| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กับประชาชนในด้านการจราจร |
| นักวิจัย | : | นิสิต พันธมิตร |
| คำค้น | : | การอำนวยความยุติธรรม , การเพิ่มประสิทธิภาพ , ด้านการจราจร , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5440015 , http://research.trf.or.th/node/8447 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านการบริหารงานจราจร การควบคุมอุบัติเหตุจราจร และการดาเนินคดีจราจร ในการสร้างประสิทธิภาพในการอานวยความยุติธรรมด้านการจราจร โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากจากเอกสารต่างๆ และการเก็บแบบสอบถาม จากประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนและตารวจจราจร ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังได้กาหนดให้มีเวทีการระดมความคิดเห็น โดยครั้งแรก จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่ตารวจจราจรทั้งระดับสัญญาบัตรและชั้นประทวนทั่วจังหวัดเชียงใหม่ และครั้งที่สอง เป็นการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เป็นการระดมความเห็นของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตารวจจราจรที่เป็นผู้ปฏิบัติงานโดยตรง พนักงานอัยการ ศาล และ พนักงานควบคุมประพฤติ รวมถึงประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่เป็นผู้รับบริการ ผลการศึกษา พบว่าแนวทางในการสร้างประสิทธิภาพการบริหารงานจราจรตามยุทธศาสตร์ 5 E ประกอบด้วย 1) ด้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยมุ่งการกวดขันควรมุ่งเน้นทั้งการกระทาความผิดที่เป็นฐานความผิดต่อกฎระเบียบและการกวดขันการกระทาความผิดที่เป็นฐานความผิดที่เป็นอันตรายต่อบุคคลอื่น โดยระยะแรก เป็นการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องปฏิบัติตามกฎจราจร โดยใช้ป้ายหรือแผ่นพับประชาสัมพันธ์หรือใช้สื่ออื่นๆ ระยะที่สอง เป็นการดาเนินการกวดขันวินัยจราจรที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานผิดต่อกฎระเบียบ มีการ จับ ปรับ หรือตักเตือนตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ โดยเพิ่มความถี่ในการกวดขันจับกุม และ ระยะที่สาม เป็นการดาเนินการอย่างจริงจังกับผู้กระทาความผิดซ้าอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มบทลงโทษสาหรับผู้ที่กระทาความผิดซ้าซาก 2) ด้านวิศวกรรมจราจรถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ตารวจไม่ได้มีหน้าที่ในการปฏิบัติงานทางด้านวิศวกรรมจราจรแต่ก็สามารถเชื่อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ประสานงานกับหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงเพื่อ ตรวจสอบความปลอดภัยทางถนนในระดับท้องถิ่น การวิเคราะห์จุดเสี่ยง การแก้ปัญหาการจราจรเบื้องต้นในระดับท้องถิ่น การปรับปรุง ขยายพื้นผิวการจราจรใหม่ การติดตั้งปิดเปิด สัญญาณไฟจราจรให้มีความสอดคล้องต่อช่วงเวลาในการสัญจรทั้งในช่วงเวลาปกติและในช่วงเวลาเร่งด่วน เป็นต้น 3) ด้านการให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วม โดยเจ้าหน้าที่ตารวจจราจรต้องให้ความรู้ที่ถูกต้อง แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการอานวยความยุติธรรมของสานักงานตารวจแห่งชาติให้กับประชาชนในด้านการจราจร ข เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัยในโรงเรียนและบุคคลทั่วไป โดยการเข้าร่วมเป็นวิทยากรสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรและโครงสร้างด้านความปลอดภัยทางถนนในสถานศึกษาการเผยแพร่ความรู้ด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย การปรับเปลี่ยนทัศนคติและความเข้าใจต่อการจัดการความปลอดภัยทางถนน รวมถึงการประสานกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นผู้ดาเนินงานการจัดการฝึกอบรบให้ความรู้เรื่องการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยในท้องถิ่นหรือพื้นที่ของตน เป็นต้น 4)ด้านการช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน โดยแนวทางในการสร้างประสิทธิภาพการช่วยเหลือฉุกเฉิน อาทิ สร้างเครือข่ายและประสานเครือข่าย บุคลากรสนับสนุนทางการแพทย์ในการช่วยเหลือฉุกเฉินโดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงสถิติ ในการรับแจ้งเหตุ ระยะเวลาในการเข้าถึงที่เกิดเหตุ ระยะเวลาในการนาส่ง รวมถึงการประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นผู้ดาเนินงานและบริหารจัดการระบบแพทย์ฉุกเฉินให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นหรือพื้นที่ของตนเอง และ 5) ด้านการติดตามและประเมินผล โดยการประสานงานในการพัฒนา ระบบการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ การติดตามและประเมินผลกลุ่มเสี่ยง การเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจในระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหา ได้อย่างทันเวลาและถูกต้อง โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาระบบสารสนเทศภายในจังหวัด เพื่อใช้ในการกาหนดมาตรการที่เหมาะสม การประสานความร่วมมือในการพัฒนาความพร้อมสาหรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับการแพทย์ฉุกเฉิน ส่วนแนวทางการสร้างความมีประสิทธิภาพในการควบคุมอุบัติเหตุการจราจรนั้น ประการแรก ควรที่จะนามาตรการทางการปกครองมาใช้ในการที่จะป้องกันแก้ไขเพื่อให้ผู้กระทาความผิดได้ใช้ความระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงในการที่จะเกิดผลเสียหายดังกล่าวต่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบจราจรมากกว่าเดิม โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรในโรงเรียนสาหรับอบรมผู้กระทาความผิดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้กระทาความผิดมิให้กระทาผิดซ้าอีกหรือการกาหนดเงื่อนไขในการทากิจกรรมบริการสังคม เป็นต้น และ ประการที่สอง การคานึงถึงการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตารวจ ต้องเป็นไปภายใต้ขอบเขตของความชอบด้วยกฎหมายซึ่งจะต้องคานึงถึง หลักสมควรแก่เหตุ และหลักความเสมอภาค รวมถึงการลดข้อบกพร่องการกระทาที่ถือว่าเป็นความบกพร่องในการใช้ดุลยพินิจทั้ง การใช้ดุลยพินิจมากเกินกว่าที่กฎหมายกาหนด การไม่ใช้ดุลยพินิจ และ การใช้ดุลยพินิจอย่างมิชอบ แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการอานวยความยุติธรรมของสานักงานตารวจแห่งชาติให้กับประชาชนในด้านการจราจร ค ในขณะที่แนวทางการสร้างประสิทธิภาพการดาเนินคดีด้านจราจร แนวทางปฏิบัติที่สาคัญคือ 1) มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์งานสืบสวนอุบัติเหตุจากการขนส่งและจราจรต่อหน่วยที่เกี่ยวข้องที่ทางานด้านป้องกันและบรรเทาอุบัติภัยจราจรรวมถึงประชาชนทั่วไปเพิ่มขึ้น เพื่อให้เข้าใจการทางานของหน่วยสืบสวน สอบสวนมากขึ้น 2) การถ่ายทอดความรู้ วิธีเก็บข้อมูลในที่เกิดเหตุเพื่อการสืบสวนอุบัติเหตุเชิงลึกแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งอาจทาได้ในรูปของการฝึกอบรม การจัดทาคู่มือ หรือแผ่นพับประชาสัมพันธ์ เพื่อการช่วยเหลือแบ่งเบาภารกิจของตารวจจราจร การจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อหาแนวทางความร่วมมือระหว่างหน่วยสืบสวนอุบัติเหตุฯ กระทรวงสาธารณสุข (โรงพยาบาล สานักงานสาธารณสุข กองควบคุมโรค และหน่วยกู้ภัย) โรงพยาบาล สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ และสานักงานตารวจแห่งชาติ เพื่อให้งานสืบสวนอุบัติเหตุจราจรทางบกสามารถดาเนินการต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยสืบสวนฯควรสามารถดาเนินการสืบสวนได้มีอิสระ ใช้ความรู้สหวิทยาการ และสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ และ 3) การประสานความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในการสืบสวน เช่น พยาบาลวิชาชีพ วิศวกรเครื่องกล ผู้เชี่ยวชาญในการเก็บหลักฐาน วิศวกรจราจร เป็นต้น ซึ่งควรจะจัดตั้งโดยเป็นความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เพื่อสร้างความโปร่งใสในกระบวนการเก็บรวบรวมหลักฐานอีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่กรณีที่มีต่อเจ้าหน้าที่ตารวจว่าดาเนินการอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม สาหรับแนวทางในการบูรณาการด้านการบริหารงานจราจร การควบคุมอุบัติเหตุ และการดาเนินคดีด้านการจราจรเพื่อสร้างความมีประสิทธิภาพในการอานวยความยุติธรรมด้านงานจราจรของตารวจ ประกอบด้วย แนวทางการเพิ่มต้นทุนสาหรับผู้กระทาความผิดเนื่องจากผลกระทบภายนอก(externalities) 1) การปรับปรุงกฏหมายโดยเพิ่มต้นทุนสาหรับผู้กระทาความผิดทั้งนี้เนื่องมาจากการกระทาความผิดการจราจรบางอย่างไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อคู่กรณีแต่มีผลกระทบที่เป็นความสูญเสียของส่วนรวม รวมไปถึงผลกระทบภายนอกซึ่งการกระทาความผิดดังกล่าวหากเกิดความสูญเสียเกิดขึ้นนั้นมิเพียงแต่มีผลโดยตรงต่อคู่กรณีแต่ความเสียหายมีผลต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น ผู้โดยสาร ผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม 2) การเพิ่มต้นทุนโดยการใช้มาตรการอื่น การเพิ่มต้นทุนเช่นการเพิ่มอัตราค่าปรับให้สูงขึ้นอาจทาได้ในการแก้ไขกฎหมายแต่มีความยุ่งยากและใช้เวลานาน หากแต่การใช้มาตรการเสริมอื่นในการเพิ่มต้นทุนการกระทาความผิด เช่น การนาผู้กระทาผิดส่งฟ้องต่อศาลให้ศาลเป็นผู้พิจารณาการลงโทษว่าจะปรับหรือจาคุกหรือทั้งจาและปรับเท่าไหร่ หรือจะสั่งยึด หรือพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หรือให้ แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการอานวยความยุติธรรมของสานักงานตารวจแห่งชาติให้กับประชาชนในด้านการจราจร ง ผู้กระทาผิดนั้นเข้าไปอบรมในโรงเรียนที่ให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี่จะทาให้ต้นทุนในการกระทาความผิดที่ผู้กระทาความผิดได้รับเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นจะทาให้ผู้ที่คิดจะกระทาผิดเกิดความเกรงกลัวได้ ควรมีการนามาตรการการบันทึกคะแนนใบอนุญาตขับขี่และการสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 นอกจากจะให้เจ้าพนักงานจราจรทาการยึดใบอนุญาตขับขี่ได้แล้ว ยังได้ให้อานาจแก่ผู้สั่งยึดใบอนุญาตขับขี่บันทึกการยึดและคะแนนไว้ด้านหลังใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกยึด และดาเนินการอบรมทดสอบผู้ขับขี่ที่กระทาผิดซ้าตั้งแต่สองครั้งภายในหนึ่งปี รวมทั้งสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ที่เสียคะแนนมากของผู้ขับขี่นั้นมีกาหนดครั้งละไม่เกินเก้าสิบวัน เพื่อป้องกันแก้ไขอบรมผู้กระทาความผิดไม่ให้กลับมากระทาความผิดซ้าอีก การดาเนินคดีความผิดจราจรในชั้นศาลที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และซับซ้อนเกินความจาเป็น หากมีการแก้ไขขั้นตอนการดาเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวกับการสอบสวน ผัดฟ้อง ฝากขัง จะทาให้การพิจารณาคดีและพิพากษาในคดีความผิดจราจรเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และอาจทาให้เกิดประสิทธิภาพในการลงโทษผู้กระทาความผิดโดยศาล ทาให้เกิดความเชื่อถือในความยุติธรรม รวมทั้งการลดขั้นตอนการดาเนินคดีดังกล่าวยังเป็นการช่วยแบ่งเบางานของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการเพื่อให้การพิจารณาคดีจราจรมีความรวดเร็ว ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้ย่อมสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในความรวดเร็วและคุ้มครองสิทธิ์ ของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทาผิดได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะของคดีจราจร This research aims to study on the increase in effective administration of justice in traffic management by three main approaches, namely, traffic management, control traffic accident, and prosecution of traffic, respectively. The process is done by collecting information from multiple documents, query from road users, and traffic polices in the Chiang Mai area. It also establishes two platforms for brainstorming - (1) the first is on having a brainstorming meeting of officers and noncommissioned traffic officers, and (2) the second is on a public hearing of the mobilization of all the relevant sectors from traffic police, prosecutors and court staff, the probation staff, and road users. The results showed that the performance of the traffic management 5E's strategy includes 1). A law enforcement that aims to focus on both the perpetrator who had committed some offenses against the rules and deliberate violation which is also considered as an offense in harming another person. First, alerting the road user to abide by the traffic rules (using banners or leaflets or other media releases.) Secondly, increasing the frequency of rigorous imprisonment of traffic-related offense against the regulations or issuing warnings; which are captured by the discretion of the officials. Thirdly, taking the law seriously against repeating offenders, who commit traffic crimes, by increasing the penalties. 2). Traffic engineering, although the police are not responsible for the operation of traffic engineering, can be integrated with relevant agencies such as coordinating with agencies that are directly responsible for local road safety, risk analysis, and initial traffic problems at the local level to improve traffic, and setting off traffic lights to be consistent with the time in traffic and at regular intervals during rush hour, etc. 3). Education can be utilized as public relations and participation. Such an example can be acknowledging road safety in the school bus and having individuals take part in lecturing for the development of infrastructure. Also, the road safety programs in schools can be used to spread the knowledge of safe driving. Changing attitudes and understanding road safety management can be coordinated with local government organizations, such as operations management, training and the knowledge of the combat vehicle road safety in their local areas, etc. 4). Emergency medical help can be used as an effective emergency rescue network such as networking and coordination, medical staffs via exchange statically information, notification, แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการอานวยความยุติธรรมของสานักงานตารวจแห่งชาติให้กับประชาชนในด้านการจราจร ฉ time to reach the scene, time delivery including cooperate with local governments to the implementation, and management of medical emergencies to local people. 5). Evaluation can be done by coordinating the development of systematic monitoring and evaluation system, monitoring and risk assessment. Members can participate in the development of information technology to make decisions in the area of achieving a solution that is timely and accurate. By collaborating with other organizations involved in the development of information systems within the province, it can determine the appropriate measures; provide collaboration in the development of information technology and systems for medical emergency. The guidelines for the efficient control of traffic accidents are (i) using regulation to prevent any law being broken or avoid traffic offence. It is also for providing knowledge about the traffic school courses for the offender to prevent recidivism or impose conditions on the social activities. (ii) Furthermore, it is for taking into account the judgments of traffic police who shall enforce the limits of legality, with reason for principle of equality that includes actions to reduce defects as well as defects in the judgment; and to use judgments on issues that are over the legal limit The guidelines for effective prosecution are the following: 1) focus on the promotion of transport and traffic accident investigation unit that are related to the prevention and mitigation of work traffic accidents, as well as the public in order to understand the investigator’s operation. 2) Having a storage depth of knowledge methods in the investigation of the accident scene to the relevant authorities such as training, preparation guide, public relation or pamphlet to help alleviate the traffic police. Having meeting and discussion in small groups to find ways of cooperation between the accident investigation, ministry of public health (hospital, office of public health division of disease control and rescue), hospitals and universities and the National Police Agency (NPA) in order to investigate the accident, so that traffic accidents can proceed efficiently. The investigation should be carried out in an independent investigation, using interdisciplinary knowledge, and access to information. 3) The cooperation of several agencies in carrying out an investigation (such as nursing profession. mechanical engineers, traffic engineers, specializing in the collection of evidence, etc., which should be established by a แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการอานวยความยุติธรรมของสานักงานตารวจแห่งชาติให้กับประชาชนในด้านการจราจร ช collaboration of several departments) to create transparency in the process of collecting evidence as well as establishing confidence within the parties so that the police can implement a fair process. The effectiveness of justice administration of the traffic police by integrating traffic management, The accident control, traffic litigation are defined below: • Raising cost for the offender because externalities not only have a direct impact on the parties but also a loss to society such as road user and passenger, an environment. 2) raising costs such as increased fines could be cumbersome and time consuming. However, increasing cost of committing the criminal charges were filed with the court such as conviction, imprisonment, both imprisonment and a fine, driver license suspension, and learn traffic rules class which means that it will increase cost of the offender. • There should be measures to record the driver's license and driver's license suspended by the Road Traffic Act 2522, thus allowing the authority to seize the holder’s license, record the driver’s license, take part in training and test driving recidivism twice within one year, and suspend the license of a driver who lose points not more than ninety days each time to prevent offenders from repeated crime. • If traffic offenses is prosecuted in a court of law, then it could reduce time consumption in the process which can be quite cumbersome and unnecessarily complicated (procedure of litigation in connection with the investigation, filed a stir, and put the trial judge in a lawsuit against the traffic). Not only does it install a belief in the justice system but also helps lighten the work of the officers and staff to ensure a speedy traffic trial and protecting the public’s rights. The alleged offender goes through the legal procedure with accordance to the nature of the traffic case. |
| บรรณานุกรม | : |
นิสิต พันธมิตร . (2557). แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กับประชาชนในด้านการจราจร.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. นิสิต พันธมิตร . 2557. "แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กับประชาชนในด้านการจราจร".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. นิสิต พันธมิตร . "แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กับประชาชนในด้านการจราจร."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print. นิสิต พันธมิตร . แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กับประชาชนในด้านการจราจร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.
|
