ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
นักวิจัย : ยงเกษม วรเศรษฐการกิจ, 2516-
คำค้น : หัวใจวาย , หัวใจ--โรค--การรักษา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ถาวร สุทธิไชยากุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : 9741771266 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2494
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547

ที่มาของงานวิจัย: หลังจากที่มีการปรับปรุงแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในปี พ.ศ. 2544 ยังไม่เคยมีการประเมินผล ดังนั้นหากมีการรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์แล้ว จะเป็นฐานข้อมูลที่ดีสำหรับการพัฒนาการดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบและผลลัพธ์ของการดูแลผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก่อนและหลังการปรับปรุงแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว วิธีการดำเนินการ: เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบย้อนหลัง โดยรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลทางคลินิก และข้อมูลด้านการดูแลรักษาจากเวชระเบียนผู้ป่วยในของแผนกอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่ได้รับการวินิจฉัยหลักเมื่อได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลว่าหัวใจล้มเหลว โดยแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 กลุ่มๆ ที่ 1 คือก่อนที่มีการปรับปรุง (ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2543) และกลุ่มที่ 2 คือ หลังมีการปรับปรุงแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว (ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2546) นำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบรูปแบบและผลลัพธ์ของการดูแลผู้ป่วยระหว่าง 2 กลุ่ม ผลการศึกษา: จากเวชระเบียนผู้ป่วยในรวม 244 รายคือแบ่งเป็น กลุ่มที่ 1 จำนวน 106 ราย และกลุ่มที่ 2 จำนวน 138 ราย พบว่ามีการลดลงของ 1) ระยะเวลาของการนอนโรงพยาบาล (10.16 วันและ 6.37 วัน P=0.002) 2) อัตราการกลับเข้านอนโรงพยาบาลซ้ำ (42.7% และ 26.7% p=0.011) และ 3) อัตราการกลับเข้านอนโรงพยาบาลซ้ำเนื่องจากหัวใจล้มเหลว (36.9% และ 17.2% P=0.001) โดยยาที่ผู้ป่วยได้รับก่อนออกจากโรงพยาบาลคงเดิมได้แก่ diuretics (98.1% และ 98.5%, p=1.00), digitalis (41.7% และ 32.8%, p=0.20) spironolactone (22.3% และ 21.6%, p=1.0), calcium channel blockers (15.5% และ 12.7%, p=0.66), beta blockers (6.6% และ 10.9%, p=0.35) ยาที่มีการใช้ลดลงคือ angiotensin converting enzyme inhibitors (75.7% และ 58.2%, p<0.01) และยาที่มีการใช้เพิ่มขึ้นได้แก่ angiotensin II receptor blockers (1.0% และ 9.0% p=0.02) ในกลุ่มที่ 1 และ กลุ่มที่ 2 ตามลำดับ สรุป: หลังจากที่มีการปรับปรุงแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวแล้ว มีการลดลงของระยะเวลาของการนอนโรงพยาบาล อัตราการกลับเข้านอนโรงพยาบาลซ้ำ และอัตราการกลับเข้านอนโรงพยาบาลซ้ำเนื่องจากหัวใจล้มเหลว โดยรูปแบบการใช้ยารักษาภาวะหัวใจล้มเหลวนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ดังนั้นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นนั้นน่าจะเป็นผลจากการดูแลรักษานอกเหนือจากการใช้ยา (non pharmacologic treatment ) เป็นหลัก

บรรณานุกรม :
ยงเกษม วรเศรษฐการกิจ, 2516- . (2547). การประเมินการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยงเกษม วรเศรษฐการกิจ, 2516- . 2547. "การประเมินการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยงเกษม วรเศรษฐการกิจ, 2516- . "การประเมินการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print.
ยงเกษม วรเศรษฐการกิจ, 2516- . การประเมินการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.