| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเชิงสโตแคสติกของความเข้มข้นฝุ่นปลิวจากโรงโม่หินบริเวณหน้าพระลาน โดยการจำลองแบบมอนติ-คาร์โลของแบบจำลอง |
| นักวิจัย | : | กนิษฐา ผจญอริพ่าย |
| คำค้น | : | STOCHASTIC STUDY , PM(,10) , ISCST3 , AIR DISPERSION MODEL , MONTE CARLOSIMULATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000056 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้นำเทคนิคมอนติ-คาร์โลมาใช้ร่วมกับแบบจำลอง ISCST3 ซึ่งเป็นแบบจำลองการกระจายตัวมลสารแบบเกาส์เซียน เพื่อคำนวณความเข้มข้นเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของฝุ่น PM(,10)ในบรรยากาศที่เกิดจากโรงโม่หินจำนวน 48 โรง บริเวณตำบลหน้าพระลานและบริเวณใกล้เคียงในจังหวัดสระบุรี โดยมีจุดรับมลสารที่สนใจจำนวน 5 จุดในพื้นที่ศึกษา การศึกษาแนวโน้มเฉลี่ยรายปีของความเข้มข้นเฉลี่ย 24 ชั่วโมงและค่าสถิติอื่นๆ ทำขึ้นภายใต้สมมติฐานที่ว่าโรงโม่หินทุกโรงมีการติดตั้งระบบบำบัดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพ 80% ตัวแปรนำเข้าที่มีความไม่แน่นอน (uncertainty) ที่สนใจ ได้แก่ ตัวแปรอุตุนิยม และอัตราการปล่อยฝุ่นเฉลี่ยในกรณีที่ศึกษาระดับความไม่แน่นอนของความเข้มข้นฝุ่นเฉลี่ย เนื่องจากตัวแปรอุตุนิยมมีความไม่แน่นอน ข้อมูลอุตุนิยมในอดีตจะถูกนำมาวิเคราะห์เชิงสถิติเพื่อกำหนดรูปแบบฟังก์ชันของการกระจายตัวของข้อมูลที่เหมาะสม รวมทั้งค่าคงที่ถ่วงน้ำหนัก ((+,a))จากนั้นจึงทำการสร้างตัวแปรแรนดัมของข้อมูลอุตุนิยมซึ่งเป็นตัวแทนข้อมูลอุตุนิยมในอนาคตจากผลการวิเคราะห์เชิงสถิติของข้อมูลอุตุนิยมในอดีตของความเร็วลม, ทิศทางลม,อุณหภูมิบรรยากาศ, ความสูงในการผสม และปริมาณเมฆ พบว่า ฟังก์ชันการกระจายของข้อมูลอุตุนิยมในอดีตมีความสอดคล้องกับฟังก์ชันแบบแกมม่า และมีค่าคงที่ถ่วงน้ำหนัก ((+,a)) ที่เหมาะสมเท่ากับ 0.5 ในกรณีที่ศึกษาระดับความไม่แน่นอนของความเข้มข้นฝุ่นเฉลี่ยเนื่องจากอัตราการปล่อยฝุ่นที่มีความไม่แน่นอน ตัวแปรแรมดัมที่มีการกระจายแบบปกติ (normal randomvariable) ของค่าของตัวคูณอัตราปล่อยฝุ่น (emission factor) จะถูกสร้างขึ้นโดยอ้างอิงค่าตัวคูณอัตราการปล่อยฝุ่นที่จัดทำขึ้นโดย U.S. EPA สำหรับกระบวนการบดย่อยหิน ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.05275 กิโลกรัม/ตัน และสมมติให้มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ0.005275 กิโลกรัม/ตัน ผลการจำลองแบบซ้ำกัน 50 กรณี หรือปี โดยใช้เทคนิคมอนติ-คาร์โล พบว่าลมที่พัดจากทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นลมที่มีอิทธิพลมากต่อความเข้มข้นฝุ่น PM(,10) เฉลี่ยในพื้นที่ศึกษา เนื่องจากความถี่ของจำนวนครั้งที่ลมพัดในทิศดังกล่าวสูงกว่าความถี่ของจำนวนครั้งที่ลมพัดมาจากทิศทางอื่นๆ ผลก็คือความน่าจะเป็นที่ความเข้มข้นฝุ่นเฉลี่ย 24 ชั่วโมงมีค่าสูงกว่าค่ามาตรฐานในบรรยากาศ (120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) จะมีค่าสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณจุดรับมลสารที่อยู่ในพื้นที่ท้ายลมนั้นคือบริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพื้นที่ศึกษา นอกจากนี้ยังพบว่าระดับของความไม่แน่นอนของความเข้มข้นฝุ่น PM(,10)เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในกรณีที่ใช้ตัวแปรอุตุนิยมที่มีความไม่แน่นอนมีค่าสูงกว่าระดับของความไม่แน่นอนของความเข้มข้นฝุ่นดังกล่าวเมื่อใช้ตัวแปรอัตราการปล่อยฝุ่นที่มีความไม่แน่นอน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าตัวแปรอุตุนิยมเป็นปัจจัยสำคัญต่อระดับความไม่แน่นอนของความเข้มข้นฝุ่น PM(,10) มากกว่าตัวแปรอัตราการปล่อยฝุ่น อนึ่ง ในการทดสอบผลของอัตสหสัมพันธ์ (autocorrelation) ของข้อมูลความเร็วลมและทิศทางลมที่มีต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามเวลาของความเข้มข้นฝุ่น PM(,10)โดยการแปรเปลี่ยนค่าคงที่ถ่วงน้ำหนัก พบว่าระดับของอัตสหสัมพันธ์ของตัวแปรทิศทางลมมีผลต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามเวลาของความเข้มข้นฝุ่น PM(,10) มากกว่าของตัวแปรความเร็วลม ทั้งนี้เนื่องจากความเร็วลมในพื้นที่ที่ศึกษาส่วนใหญ่เป็นลมสงบ (ความเร็วลมต่ำกว่า 2 เมตร/วินาที) |
| บรรณานุกรม | : |
กนิษฐา ผจญอริพ่าย . (2544). การศึกษาเชิงสโตแคสติกของความเข้มข้นฝุ่นปลิวจากโรงโม่หินบริเวณหน้าพระลาน โดยการจำลองแบบมอนติ-คาร์โลของแบบจำลอง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กนิษฐา ผจญอริพ่าย . 2544. "การศึกษาเชิงสโตแคสติกของความเข้มข้นฝุ่นปลิวจากโรงโม่หินบริเวณหน้าพระลาน โดยการจำลองแบบมอนติ-คาร์โลของแบบจำลอง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กนิษฐา ผจญอริพ่าย . "การศึกษาเชิงสโตแคสติกของความเข้มข้นฝุ่นปลิวจากโรงโม่หินบริเวณหน้าพระลาน โดยการจำลองแบบมอนติ-คาร์โลของแบบจำลอง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. กนิษฐา ผจญอริพ่าย . การศึกษาเชิงสโตแคสติกของความเข้มข้นฝุ่นปลิวจากโรงโม่หินบริเวณหน้าพระลาน โดยการจำลองแบบมอนติ-คาร์โลของแบบจำลอง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
