| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์ระดับเอนทัลปีเพื่อหาแนวทางการออกแบบอาคารปรับอากาศสำหรับภูมิภาคร้อนชื้น |
| นักวิจัย | : | สฤกกา พงษ์สุวรรณ |
| คำค้น | : | ENTHALPY , DESIGN FOR ACTIVE BUILDING , COOLING LOAD , SENSIBLE HEAT , LATENT HEAT |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000403 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อนชื้น ผนวกกับการออกแบบอาคารอย่างไม่เหมาะสมจึงทำให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมหาศาลในอาคารปรับอากาศ หนึ่งในปัจจัยของความไม่เหมาะสม คือ ทางเข้าและช่องเปิดที่รับลมประจำซึ่งมีระดับเอนทัลปีสูง ผลที่ตามมาคือปริมาณการใช้พลังงานอย่างมหาศาล การวิจัยนี้จึงได้ศึกษาถึงอิทธิพลของตัวแปรที่ส่งผลต่อระดับเอนทัลปีและศึกษาเอนทัลปีในแต่ละจังหวัดตัวแทนเพื่อหาทิศทางการทำช่องเปิดของทางเข้า-ออกที่เหมาะสม เป็นการลดอิทธิพลของภาระในการทำความเย็น อันเนื่องมาจากเอนทัลปีของลมในทิศทางนั้นๆ ขั้นตอนการวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพภูมิอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยคัดเลือกจังหวัดตัวแทนของแต่ละภูมิภาคที่มีพื้นที่ครอบคลุมและข้อมูลต้นที่มีความสมบูรณ์เพียงพอ และใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ผสมผสานกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์พยากรณ์ข้อมูลเพิ่มเติมจากฐานข้อมูลเดิม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สภาวะการปรับอากาศภายในอาคารทั่วไปที่อุณหภูมิ 25(+,ฐ)C และความชื้นสัมพัทธ์ 50 เปอร์เซ็นต์เป็นเกณฑ์ในการวิเคราะห์เอนทัลปี ซึ่งเป็นพลังงานที่ผสมระหว่างความร้อนสัมผัสและความร้อนแฝง ตัวแปรที่ทำการศึกษา คือ ความร้อนในอากาศ ความชื้นในอากาศ ความเร็วลม และทิศทางลม ผลที่ได้จากการวิเคราะห์เอนทัลปีแบ่งตามช่วงเวลาการใช้งานอาคารจริงซึ่งนำมาเป็นแนวทางในการออกแบบสำหรับการใช้อาคารแต่ละช่วงเวลา โดยเน้นทิศทางการทำช่องเปิดที่เหมาะสม ผลการวิจัยพบว่า การสูญเสียพลังงานในอาคารจากการเปิดช่องเปิดในทิศทางที่ไม่เหมาะสมมาจากความร้อน ความชื้น และความเร็วลมในทิศนั้น ซึ่งหากไม่มีความเร็วลมจะสูญเสียพลังงานน้อย ประกอบกับทิศทางลมจะสามารถหาทิศทางการเปิดช่องเปิดที่เหมาะสมได้ โดยทิศทางที่มีพลังงานเฉลี่ยตลอดปีต่ำที่สุดจะเป็นทิศที่เหมาะสมในการทำช่องเปิด จากการศึกษาเอนทัลปีเป็นช่วงเวลาพบว่าแต่ละช่วงเวลามีปริมาณพลังงานต่างกันช่วงเวลาที่ใช้พลังงานมากที่สุด คือ 08.00-16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาการใช้อาคารของสำนักงานทั่วไป รองลงมาเป็นช่วงเวลา 17.00-23.00 น. และ 24.00-07.00 น. ตามลำดับทิศทางที่มีเอนทัลปีสูงของช่วงเวลา 08.00-16.00 น. ในกลุ่มเอนทัลปีภาคต่างๆ ดังนี้ภาคกลาง คือ ทิศใต้ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ภาคเหนือ คือ ทิศใต้ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทิศตะวันตก และทิศใต้ ภาคใต้ คือ ทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนช่วง 17.00-23.00 น. มีพลังงานประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ และช่วง24.00-07.00 น. มีพลังงานประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของช่วง 08.00-16.00 น. การจะลดปริมาณการใช้พลังงานได้ต้องทำช่องเปิดในทิศทางที่เหมาะสมซึ่งมีระดับเอนทัลปีต่ำทิศที่มีเอนทัลปีต่ำของช่วงเวลา 08.00-16.00 น. ในกลุ่มเอนทัลปีภาคต่างๆ ดังนี้ ภาคกลาง คือ ทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศเหนือ ภาคเหนือ คือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทิศเหนือ และทิศตะวันออก ภาคใต้ คือ ทิศใต้ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือและทิศเหนือ สรุปการออกแบบตำแหน่งช่องเปิดที่มีระดับเอนทัลปีต่ำ สามารถลดภาระการปรับอากาศลงได้ เมื่อเทียบกับทิศที่มีระดับเอนทัลปีสูงจะมีปริมาณพลังงานต่ำกว่า3-5 เท่าโดยประมาณ |
| บรรณานุกรม | : |
สฤกกา พงษ์สุวรรณ . (2545). การวิเคราะห์ระดับเอนทัลปีเพื่อหาแนวทางการออกแบบอาคารปรับอากาศสำหรับภูมิภาคร้อนชื้น.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สฤกกา พงษ์สุวรรณ . 2545. "การวิเคราะห์ระดับเอนทัลปีเพื่อหาแนวทางการออกแบบอาคารปรับอากาศสำหรับภูมิภาคร้อนชื้น".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สฤกกา พงษ์สุวรรณ . "การวิเคราะห์ระดับเอนทัลปีเพื่อหาแนวทางการออกแบบอาคารปรับอากาศสำหรับภูมิภาคร้อนชื้น."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. สฤกกา พงษ์สุวรรณ . การวิเคราะห์ระดับเอนทัลปีเพื่อหาแนวทางการออกแบบอาคารปรับอากาศสำหรับภูมิภาคร้อนชื้น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
