ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเชิงวิเคราะห์ปรัชญาในศิลปะของไมเคิลแอนเจโล

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเชิงวิเคราะห์ปรัชญาในศิลปะของไมเคิลแอนเจโล
นักวิจัย : วนิดา เปรมวุฒิ
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : กีรติ บุญเจือ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2523
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18085
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2523

การวิจัยปรัชญานั้นนอกจากจะกระทำได้จากวรรณกรรมปรัชญาแล้ว เราสามารถที่วิจัยได้จากงานศิลปกรรมด้วย ทั้งนี้โดยเชื่อว่าศิลปินต่างก็มีปรัชญาบริสุทธิ์ประจำใจ ซึ่งจะปรากฏออกมาเป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ทางศิลปะ วิทยานิพนธ์นี้จึงมีคุณค่ามุ่งหมายที่จะค้นหาปรัชญาที่แฝงอยู่ในศิลปกรรมของไมเคิลแอนเจโล ซึ่งเป็นศิลปินชั้นนำคนหนึ่งของโลก การวิจัยนี้กระทำโดยการศึกษาจากจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม และวิเคราะห์จากข้อเขียนอันมีหนังสือและเอกสารต่างๆ ที่วิจารณ์งานของไมเคิลแอนเจโลในเชิงปรัชญาเป็นส่วนประกอบ บทที่ 2 นำเข้าประเด็นวิจัยโดยกล่าวถึงสภาวะแวดล้อมทางสังคมและแนวคิดทางปรัชญาในสมัยของไมเคิลแอนเจโล ระยะเวลาดังกล่าวนี้อยู่ในสมัยเรอแนสซองส์ อันเป็นสมัยแห่งการฟื้นฟูแนวคิดมนุษยนิยม ซึ่งแฝงอยู่ในด้านวัฒนธรรม ประเพณี วิชาการ ความรู้ และศิลปะ โดยมีศูนย์กลางของความเจริญในระยะแรกอยู่ที่เมืองฟลอเรนซ์ แต่ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 15 ได้เกิดความวุ่นวายทางสังคมทำให้ฟลอเรนซ์มีการเปลี่ยนแปลงในทางเสื่อมลง บรรดานักวิชาการและศิลปินต่างหลบหนีออกจากเมือง โดยเฉพาะพวกศิลปินซึ่งไมเคิลแอนเจโล เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ได้ย้ายไปสร้างความเจริญที่กรุงโรมทั้งนี้เพราะพระสันตะปาปาทรงให้ความสนใจ และสนับสนุนงานศิลปกรรมเป็นอย่างมากกรุงโรมจึงกลายเป็นศูนย์กลางของศิลปกรรมของยุโรป แนวคิดทางปรัชญาของลัทธิมนุษยนิยม จากเมืองฟลอเรนซ์และหลักปรัชญาของศาสนาคริสต์จากกรุงโรม จึงมีส่วนอย่างมากที่จะส่งผลให้ไมเคิลแอนเจโลได้เกิดความคิดในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรม บทที่ 3 วิเคราะห์ถึงหลักปรัชญาและศาสนาที่ไมเคิลแอนเจโลได้นำมาใช้ในงานศิลปกรรม ส่วนใหญ่ได้แก่ปรัชญาพลาโตใหม่ (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิมนุษยนิยม)ในส่วนที่เกี่ยวกับความงามซึ่งจำแนกออกเป็น 2 ชนิด คือ ความงามที่เราสามารถสัมผัสได้และความงามอันสูงสุด ซึ่งเป็นแม่แบบแห่งความงามทั้งหลายที่ปรากฏในโลกนี้ นอกจากนี้ความเชื่อและศรัทธาในผลงานของท่านซาโวโรลา ซึ่งเป็นพระโดมินิกัน ได้ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจสำหรับไมเคิลแอนเจโลที่จะนำเอาศิลปกรรมมาเป็นเครื่องมือรับใช้ศาสนาประกอบกับไมเคิลแอนเจโลเป็นคนที่ศรัทธาและเชื่อมั่นในพระเจ้าเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เขาจึงเชื่อว่าความงามตามทัศนะปรัชญาของพลาโตและพระเจ้าตามทัศนะของศาสนาคริสต์มิได้มีความแตกต่างกันแต่เป็นสิ่งเดียวกันที่เป็นความจริงอันสูงสุด เพราะฉะนั้นไมเคิลแอนเจโลจึงได้ประนีประนอมแนวความคิดทั้งสองในงานศิลปกรรม ทำให้ผลงานของเขามีลักษณะพิเศษกว่าศิลปินคนอื่นๆ ในสมัยนั้น ซึ่งมักจะสร้างศิลปกรรมในทัศนะใดทัศนะหนึ่ง งานของไมเคิลแอนเจโลจึงมีความยิ่งใหญ่และเป็นที่นิยมยกย่องตลอดมา บทที่ 4 วิเคราะห์ปรัชญาในงานศิลปกรรมที่สำคัญๆ ของไมเคิลแอนเจโลอันได้แก่งานจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม ในการวิเคราะห์ผลงานเหล่านี้ได้ทำให้เราเห็นเนื้อหาของงานศิลปกรรมส่วนใหญ่ (ยกเว้นงานประติมากรรมบัคคุส) เป็นเรื่องราวของศาสนาคริสต์ซึ่งอยู่ในคำภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิมและภาคพันธสัญญาใหม่แต่มีความงามตามทัศนะของศิลปินที่จะให้ความงามแก่ศิลปกรรมนั้นอย่างสมบูรณ์ที่สุด เมื่อจิตของเราหยั่งถึงความงามนั้น ความศรัทธาจะเกิดขึ้นทำให้เราปรารถนาบรรลุถึงสวรรค์อันเป็นสถานที่สถิตของพระผู้เป็นเจ้า และมีความปรารถนาที่จะมีชีวิตร่วมกับพระองค์ การตรึกตรองในความงามจึงเป็นทางแห่งความรอดที่จะทำให้เราเข้าถึงความเป็นจริงอันสูงสุดนั่นคือพระเจ้าผู้ทรงไว้ซึ่งความงามสูงสุด การวิเคราะห์ศิลปกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้เราได้เห็นแนวคิดทางปรัชญาซึ่งแฝงอยู่ในงานศิลปกรรมเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าศิลปะนั้นเราสามารถนำมาใช้เป็นสื่อ หรือเครื่องมือในการอธิบายความคิดทางปรัชญาให้คนโดยทั่วไปเข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ไร้การศึกษาซึ่งไม่มีโอกาสเข้าใจแนวคิดทางปรัชญา ได้มีโอกาสรู้และเข้าใจ ทั้งยังสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคม จากผลการวิเคราะห์เราจึงสรุปได้ในบทที่ 5 งานศิลปกรรมของไมเคิลแอนเจโล ได้สะท้อนให้เราเห็นปรัชญาพลาโตใหม่ และปรัชญาของศาสนาคริสต์ซึ่งว่าด้วยเรื่องราวที่อยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ รวมทั้งจริยธรรมของศาสนา เนื้อหาของปรัชญาที่กล่าวมานี้จึงแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ อภิปรัชญา ญาณวิทยา และ จริยศาสตร์ ซึ่งเนื้อหาทั้ง 3 ลักษณะนี้เป็นแนวคิดที่สำคัญ ซึ่งศิลปินได้แสดงออกในรูปของศิลปกรรม จึงเป็นที่เข้าใจง่ายกว่าในรูปการพิมพ์ตามหลักตรรกวิทยานับเป็นความฉลาดของศิลปินในการนำเอาความคิดปรัชญาเข้ามาแฝงในงานศิลปกรรมอันแสดงให้เห็นว่าศิลปินจะต้องมีหลักปรัชญาบริสุทธิ์ประจำใจ ซึ่งปรากฏออกมาเป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ หลักปรัชญาบริสุทธิ์เหล่านี้ศิลปินอาจได้รับมาจากสภาวะแวดล้อมทางสังคมและจากการศึกษา ดังนั้นงานศิลปกรรมของไมเคิลแอนเจโลนี้ นอกจากสอนศีลธรรม และจริยธรรม ทางศาสนาให้แก่คนโดยทั่วไปแล้ว ยังสามารถตอบปัญหาทางปรัชญาซึ่งมนุษย์ส่วนมากกำลังแสวงหาคำตอบอยู่ในขณะนั้น

บรรณานุกรม :
วนิดา เปรมวุฒิ . (2523). การศึกษาเชิงวิเคราะห์ปรัชญาในศิลปะของไมเคิลแอนเจโล.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วนิดา เปรมวุฒิ . 2523. "การศึกษาเชิงวิเคราะห์ปรัชญาในศิลปะของไมเคิลแอนเจโล".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วนิดา เปรมวุฒิ . "การศึกษาเชิงวิเคราะห์ปรัชญาในศิลปะของไมเคิลแอนเจโล."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2523. Print.
วนิดา เปรมวุฒิ . การศึกษาเชิงวิเคราะห์ปรัชญาในศิลปะของไมเคิลแอนเจโล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2523.