| ชื่อเรื่อง | : | อิทธิพลของการรั่วซึมของอากาศต่อการใช้พลังงานในอาคารปรับอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด |
| นักวิจัย | : | ศศิน วิบูลบัณฑิตยกิจ |
| คำค้น | : | ENERGY USAGE , ENTHALPY , EXTERNAL WIND SPEED , INFILTRATION , WINDOWS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000759 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในปัจจุบันอาคารที่ใช้ในการปรับอากาศเพื่อสร้างโซนสบายให้กับสภาพแวดล้อมในอาคารมีความจำเป็นต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมากในการขจัดความร้อนและความชื้นอันเนื่องมาจากการรั่วซึมของอากาศในทางปฏิบัติยังไม่มีการวิจัยและคำนึงถึงผลของการรั่วซึมของอากาศต่อการใช้พลังงานในอาคารปรับอากาศในภูมิภาคแบบร้อนชื้นทั้งที่การรั่วซึมของอากาศนั้นส่งผลต่อการใช้พลังงานในอาคารอย่างมาก การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาแสวงหาว่าปัจจัยใดที่ก่อให้เกิดการรั่วซึมของอากาศและแสวงหาความสัมพันธ์ของตัวแปรที่ใช้ในการประเมินการสูญเสียพลังงานในการปรับอากาศจากการรั่วซึมของอากาศ ผลที่ได้จากการวิจัยนำไปใช้ในการประเมินการสูญเสียพลังงานจากการรั่วซึมของอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด ช่องเปิดที่ใช้ในการทดลองประกอบไปด้วย ช่องเปิดบานเกร็ด บานเปิดบานเลื่อนและบานติดตาย รวมไปถึงผนังก่ออิฐฉาบปูนหนา 0.10 เมตรเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบ โดยการหาความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วลมภายนอกกับอัตราการรั่วซึมของอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด เมื่อสามารถหาความสัมพันธ์ดังกล่าวได้แล้วจึงอาศัยการสร้างสมการถดถอยแบบไม่เป็นเส้นตรงเพื่อการทำนายผลจากข้อมูลที่รวบรวมได้ จากนั้นจึงนำมาใช้ในการประเมินการรั่วซึมของอากาศตลอดทั้งปี จากข้อมูลภูมิอากาศโดยคำนึงถึงความร้อน ความชื้นและ เอ็นทัลปีตลอดทั้งปี ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่า การรั่วซึมของอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิดนั้น มีปัจจัยสำคัญ คือ ประเภทของช่องเปิดและความเร็วลมภายนอกที่มากระทำ โดยเมื่อเปรียบเทียบระหว่างช่องเปิดที่ทำการทดลองแล้วพบว่า ช่องเปิดบานเกร็ดมีอัตราการรั่วซึมของอากาศสูงสุดต่อตารางเมตรคือ มีการสูญเสียพลังงานใน การปรับอากาศเฉลี่ย 3390 ตันชั่วโมงต่อปีต่อตารางเมตร อันดับที่ 2 ช่องเปิดบานเปิดโดยเฉลี่ยสูญเสีย 2138ตันชั่วโมงต่อปีต่อตารางเมตร อันดับที่ 3 คือ ช่องเปิดบานเลื่อนโดยเฉลี่ยสูญเสีย 192 ตันชั่วโมงต่อปีต่อ ตารางเมตร และอันดับสุดท้าย คือช่องเปิดติดตายโดยเฉลี่ยสูญเสีย 178 ตันชั่วโมงต่อปีต่อตารางเมตรในขณะที่ผนังก่ออิฐฉาบปูนมีการรั่วซึมของอากาศส่งผลให้เกิดอัตราภาระการทำความเย็นโดยเฉลี่ยประมาณ 1.0 ตันชั่วโมงต่อตารางเมตรต่อปีสำหรับอิทธิพลของทิศทางนั้น ทิศใต้จะมีแนวโน้มการสูญเสียพลังงานมากที่สุดโดยเฉลี่ยในทุกช่องเปิดและผนังที่ทดลองทั้งนี้เนื่องจากทิศใต้มีแนวโน้มที่จะมีความเร็วลมภายนอกโดยเฉลี่ยสูงที่สุดและสม่ำเสมอตลอดทั้งปี จากผลการวิจัยนี้ทำให้สามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ใน การออกแบบเป็นประโยชน์ในการก่อสร้าง สถาปัตยกรรมยุคใหม่เพื่อการประหยัดพลังงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบเพื่อการลดการรั่วซึมของอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม |
| บรรณานุกรม | : |
ศศิน วิบูลบัณฑิตยกิจ . (2543). อิทธิพลของการรั่วซึมของอากาศต่อการใช้พลังงานในอาคารปรับอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศศิน วิบูลบัณฑิตยกิจ . 2543. "อิทธิพลของการรั่วซึมของอากาศต่อการใช้พลังงานในอาคารปรับอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศศิน วิบูลบัณฑิตยกิจ . "อิทธิพลของการรั่วซึมของอากาศต่อการใช้พลังงานในอาคารปรับอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. ศศิน วิบูลบัณฑิตยกิจ . อิทธิพลของการรั่วซึมของอากาศต่อการใช้พลังงานในอาคารปรับอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
