ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาระบบทำน้ำร้อนแสงอาทิตย์แบบประหยัด

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาระบบทำน้ำร้อนแสงอาทิตย์แบบประหยัด
นักวิจัย : ชาญวิทย์ วุฒิวงศานนท์
คำค้น : ระบบทำน้ำร้อนแสงอาทิตย์แบบประหยัด , การพัฒนาตัวเก็บรังสีอาทิตย์ , การวิเคราะห์สมรรถนะ , การเพิ่มประสิทธิภาพ , ECONOMIC SOLAR WATER HEATER , SOLAR COLLECTOR DEVELOPMENT , PERFORMANCE ANALYSIS , EFFICIENCY IMPROVEMENT
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=2067
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ได้ทำการออกแบบและสร้างตัวเก็บรังสีแบบแผ่นเรียบให้มีราคา ประหยัด โดยนำชุดระบายความร้อนของระบบปรับอากาศรถยนต์มาประยุกต์เป็นตัวดูด รังสี ชุดระบายความร้อนแต่ละตัวมีขนาด 0.35m(+,ด)0.53m จำนวนทั้งหมด 10 ตัว โดยนำมาต่อแบบผสมผสานเป็นแบบอนุกรมและแบบขนานร่วมกัน โดยต่อแบบขนาน 2 แถว ซึ่งแต่ละแถวจะมีชุดระบายความร้อนต่อกันแบบอนุกรม แถวละ 5 ตัว ขนาดพื้นที่รับ รังสีที่ทำการทดสอบ 2.46m(2) การทดสอบสมรรถนะของตัวเก็บรังสีข้างต้นที่สภาวะ คงตัว โดยใช้อัตราการไหล 0.02kg/s m(2) จะแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 1 ทำการทดสอบกลางแจ้ง โดยใช้มาตรฐาน ASHARE93-77 กรณีที่ 2 ทำการทดสอบกลางแจ้ง โดยนำน้ำเย็นป้อนเข้าผสมในช่วงที่ต่ออนุกรมของชุดระบายความร้อนตัวที่ 2 กับ 3, 3 กับ 4 และ 4 กับ 5 ที่อัตราการไหล 10% ของอัตราการไหลที่ออกจากตัวเก็บรังสี ตามลำดับ จากผลการทดสอบสมรรถนะกรณีที่ 1 พบว่า มีค่า F(,R)((+,t)(+,a))(,e)= 0.693 และ ค่า F(,R)U(,L)=7.1764W/m(2)(+,ฐ)C ค่าความดันแตกต่างในตัวเก็บ รังสีมีค่าประมาณ 174.75 kPa จากผลการทดสอบสมรรถนะกรณีที่ 2 พบว่ามีค่า F(,R)((+,t)(+,a))(,e) และ (F(,R)U(,L)) ของตัวที่ 2 กับ 3 มีค่าประมาณ 0.6984 และ 6.8086W/m(2)(+,ฐ)C ค่า F(,R)((+,t)(+,a))(,e) และ (F(,R)U(,L)) ของตัวที่3 กับ 4 มีค่าประมาณ 0.6971 และ 6.7649W/m(2)(+,ฐ)C ค่า F(,R) ((+,t)(+,a))(,e) และ (F(,R)U(,L)) ของตัวที่ 4 กับ 5 มีค่าประมาณ 0.6935 และ 6.763W/m(2)(+,ฐ)C ซึ่งจะเห็นได้ว่า การป้อนน้ำเย็นเข้าผสมในตัวเก็บรังสีจะ ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์การสูญเสียความร้อนรวมลดลงจึงทำให้สมรรถนะสูงขึ้น นอกจาก นี้มีการคำนวณผลจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อทำการเปรียบเทียบอัตราการไหล ของน้ำเย็นที่ป้อนเข้าตัวดูดรังสี ตัวที่ 2 กับ 3, 3 กับ 4 และ 4 กับ 5 ที่ 5,10,15,20% ของอัตราการไหลที่ออกจากตัวเก็บรังสี จากผลการคำนวณพบว่า การนำน้ำเย็นป้อนเข้าตัวดูดรังสี ตัวที่ 2 กับ 3 ที่อัตราการไหล 10% ดีที่สุด จากการศึกษาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในการเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพระบบ ต้นทุนพลังงานที่ผลิตได้ และ ระยะเวลาคืนทุน ของระบบทำน้ำร้อน ทั้ง 3 ระบบ โดย ระบบที่ 1 ใช้ตัวเก็บรังสีที่ทำการทดสอบกรณีที่ 1 ระบบที่ 2 ใช้ตัวเก็บรังสีที่นำน้ำเย็นป้อนเข้าตัวดูดรังสี ตัวที่ 2 กับ 3 ที่อัตราการ ไหล 10% ของอัตราการไหลที่ออกจากตัวเก็บรังสี และ ระบบที่ 3 ใช้ตัวเก็บรังสี แบบแผ่นเรียบที่ผลิตขายในประเทศ จากการเปรียบเทียบ พบว่า สมรรถนะของระบบที่ 1,2 และ 3 มีค่าประมาณ 37.32,38.73 และ 34.62% ต้นทุนพลังงานที่ผลิตได้ของระบบ ที่ 1,2 และ 3 มีค่าประมาณ 2.98,2.96 และ 5.07 บาท/kWh ระยะเวลาคืนทุนของระบบ ที่ 1,2 และ 3 มีค่าประมาณ 3.06, 3.05 และ 5.24 ปี การนำเทคนิคการคำนวณปรับค่า F(,R)((+,t)(+,a)) และ F(,R)U(,L) ในกรณีที่มีการต่อแบบอนุกรมของ Oonk สามารถ นำมาใช้ในการคำนวณคุณลักษณะของตัวเก็บรังสีได้ดี

บรรณานุกรม :
ชาญวิทย์ วุฒิวงศานนท์ . (2545). การพัฒนาระบบทำน้ำร้อนแสงอาทิตย์แบบประหยัด.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชาญวิทย์ วุฒิวงศานนท์ . 2545. "การพัฒนาระบบทำน้ำร้อนแสงอาทิตย์แบบประหยัด".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชาญวิทย์ วุฒิวงศานนท์ . "การพัฒนาระบบทำน้ำร้อนแสงอาทิตย์แบบประหยัด."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
ชาญวิทย์ วุฒิวงศานนท์ . การพัฒนาระบบทำน้ำร้อนแสงอาทิตย์แบบประหยัด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.