์ รวมทั้งวลีตายตัวน่าจะคือความหมายว่า "เสร็จสิ้น" มากกว่าความหมายอื่น ๆ เนื่องจากความหมายต่าง ๆ เหล่านี้มีมโนทัศน์ของการสิ้นสุดสิ่งใดสิ่งหนึ่งร่วมกันอยู่ ผลการวิจัยคำว่า ~u~bอยู่~b~u พบว่าปรากฏใช้ตั้งแต่สมัยสุโขทัย และมีหน้าที่ไม่เท่ากันในแต่ละสมัย คือ เพิ่มจำนวนขึ้นมาจาก ๑ หน้าที่ ได้แก่ คำกริยา เป็น ๔ หน้าที่ได้แก่ คำกริยา คำช่วยหลังกริยาแสดงการณ์ลักษณะบอกการดำเนินอยู่ วลีตายตัวที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์ และคำเชื่อมอนุพากย์ ในด้านความหมาย คำว่า ~u~bอยู่~b~u ที่เป็นคำกริยามีหลายความหมาย แต่ความหมายที่เกิดกระบวนการกลายเป็นคำไวยากรณ์น่าจะได้แก่ความหมาย "พักอาศัย, ไม่ไปจากที่" "มี, ปรากฏ" ผลการวิจัยคำว่า ~u~bอยู่แล้ว~b~u พบว่าเริ่มปรากฏใช้ครั้งแรกในสมัยอยุธยาและมีหน้าที่เพิ่มขึ้นจาก ๑ หน้าที่ ได้แก่ คำช่วยหลังกริยาแสดงการณ์ลักษณะบอกการดำเนินอยู่และการณ์ลักษณะสมบูรณ์ เป็น ๒ หน้าที่ คือ มีหน้าที่ที่เป็นดัชนีปริจเฉทเพิ่มขึ้นมาในสมัยปัจจุบัน คำว่า ~u~bอยู่แล้ว~b~u เกิดจากการปรากฏร่วมกันของคำช่วยหลังกริยาแสดงการณ์ลักษณะบอกการดำเนินอยู่ ~u~bอยู่~b~u กับคำช่วยหลังกริยาแสดงการณ์ลักษณะสมบูรณ์ ~u~bแล้ว~b~u ต่อมาจึงรวมเป็นหนึ่งหน่วยและมีความหมายแสดงความแน่ใจเพิ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑-๓ จากนั้นจึงพัฒนาไปทำหน้าที่เป็นดัชนีปริจเฉทซึ่งแสดงความสัมพันธ์ของภาษาระดับข้อความเพื่อบอกความแน่ใจของผู้พูดในภาษาปัจจุบันส่วนหน้าที่เดิมก็ยังคงปรากฏใช้อยู่ในภาษาด้วยเช่นเดียวกัน กระบวนการกลายเป็นคำไวยากรณ์ของคำว่า ~u~bแล้ว~b~u ~u~bอยู่~b~u~u~bอยู่แล้ว~b~u มีระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงไม่พร้อมกัน คำว่า ~u~bแล้ว~b~u น่าจะเป็นคำที่เกิดกระบวนกลายเป็นคำไวยากรณ์ก่อนคำว่า ~u~bอยู่~b~u และ ~u~bอยู่แล้ว~b~uเนื่องจากพบใช้เป็นคำช่วยหลังกริยา และคำเชื่อมอนุพากย์ตั้งแต่สมัยสุโขทัย แสดงว่าอาจจะมีการกลายเป็นคำไวยากรณ์มาแล้วในสมัยก่อนสุโขทัย ส่วนคำว่า ~u~bอยู่~b~uเริ่มปรากฏใช้เป็นคำช่วยหลังกริยาในสมัยอยุธยา ในขณะที่คำว่า ~u~bอยู่แล้ว~b~uมาจากคำที่ผ่านการกลายเป็นคำไวยากรณ์มาแล้ว คือ กลายมาจากคำช่วยหลังกริยาแสดงการณ์ลักษณะบอกการดำเนินอยู่ ~u~bอยู่~b~u และคำช่วยหลังกริยาแสดงการณ์ลักษณะสมบูรณ์~u~bแล้ว~b~u เป็นคำใหม่ที่มีหน้าที่และความหมายทางไวยากรณ์เพิ่มขึ้น และพบใช้ครั้งแรกในสมัยอยุธยา กระบวนการกลายเป็นคำไวยากรณ์ของทั้งสามคำนี้มีลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีการเปลี่ยนแปลงแบบทิศทางเดียว ซึ่งสอดคล้องกับการกลายเป็นคำไวยากรณ์ที่เป็นสากล |
| บรรณานุกรม | : |
มิ่งมิตร ศรีประสิทธิ์ . (2546). การศึกษาเชิงประวัติของคำว่า แล้ว อยู่ อยู่แล้ว.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มิ่งมิตร ศรีประสิทธิ์ . 2546. "การศึกษาเชิงประวัติของคำว่า แล้ว อยู่ อยู่แล้ว".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มิ่งมิตร ศรีประสิทธิ์ . "การศึกษาเชิงประวัติของคำว่า แล้ว อยู่ อยู่แล้ว."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. มิ่งมิตร ศรีประสิทธิ์ . การศึกษาเชิงประวัติของคำว่า แล้ว อยู่ อยู่แล้ว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
