| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบผลการควบคุมค่าการแข็งตัวของเลือดของผู้ป่วยในวอร์ฟารินคลินิกกับคลินิกทั่วไปของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ |
| นักวิจัย | : | ชนัญญา ไชยอำพร |
| คำค้น | : | การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ -- ไทย , วาร์ฟาริน -- ไทย , วาร์ฟาริน -- การใช้รักษา -- ไทย , สารกันเลือดเป็นลิ่ม , Blood coagulation disorders -- Thailand , Warfarin -- Thailand , Warfarin -- Therapeutic use -- Thailand , Anticoagulants (Medicine) |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ถาวร สุทธิไชยากุล , ศริญญา ภูวนันท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/32115 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554 บทนำ :ระดับค่าการแข็งตัวของเลือดของผู้ป่วยที่ได้รับยาวอร์ฟารินในประเทศไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดปัญหาเลือดออกและลิ่มเลือดอุดตันสูง ถึงแม้ว่าปัจจุบันมีการศึกษาในต่างประเทศที่สนับสนุนว่าวอร์ฟารินคลินิกสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมระดับค่าการแข็งตัวของเลือดเข้าเป้าหมายมากขึ้นแต่อย่างไรก็ตามยังขาดข้อมูลที่เปรียบเทียบและแลดงผลการควบคุมค่าการแข็งตัวของเลือดโดยวอร์ฟารินคลินิกในประเทศไทย วิธีการศึกษา : การเก็บข้อมูลผู้ป่วยในวอร์ฟารินคลินิกเป็นแบบย้อนหลัง-ไปข้างหน้า โดยเก็บข้อมูลผู้ป่วยทุกคนที่อยู่ในวอร์ฟารินคลินิกของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2553 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2554 ส่วนข้อมูลในกลุ่มควบคุมได้จากการทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วยนอกที่ถูกเลือกมาแบบสุ่มในอัตราส่วน 1:1 เมื่อเทียบกับผู้ป่วยในวอร์ฟารินคลินิก โดยผู้ป่วยในกลุ่มควบคุมคือผู้ป่วยที่แผนกผู้ป่วยนอกอื่นๆของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่ได้รับยาวอร์ฟารินในช่วงเวลาเดียวกัน วัดผลโดยเปรียบเทียบสัดส่วนของระยะเวลาที่ค่าการแข็งตัวของเลือดอยู่ในช่วงการรักษาที่เหมาะสมซึ่งอ้างอิงตามแนวทางเวชปฏิบัติมาตรฐานหากไม่ได้ระบุไว้โดยชัดเจน และเปรียบเทียบการเกิดภาวะแทรกซ้อน ผลการศึกษา : มีผู้ป่วยจำนวนกลุ่มละ 59 คนในวอร์ฟารินคลินิกและคลินิกทั่วไป ผู้ป่วยในวอร์ฟารินคลินิกมีระดับค่าการแข็งตัวของเลือดอยู่ในเป้าหมายเป็นระยะเวลา 55.8% ซึ่งสูงกว่าผู้ป่วยในคลินิกทั่วไปที่มีค่าการแข็งตัวของเลือดอยู่ในเป้าหมายเป็นระยะเวลา 43.4% อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.043) ระยะห่างของการตรวจติดตามค่าการแข็งตัวของเลือดของผู้ป่วยในวอร์ฟารินคลินิกน้อยกว่าของคลินิกทั่วไป คือ 30 และ 76 วัน ตามลำดับ (p < 0.001) วอร์ฟารินคลินิกมีแนวโน้มการเกิดภาวะเลือดออกบ่อยกว่าแต่การเกิดลิ่มเลือดอุดตันน้อยกว่ากลุ่มคลินิกทั่วไปแต่อย่างไรก็ตามไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปผลการศึกษา : วอร์ฟารินคลินิกสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมระดับค่าการแข็งตัวของเลือดเข้าเป้าหมายมากขึ้นแต่ไม่ลดการการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับยาวอร์ฟาริน |
| บรรณานุกรม | : |
ชนัญญา ไชยอำพร . (2554). การเปรียบเทียบผลการควบคุมค่าการแข็งตัวของเลือดของผู้ป่วยในวอร์ฟารินคลินิกกับคลินิกทั่วไปของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชนัญญา ไชยอำพร . 2554. "การเปรียบเทียบผลการควบคุมค่าการแข็งตัวของเลือดของผู้ป่วยในวอร์ฟารินคลินิกกับคลินิกทั่วไปของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชนัญญา ไชยอำพร . "การเปรียบเทียบผลการควบคุมค่าการแข็งตัวของเลือดของผู้ป่วยในวอร์ฟารินคลินิกกับคลินิกทั่วไปของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print. ชนัญญา ไชยอำพร . การเปรียบเทียบผลการควบคุมค่าการแข็งตัวของเลือดของผู้ป่วยในวอร์ฟารินคลินิกกับคลินิกทั่วไปของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
|
