| ชื่อเรื่อง | : | เดี่ยวแคน ทางครูบัวหอง ผาจวง |
| นักวิจัย | : | รัฐธนินท์ รวีฉัตรพงศ์ |
| คำค้น | : | หีบเพลงปาก -- ไทย , แคน , เพลงแคน , เครื่องดนตรี -- ไทย , เครื่องลมไม้ , ดนตรีเครื่องลมไม้ -- ไทย , เดี่ยวเครื่องดนตรี -- ไทย , ผู้เล่นเครื่องลมไม้ -- ไทย , บัวหอง ผาจวง -- เพลงและดนตรี |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ขำคม พรประสิทธิ์ , เจริญชัย ชนไพโรจน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะศิลปกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/30088 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554 แคนคือเครื่องดนตรีที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน และยังเป็นสัญลักษณ์ของชาวไทยภาคอีสาน โดยมีความผูกพันธ์กับวัฒนธรรมและประเพณีของชาวอีสาน ซึ่งนิยมเล่น ในงานมงคล เช่น งานบุญ และงานเลี้ยงในโอกาสต่างๆ แคนสามารถถ่ายทอดอารมณ์ให้ ผู้ที่ได้รับฟังเกิดความรู้สึกตามทำนองที่บรรเลง ทั้งอารมณ์โศกเศร้าและสนุกสนาน ซึ่งครูบัวหอง ผาจวงนี้เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในภาคอีสานจนถึงปัจจุบัน โดยทางเดี่ยวแคนทั้ง 13 ลายนี้เป็นผลงานที่งดงามทางคีตศิลป์ ซึ่งครูบัวหอง ผาจวงได้รับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษคือคุณทวดคง ผาจวง การศึกษาและการวิเคราะห์ในงานวิจัยฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดี่ยวแคนของครูบัวหอง ผาจวง วิเคราะห์สังคีตลักษณ์ เอกลักษณ์และรวม ไปถึงกลวิธีพิเศษต่างๆ ที่ปรากฏในการบรรเลงแคนทั้ง 13 ลาย ได้แก่ ลายสุดสะแนน ลายใหญ่ ลายน้อย ลายติดสูดใหญ่ ลายติดสูดน้อย ลายโป้ซ้าย ลายลมพัดพร้าว ลายผู้เฒ่าเงยคอ ลายสาวหยิกแม่ ลายออนซอนอีสาน ลายภู่ไท ลายเต้ยหัวโนนตาล ลายคอนสวรรค์ ซึ่งดำเนินการวิจัยโดยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ การวิจัยเอกสาร และการสังเกตอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งผลการวิจัยพบว่าการเป่าแคนมี 6 โอกาส คือ การเป่าแคนเพื่อความบันเทิงแก่ตนเอง การเป่าแคนเพื่อความบันเทิงแก่เพื่อนฝูง การเป่าแคนในการไปเกี้ยวสาว การเดี่ยวแคนสำหรับขบวนแห่ การเป่าแคนสำหรับการประกอบลำ และการเป่าแคนสำหรับพิธีกรรมรักษาคนไข้ ในเรื่องสังคีตลักษณ์พบว่าจังหวะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ไร้อัตราจังหวะบังคับ และมีอัตราจังหวะบังคับ มีเอกลักษณ์ในการขึ้นเพลง การดำเนินทำนอง และการลงจบ ด้วยการใช้เม็ดพราย 7 แบบ ได้แก่ การสะบัด การปริบ การพรม การจ้น การฮ่อน การใช้เสียงคู่แปด และการตัดลิ้น โดยผู้บรรเลงจะต้องมีความชำนาญในการคิดทาง การใช้ลม และการใช้นิ้ว ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ต้องมีความสัมพันธ์กัน |
| บรรณานุกรม | : |
รัฐธนินท์ รวีฉัตรพงศ์ . (2554). เดี่ยวแคน ทางครูบัวหอง ผาจวง.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รัฐธนินท์ รวีฉัตรพงศ์ . 2554. "เดี่ยวแคน ทางครูบัวหอง ผาจวง".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รัฐธนินท์ รวีฉัตรพงศ์ . "เดี่ยวแคน ทางครูบัวหอง ผาจวง."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print. รัฐธนินท์ รวีฉัตรพงศ์ . เดี่ยวแคน ทางครูบัวหอง ผาจวง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
|
