| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาแบบประเมินตนเองด้านการปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานระดับคุณภาพสำหรับครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ |
| นักวิจัย | : | รัชนีวรรณ สงชู |
| คำค้น | : | SELF-EVALUATION FORM , PERFORMANCE APPRAISAL , TEACHER EVALUATION , NATIONAL TEACHER QUALIFICATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000608 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาแบบประเมินตนเองด้วยการปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานระดับคุณภาพ สำหรับครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ โดยนำแนวคิดในการปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานระดับคุณภาพครูของคุรุสภาผนวกกับกรอบแนวคิดตามทฤษฎีของเปียร์เรนส์มาสร้างเป็นแบบประเมินตนเอง โดยทดลองใช้กับครูประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ใน 12 เขตการศึกษาจำนวน 934 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์คุณภาพของแบบประเมินตนเองในด้านความตรงและด้านความเที่ยง พร้อมทั้งหาเกณฑ์และสร้างคู่มือแปลผลการใช้แบบประเมินตนเอง ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. แบบประเมินตนเองด้านการปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานระดับคุณภาพ สำหรับครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก22 องค์ประกอบย่อย และ 66 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ องค์ประกอบหลักที่ 1 การวางแผนและเตรียมการสอนมี 6 องค์ประกอบย่อย 20 ตัวบ่งชี้ องค์ประกอบหลักที่ 2 การจัดสิ่งแวดล้อมในห้องเรียนมี 5 องค์ประกอบย่อย 15 ตัวบ่งชี้ องค์ประกอบหลักที่ 3 การจัดการเรียนการสอนมี 5 องค์ประกอบย่อย 15 ตัวบ่งชี้ และองค์ประกอบหลักที่ 4 ความรับผิดชอบในวิชาชีพมี 6 องค์ประกอบย่อย 16 ตัวบ่งชี้ 2. คุณภาพของแบบประเมินตนเองด้านการปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานระดับคุณภาพ 2.1 แบบประเมินตนเองมีความตรงเชิงเนื้อหา ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับองค์ประกอบ/ประเด็นชี้วัดของแบบประเมินตนเอง (IOC) มีค่าอยู่ระหว่าง0.67-1.00 มีความตรงเชิงโครงสร้างที่ได้จากการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสอง(second - order confirmatory factor analysis) และมีความตรงเชิงจำแนก(discriminant validity) จากการทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยกลุ่มครูที่มีคุณภาพการปฏิบัติงานสูงและกลุ่มครูที่มีคุณภาพการปฏิบัติงานโดยทั่วไปพบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2.2 แบบประเมินตนเองมีความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายในเมื่อคำนวณตามวิธีของครอนบาค (Cronbach's Alpha) โดยรวมทั้ง 4 ฉบับ เท่ากับ 0.9830 และเมื่อจำแนกเป็นรายฉบับ พบว่า ฉบับที่ 1-4 มีค่าความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายใน เท่ากับ0.9723 0.9139 0.9757 และ 0.9469 ตามลำดับ 3. เมื่อใช้เกณฑ์การจัดระดับคุณภาพของคะแนนการประเมินโดยภาพรวมด้วยวิธีการกำหนดมาตรฐานโดยใช้ทฤษฎีการตัดสินใจและการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ครูมีคุณภาพระดับ 4 ซึ่งเป็นคุณภาพระดับสูงสุด จำนวน 33 คน คิดเป็นร้อยละ 3.53 คุณภาพระดับ 3จำนวน 276 คน ร้อยละ 29.55 คุณภาพระดับ 2 จำนวน 446 คน ร้อยละ 47.75 และคุณภาพระดับ 1 จำนวน 162 คน ร้อยละ 17.35 ตามลำดับ สำหรับครูที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินมีจำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 1.82 |
| บรรณานุกรม | : |
รัชนีวรรณ สงชู . (2544). การพัฒนาแบบประเมินตนเองด้านการปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานระดับคุณภาพสำหรับครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. รัชนีวรรณ สงชู . 2544. "การพัฒนาแบบประเมินตนเองด้านการปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานระดับคุณภาพสำหรับครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. รัชนีวรรณ สงชู . "การพัฒนาแบบประเมินตนเองด้านการปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานระดับคุณภาพสำหรับครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. รัชนีวรรณ สงชู . การพัฒนาแบบประเมินตนเองด้านการปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานระดับคุณภาพสำหรับครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
