| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบความถี่และระยะเวลาที่แตกต่างกันของการฝึกออกกำลังกายแบบช่วงต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความสามารถในการออกกำลังกายในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง |
| นักวิจัย | : | สุภา จอมแจ้ง |
| คำค้น | : | FREQUENCY , DURATION , EXERCISE CAPACITY , CHRONIC HEART FAILURE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543001081 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลของการลดความถี่และเพิ่มระยะเวลาของการฝึกออกกำลังกายแบบช่วงต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความสามารถในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง จำนวน ทั้งสิ้น 26ราย NYHA FC II-III แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่ม A 13 คน (ชาย = 11 คนหญิง = 2 คน อายุเฉลี่ย 59 (+,ฑ) 7 ปี ค่า LVEF เฉลี่ย 38(+,ฑ) 11 %)ฝึก 5 ครั้ง/สัปดาห์ นาน 3 สัปดาห์ กลุ่ม B 13 คน (ชาย = 11 คน หญิง 2 คนอายุเฉลี่ย 57(+,ฑ)9 ปี ค่า LVEF เฉลี่ย 40(+,ฑ)9%) ฝึก 3 ครั้ง/สัปดาห์นาน 5 สัปดาห์ วิธีการฝึกออกกำลังกายประกอบด้วยการปั่นจักรยานแบบช่วง 15นาที (ขณะปั่นหนักใช้เวลานาน 30 วินาที สลับกับ ระยะพักปั่นเบา 15 วัตต์นาน 60 นาที) และเดินบนลู่กลแบบช่วง 10 นาที 3 ครั้ง/สัปดาห์ (การเดินเร็วสลับช้าในแต่ละระยะใช้เวลานาน 60 วินาที) ความหนักของการฝึกปั่นจักรยานหรืองานที่ทำได้มาจากการ ทดสอบด้วยวิธีของ Steep ramp test ซึ่งจะใช้เพียง50% ของอัตรางานที่ทำได้สูงสุดจากการทดสอบก่อนและหลังการฝึกออกกำลังกายแบบช่วงจะทำการทดสอบวัดระดับความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุดของร่างกาย โดยใช้แบบทดสอบของ Ordinary ramp test ผลการวิจัยพบว่าอัตรางานที่ทำได้และความสามารถ ในการใช้ออกซิเจนสูงสุดของร่างกายทั้งสองกลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ : อัตรางานสูงสุดที่ทำได้กลุ่ม A เพิ่มขึ้นจาก 141.15(+,ฑ)53.74 เป็น 184.77(+,ฑ)65.75 วัตต์(p < 0.000) กลุ่ม B เพิ่มขึ้นจาก 157.77(+,ฑ)54.88 เป็น 204.62(+,ฑ)59.18 วัตต์ (p<0.000) ความสามารถในการใช้ออกซิเจนของร่างกายสูงสุดกลุ่ม A เพิ่มขึ้นจาก 13.32(+,ฑ)3.77 เป็น 15.54(+,ฑ)5.14 มล/กก/นาที(p<0.018) กลุ่ม B เพิ่มขึ้นจาก 14.88(+,ฑ)4.32 เป็น 17.64(+,ฑ) 4.10มล/กก/นาที (p<0.000) ภายหลังฝึกความสามารถในการออกกำลังกายทั้งสองกลุ่ม เพิ่มขึ้นไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (อัตรางานสูงสุด: p = 0.72 ความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุดของร่างกาย :p = 0.54) ผลสรุปของการศึกษา การฝึกออกกำลังกาย 3 ครั้ง/สัปดาห์ นาน5 สัปดาห์ ทำให้ความสามารถในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นได้ไม่แตกต่างจากวิธีฝึก 5 ครั้ง/สัปดาห์ นาน 3 สัปดาห์ |
| บรรณานุกรม | : |
สุภา จอมแจ้ง . (2543). การเปรียบเทียบความถี่และระยะเวลาที่แตกต่างกันของการฝึกออกกำลังกายแบบช่วงต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความสามารถในการออกกำลังกายในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุภา จอมแจ้ง . 2543. "การเปรียบเทียบความถี่และระยะเวลาที่แตกต่างกันของการฝึกออกกำลังกายแบบช่วงต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความสามารถในการออกกำลังกายในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุภา จอมแจ้ง . "การเปรียบเทียบความถี่และระยะเวลาที่แตกต่างกันของการฝึกออกกำลังกายแบบช่วงต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความสามารถในการออกกำลังกายในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. สุภา จอมแจ้ง . การเปรียบเทียบความถี่และระยะเวลาที่แตกต่างกันของการฝึกออกกำลังกายแบบช่วงต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความสามารถในการออกกำลังกายในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
