| ชื่อเรื่อง | : | ทัศนคติและผลกระทบที่มีต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในภาวะเศรษฐกิจถดถอยของพนักงานระดับต้นและกลางในอาคารสำนักงานย่านบางนา-ตราด |
| นักวิจัย | : | วรรัตน์ ทีฆมงคล |
| คำค้น | : | ATTITUDES AND EFFECTS , HOUSING DEMAND , ENTRY-LEVEL ANDMIDDLE-LEVEL WORKERS , ECONOMIC RECESSION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000642 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสถานภาพด้านเศรษฐกิจ สังคมการอยู่อาศัย การเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวกของพนักงานระดับต้นและกลางที่ทำงานในอาคารสำนักงาน ในบริเวณถนนบางนา-ตราด ความต้องการที่พักอาศัยในภาวะเศรษฐกิจถดถอย ปัจจัยในการเลือก และความคาดหวังในอนาคตด้านที่อยู่อาศัย จำนวน 303 ตัวอย่างจาก 14 อาคาร จำนวน 40 บริษัทโดยวิธีการสำรวจด้วยแบบสอบถาม ผลของการศึกษาพบว่า พนักงานระดับต้นและกลาง ในย่านบางนาตราด ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงคิดเป็นร้อยละ 78.5 มีอายุในช่วง 26-30 ปี มีสถานภาพเป็นโสด มีการศึกษาระดับปริญญาตรี ตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นพนักงานทั่วไป มีรายได้ครอบครัวระหว่าง20,000-40,000 บาทต่อเดือน มีรถยนต์ บัตรเครดิต โทรศัพท์มือถือ ใช้เป็นส่วนใหญ่การเดินทางไปทำงานส่วนใหญ่โดยสารรถประจำทาง รองลงมาเป็นรถยนต์ ใช้เวลาเดินทางมากกว่า 20 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลา 31-60 ปี และแนวทางปฏิบัติเมื่อมีปัญหาในการเดินทางจะทนต่อไป ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่มีต่อความต้องการที่อยู่อาศัยของพนักงานระดับต้นและกลาง ย่านบางนา-ตราด 80.9% ไม่ต้องการย้ายจากบ้านหลังปัจจุบัน มีปัญหาด้านการงานน้อย ส่วนใหญ่เงินเดือนถูกลดประมาณ 5-10% ส่วนผู้ที่มีปัญหาจะมีปัญหาด้านการผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ ผ่อนอุปกรณ์เครื่องใช้ ด้านการผ่อนบ้านต้องการอัตราดอกเบี้ยคงที่และลอยตัวที่ 9% ความต้องการที่อยู่อาศัยในภาวะเศรษฐกิจถดถอย ในช่วง 3-5 ปี นับจากปี 2541พบว่า 46.5% ไม่ต้องการซื้อหรือเปลี่ยนบ้านหลังใหม่ และ 11.6% ยังไม่วางแผนที่จะมีบ้าน ต้องการบ้าน 41.9% สาเหตุหลัก เพราะเศรษฐกิจครอบครัวไม่เอื้ออำนวยพอใจที่อยู่อาศัยปัจจุบันและการงานไม่ค่อยมั่นคง จากการศึกษาสรุปได้ว่า ส่วนใหญ่ผู้หญิงไม่ต้องการจะซื้อหรือเปลี่ยนบ้านใหม่เพราะอยู่กับพ่อแม่ญาติพี่น้อง จึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ มีที่พักอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการและกรุงเทพปริมณฑล สถานที่ทำงานใกล้กับย่านบางนา-ตราด กลุ่มที่ต้องการบ้านจะเป็นโสด อายุ 20-25 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการแยกตัวเป็นอิสระ ลงทุนซื้อเพื่อขายต่อ แต่งงาน และกลุ่มที่มีรายได้ครอบครัว 100,001-200,000 บาท ส่วนกลุ่มที่ไม่ต้องการบ้านเป็นกลุ่มอายุ 31-35 ปีการศึกษาระดับอนุปริญญา/ปวส. เป็นผู้บริหารระดับบนเป็นกลุ่มที่มีรายได้ครอบครัว80,001-100,000 บาท ปัจจัยที่เป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจให้ซื้อบ้านภายใน 3-5 ปี แบ่งเป็น 3 ภาค คือภาครัฐ ต้องควบคุมผู้ประกอบการไม่ให้โกง ยกเว้นภาษีเงินได้จากการขาย ลดภาษีการโอน ภาคสถาบันการเงิน คือ ลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลง เงินดาวน์ต่ำ และภาคสถาบันการเงินควรปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น ภาคผู้ประกอบการ คือ ลดราคาบ้านให้ถูกกว่านี้อีกลดแลกแจกแถมให้มากขึ้น ผ่อนปรนในด้านการดาวน์บ้าน |
| บรรณานุกรม | : |
วรรัตน์ ทีฆมงคล . (2541). ทัศนคติและผลกระทบที่มีต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในภาวะเศรษฐกิจถดถอยของพนักงานระดับต้นและกลางในอาคารสำนักงานย่านบางนา-ตราด.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรรัตน์ ทีฆมงคล . 2541. "ทัศนคติและผลกระทบที่มีต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในภาวะเศรษฐกิจถดถอยของพนักงานระดับต้นและกลางในอาคารสำนักงานย่านบางนา-ตราด".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรรัตน์ ทีฆมงคล . "ทัศนคติและผลกระทบที่มีต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในภาวะเศรษฐกิจถดถอยของพนักงานระดับต้นและกลางในอาคารสำนักงานย่านบางนา-ตราด."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. วรรัตน์ ทีฆมงคล . ทัศนคติและผลกระทบที่มีต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในภาวะเศรษฐกิจถดถอยของพนักงานระดับต้นและกลางในอาคารสำนักงานย่านบางนา-ตราด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
