| ชื่อเรื่อง | : | การคำนวณภาระการทำความเย็นและการเลือกขนาดเครื่องทำความเย็นที่เหมาะสม |
| นักวิจัย | : | เทพฤทธิ์ ทองชุบ |
| คำค้น | : | COOLING LOAD , CALCULATION , SUITABLE , CHLLER , SELECTION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000817 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การคำนวณภาระการทำความเย็นและการเลือกขนาดเครื่องทำความเย็นที่เหมาะสมนั้น จะทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าของอาคารได้มาก เพราะค่าไฟฟ้าส่วนใหญ่ของอาคารมาจากระบบปรับอากาศวิธีการคำนวณภาระการทำความเย็นจะต้องคำนวณได้ในทุกชั่วโมงของทุกวันในรอบปี เพื่อที่จะสามารถรู้ลักษณะภาระการทำความเย็นที่แท้จริงของอาคาร ซึ่ง Transfer Function Method เป็นวิธีที่เหมาะสมในการใช้งาน และมีการนำข้อมูลค่าการแผ่รังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่วัดได้จริง มาใช้ในการคำนวณเปรียบเทียบกับค่าที่คำนวณทางทฤษฎี เพื่อให้ได้ค่าที่ได้มีค่าใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น การเลือกขนาดและการปิด-เปิดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้จากเหตุผลที่กล่าวมาทำให้ต้องมีการศึกษาข้อมูล เขียนโปรแกรมและวิเคราะห์ผลของปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณภาระการทำความเย็น การเลือกขนาดและการควบคุมเครื่องปรับอากาศของอาคาร โปรแกรม TFM เป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นจากภาษา C+โดยมีหน้าที่คำนวณภาระการทำความเย็น โดยวิธี TransferFunction Method คำนวณอัตราการใช้ไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ เพื่อเลือกขนาดและจำนวนเครื่องปรับอากาศที่สามารถทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด จากการใช้โปรแกรมและการวิเคราะห์ผลพบว่า การนำข้อมูลค่าการแผ่รังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่วัดได้จริงมาใช้ในการคำนวณนั้น จะทำให้ค่าที่ได้มีค่าต่ำกว่าค่าที่ได้จากการคำนวณทางทฤษฎี เพราะว่าในสภาพความเป็นจริงนั้นท้องฟ้ามิได้โปร่งใสตลอดเวลา ทำให้ค่าที่วัดได้ในบางครั้งมีค่าลดลง การคำนวณภาระการทำความเย็นของอาคารแต่ละอาคารนั้น พบว่ามีลักษณะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของอาคาร การทราบเวลาที่ภาระการทำความเย็นของอาคารมีค่าสูงสุด และการลดค่าภาระการทำความเย็นที่เวลาดังกล่าวได้ จะทำให้เราสามารถลดขนาดเครื่องปรับอากาศลงได้ ในการควบคุมการทำงานและการเปลี่ยนแปลงขนาดของเครื่องปรับอากาศนั้น จะขึ้นอยู่กับลักษณะภาระการทำความเย็นของแต่ละอาคาร ซึ่งจะมีความแตกต่างกัน การคิดค่าใช้จ่ายทั้งหมดของระบบปรับอากาศ จะเป็นการศึกษาเฉพาะค่าเครื่องปรับอากาศและค่าไฟฟ้าเท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าอุปกรณ์ติดตั้ง ค่าบำรุงรักษาและซ่อมแซม จะไม่นำมาคิดเพราะว่าเป็นค่าที่แปรผันได้ ยากต่อการประมาณ ส่วนการคิดค่าไฟฟ้าในต้นทุนนั้นเราจะต้องแปลงค่าไฟฟ้าให้อยู่ในรูปค่าเงินปัจจุบันเสียก่อน เนื่องจากค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเป็นค่าใช้จ่ายในอนาคต ซึ่งจะมีค่าเงินน้อยกว่าค่าเงินปัจจุบันเนื่องจากมีค่าอัตราดอกเบี้ยเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ค่าเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในรูปค่าเงินปัจจุบัน ดังนั้นจึงต้องมีการแปลงค่าเงินให้อยู่ในเวลาเดียวกัน เมื่อเราสามารถเลือกขนาดและการควบคุมเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมได้นั้นจะทำให้สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าอันเป็นทรัพยากรอันมีค่าของชาติลงได้ |
| บรรณานุกรม | : |
เทพฤทธิ์ ทองชุบ . (2540). การคำนวณภาระการทำความเย็นและการเลือกขนาดเครื่องทำความเย็นที่เหมาะสม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เทพฤทธิ์ ทองชุบ . 2540. "การคำนวณภาระการทำความเย็นและการเลือกขนาดเครื่องทำความเย็นที่เหมาะสม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เทพฤทธิ์ ทองชุบ . "การคำนวณภาระการทำความเย็นและการเลือกขนาดเครื่องทำความเย็นที่เหมาะสม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. เทพฤทธิ์ ทองชุบ . การคำนวณภาระการทำความเย็นและการเลือกขนาดเครื่องทำความเย็นที่เหมาะสม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
