| ชื่อเรื่อง | : | ผลของว่านหางจระเข้ (~uALOE VERA~u) ต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนเลือดขนาดเล็ก และระดับของ ทีเอ็นเอฟ-แอลฟา และ ไอแอล-6 ในแบบจำลองแผลไหม้ |
| นักวิจัย | : | ดารณี เดือนศักดิ์ |
| คำค้น | : | ~uALOE VERA~u , BURN WOUNDED MODEL , INTRAVITAL FLUORESCENCE MICROSCOPIC STUDY , TNF-(+,a) , IL-6 |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000261 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เพื่อศึกษาผลของว่านหางจระเข้ต่อระบบไหลเวียนเลือดขนาดเล็กและระดับของทีเอ็นเอฟ-แอลฟา และ ไอแอล-6 ในสัตว์ทดลองที่ทำให้เกิดแผลไหม้ หนูวิสต้าร์เพศผู้จำนวน 72 ตัว น้ำหนัก 200-250 ได้ถูกแบ่งแบบสุ่มเป็นสี่กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มควบคุม(CON) กลุ่มแผลไหม้ที่ไม่ได้รับการรักษา (BURN) กลุ่มแผลไหม้ที่ได้รับการทาด้วยสารละลายน้ำเกลือวันละครั้ง (BURN-NSS) และกลุ่มแผลไหม้ที่ได้รับการทาด้วยเจลว่านหางจระเข้ปริมาณ 300 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวกิโลกรัม ในน้ำกลั่น วันละครั้ง(BURN-ALOE) สัตว์ทดลองในแต่ละกลุ่มถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย เพื่อศึกษาผลในวันที่3,7 และ 14 ใช้เครื่องเลเซอร์คอปเปลอร์โฟลมิเตอร์ วัดการกำซาบเลือดในเนื้อเยื่อใช้เทคนิคคอร์ซอล สกินโฟลด์ แชมเบอร์ และ เทคนิคทางอินทราไวทัล ฟลูออเรสเซนต์ไมโครสโคปี้ เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงเส้นผ่าศูนย์กลางของหลอดเลือดแดงรอง และการเกาะติดของเม็ดเลือดขาวบนหลอดเลือดดำฝอยและใช้เทคนิค อีไลซา เพื่อหาระดับของทีเอ็นเอฟ-แอลฟา และ ไอแอล-6 ในซีรั่ม นอกจากนี้เมื่อสิ้นสุดในแต่ละการทดลองได้เก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อบริเวณแผลไหม้เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางจุลพยาธิวิทยาโดยการย้อมด้วย ฮีมาทอกซิลินและ อีโอซิน (เอชแอนอี) ผลการทดลองพบว่าหลังจากทำให้เกิดแผลไหม้ ค่าเฉลี่ยร้อยละ ของการกำซาบเลือดในเนื้อเยื่อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยว่านหางจระเข้ทั้ง 3 ช่วงเวลา ในวันที่ 3 การขยายตัวของหลอดเลือดซึ่งเกิดในกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษานั้น พบว่ามีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มที่ได้รับว่านหางจระเข้ ที่ระดับนัยสำคัญน้อยกว่า 0.01 (เส้นผ่าศูนย์กลางของหลอดเลือดแดงรองขนาด 15-40 ไมโครเมตร ในกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษา และในกลุ่มที่ได้รับว่านหางจระเข้มีค่าเท่ากับ 38.38(+,ฑ)0.66 และ 29.06(+,ฑ)3.59 ไมโครเมตร ตามลำดับ)การเกาะติดของเม็ดเลือดขาวไม่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษา กลุ่มที่ได้รับสารละลายน้ำเกลือ และกลุ่มที่ได้รับว่านหางจระเข้ ระดับของทีเอ็นเอฟ-แอลฟาและ ไอแอล-6 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญน้อยกว่า 0.05 (ระดับทีเอ็นเอฟ-แอลฟา ในกลุ่มแผลไหม้ที่ไม่ได้รับการรักษาและในกลุ่มแผลไหม้ที่ได้รับว่านหางจระเข้ มีค่าเท่ากับ 139(+,ฑ)19.0 และ 113.0(+,ฑ)6.0 พิโคกรัมต่อมิลลิลิตรตามลำดับ ระดับของไอแอล-6 ในกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาและกลุ่มที่ได้รับว่านหางจระเข้มีค่าเท่ากับ 97.4(+,ฑ)10.5 และ 80.2(+,ฑ)17.2 พิโคกรัมต่อมิลลิลิตรตามลำดับ) มีการหดตัวของหลอดเลือดในกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาในวันที่ 7 และ 14 หลังจากทำให้เกิดแผลไหม้ ในกลุ่มที่ได้รับว่านหางจระเข้เท่านั้นที่มีการเพิ่มขนาดหลอดเลือดจนเป็นปกติ ในวันที่ 14 (เส้นผ่าศูนย์กลางของหลอดเลือดแดงรองขนาด 40-70ไมโครเมตร ในกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาและกลุ่มที่ได้รับว่านหางจระเข้มีค่าเท่ากับ37.78(+,ฑ)6.23 และ 48.37(+,ฑ)7.79 ไมโครเมตร ตามลำดับ ที่ระดับนัยสำคัญน้อยกว่า0.05 เส้นผ่าศูนย์กลางของหลอดเลือดแดงรองขนาด 15-40 ไมโครเมตร ในกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาและกลุ่มที่ได้รับว่านหางจระเข้มีค่าเท่ากับ 24.11(+,ฑ)2.04 และ 34.16(+,ฑ)3.82 ไมโครเมตร ตามลำดับ ที่ระดับนัยสำคัญน้อยกว่า 0.01) จำนวนการเกาะติดของเม็ดเลือดขาวลดลงเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษา ในวันที่ 14 ในกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาและกลุ่มที่ได้รับว่านหางจระเข้มีค่าเท่ากับ 22.12(+,ฑ)1.75 และ15.40(+,ฑ)2.75 เปอร์เซ็นต์ต่อ 100 ไมโครเมตร ตามลำดับที่ระดับนัยสำคัญน้อยกว่า0.05) ระดับของทีเอ็นเอฟ-แอลฟา และ ไอแอล-6 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญน้อยกว่า 0.05 เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษา (ในวันที่ 14 ระดับทีเอ็นเอฟ-แอลฟาในกลุ่มแผลไหม้ที่ไม่ได้รับการรักษา และกลุ่มแผลไหม้ที่ได้รับว่านหางจรเข้มีค่าเท่ากับ 117.0(+,ฑ)21.0 และ 90.0(+,ฑ)2.0 พิโครกรัมต่อมิลลิลิตรตามลำดับที่ระดับนัยสำคัญน้อยกว่า 0.5 ระดับ ไอแอล-6 ในกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาและกลุ่มที่ได้รับว่านหางจระเข้มีค่าเท่ากับ 85.0(+,ฑ)11.5 และ 61.0(+,ฑ)4.8 พิโคกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับที่ระดับนัยสำคัญน้อยกว่า 0.01) นอกจากนี้ การสมานแผลในกลุ่มที่ได้รับว่านหางจระเข้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษา (ในวันที่ 14 ค่าร้อยละของการสมานแผล หลังทำให้เกิดแผลไหม้ และกลุ่มที่ได้รับการทาด้วยว่านหางจระเข้มีค่าเท่ากับ 34.14(+,ฑ)4.19 และ 84.57(+,ฑ)0.94)ตามลำดับที่ระดับนัยสำคัญน้อยกว่า 0.01) การย้อมด้วย เฮชแอนอี พบว่ามีการเจริญเติบโตของเยื่อบุผิวที่ขึ้นปกคลุมอย่างสมบูรณ์ ในวันที่ 14 ในกลุ่มที่ได้รับว่านหางจระเข้ การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการได้รับว่านหางจระเข้สามารถยับยั้งกระบวนการอักเสบซึ่งรวมถึงความสามารถในการลดการเปลี่ยนแปลงขนาดของหลอดเลือด ลดการเกาะติดของเม็ดเลือดขาว ลดระดับของทีเอ็นเอฟ-แอลฟา และ ไอแอล-6 ยิ่งไปกว่ายังสามารถเร่งการสมานแผลได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ดารณี เดือนศักดิ์ . (2545). ผลของว่านหางจระเข้ (~uALOE VERA~u) ต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนเลือดขนาดเล็ก และระดับของ ทีเอ็นเอฟ-แอลฟา และ ไอแอล-6 ในแบบจำลองแผลไหม้.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ดารณี เดือนศักดิ์ . 2545. "ผลของว่านหางจระเข้ (~uALOE VERA~u) ต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนเลือดขนาดเล็ก และระดับของ ทีเอ็นเอฟ-แอลฟา และ ไอแอล-6 ในแบบจำลองแผลไหม้".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ดารณี เดือนศักดิ์ . "ผลของว่านหางจระเข้ (~uALOE VERA~u) ต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนเลือดขนาดเล็ก และระดับของ ทีเอ็นเอฟ-แอลฟา และ ไอแอล-6 ในแบบจำลองแผลไหม้."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ดารณี เดือนศักดิ์ . ผลของว่านหางจระเข้ (~uALOE VERA~u) ต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนเลือดขนาดเล็ก และระดับของ ทีเอ็นเอฟ-แอลฟา และ ไอแอล-6 ในแบบจำลองแผลไหม้. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
