ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบแบบสอบชนิดเลือกตอบและแบบสอบชนิดโคลซ ซึ่งละคำต่างกันในการวัดความเข้าใจในการฟังภาษาอังกฤษ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบแบบสอบชนิดเลือกตอบและแบบสอบชนิดโคลซ ซึ่งละคำต่างกันในการวัดความเข้าใจในการฟังภาษาอังกฤษ
นักวิจัย : เตือนใจ วัฒนา
คำค้น : ภาษาอังกฤษ -- ข้อสอบ , การฟัง
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จันทอร บูรณบรรพต รูฟเนอร์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2519
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17067
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2519

วัตถุประสงค์ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาว่าแบบสอบชนิดใคลซสามารถใช้วัดความเข้าใจในการฟังภาษาอังกฤษของนักเรียนไทยระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพได้หรือไม่ และแบบสอบชนิดโคลซที่ละคำในช่วงความถี่ต่างกัน จะมีผลทำให้นักเรียนมีความเข้าใจในการฟังต่างกันหรือไม่เพียงไร ประการสุดท้ายที่ต้องการจะศึกษาก็คือ การทำแบบสอบชนิดโคลซด้วยวิธีการฟังและการอ่าน จะทำให้ผลของความเข้าใจดีเท่ากัน หรือต่างกัน วิธีดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยสร้างแบบสอบวัดความเข้าใจในการฟังภาษาอังกฤษ 3 ชุด คือ แบบสอบชนิดโคลซซึ่งประกอบด้วยข้อความภาษาอังกฤษ 3 ตอน ความยาวตอนละประมาณ 280-320 คำ จำนวน 2 ชุด ชุดแรกตัดทุกคำที่ 5 ออกจากข้อความ ชุดที่ 2 ตัดทุกคำที่ 10 ออกจากข้อความ ส่วนชุดที่ 3 นั้นเป็นแบบสอบชนิดเลือกตอบ ซึ่งสร้างจากข้อความภาษาอังกฤษชุดเดียวกับแบบสอบชนิดโคลซ แต่ละตอนประกอบด้วยคำถาม 20 ข้อ นำแบบสอบชนิดโคลซทั้ง 2 ชุด ไปทดสอบนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 วิทยาลัยบพิตรพิมุช จำนวน 4 กลุ่ม กลุ่มละ 35 คน ให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทำแบบสอบชนิดโคลซ ชุดละ 2 กลุ่ม โดยให้เป็นกลุ่มที่ทำแบบสอบชนิดโคลซด้วยวิธีการฟัง 1 กลุ่ม และวิธีอ่าน 1 กลุ่ม หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ นำแบบสอบชนิดเลือกตอบไปทดสอบนักเรียนกลุ่มตัวอย่างเดิม ทั้ง 4 กลุ่มโดยให้กลุ่มที่ทำแบบสอบชนิดโคลซด้วยวิธีการฟัง ทำแบบสอบชนิดเลือกตอบด้วยวิธีฟัง และกลุ่มที่ทำแบบสอบชนิดโคลซด้วยวิธีอ่าน ก็ทำแบบสอบชนิดเลือกตอบด้วยวิธีอ่านเช่นกัน แล้วนำคะแนนที่ได้จากการทดสอบทั้ง 2 ครั้ง ของแต่ละกลุ่มมาหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และเปรียบเทียบความสามารถในการทำแบบสอบชนิดโคลซที่ละคำในช่วงความถี่ต่างกัน รวมทั้งเปรียบเทียบความสามารถในการทำแบบสอบชนิดโคลซ ด้วยวิธีการฟัง และวิธีอ่านโดยการทดสอบค่า Z ผลของการวิจัย 1. ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนที่ได้จากการทดสอบด้วยแบบสอบชนิดโคลซที่ตัดออกทุกคำที่ 5 กับคะแนนที่ได้จากการทดสอบด้วยแบบสอบชนิดเลือกตอบเท่ากับ .82 และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนที่ได้จากการทดสอบด้วยแบบสอบชนิดโคลซที่ตัดออกทุกคำ ที่ 10 กับคะแนนที่ได้จากการทดสอบด้วยแบบสอบชนิดเลือกตอบเท่ากัน .94 ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ทั้งหมดมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 แสดงว่าผู้ที่ได้คะแนนจากแบบสอบชนิดเลือกตอบสูงหรือต่ำกว่าส่วนเฉลี่ยก็จะได้คะแนนจากแบบสอบชนิดโคลซสูงหรือต่ำกว่าส่วนเฉลี่ยด้วย 2. แบบสอบชนิดโคลซที่ละคำในช่วงต่างกันมีผลต่อความเข้าใจในการฟังภาษาอังกฤษอย่างมีนัยสำคัญ 3. ความสามารถของนักรเยนในการทำแบบสอบชนิดโคลซโดยวิธีการฟังและโดยวิธีการอ่าน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ข้อเสนอแนะ เพื่อประโยชน์ในการนำแบบสอบชนิดโคลซไปใช้ในการวัดความเข้าใจในการฟังภาษาอังกฤษของนักเรียนไทยให้ได้ผลดี ควรจะมีการทดลองนำแบบสอบชนิดโคลซที่มีการตัดคำและมีวิธีให้คะแนนเหมือนกับการวิจัยคราวนี้ และแบบสอบชนิดโคลซที่มีการตัดคำและมีวิธีการให้คะแนนที่ต่างไปจากที่ใช้ในการวิจัยนี้ ไปทดสอบความเข้าใจในการฟังภาษาอังกฤษของนักเรียนไทยระดับต่าง ๆ เพื่อพิจารณาวิธีสร้าง และวิธีให้คะแนนแบบสอบชนิดโคลซที่เหมาะสมที่สุด

บรรณานุกรม :
เตือนใจ วัฒนา . (2519). การเปรียบเทียบแบบสอบชนิดเลือกตอบและแบบสอบชนิดโคลซ ซึ่งละคำต่างกันในการวัดความเข้าใจในการฟังภาษาอังกฤษ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เตือนใจ วัฒนา . 2519. "การเปรียบเทียบแบบสอบชนิดเลือกตอบและแบบสอบชนิดโคลซ ซึ่งละคำต่างกันในการวัดความเข้าใจในการฟังภาษาอังกฤษ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เตือนใจ วัฒนา . "การเปรียบเทียบแบบสอบชนิดเลือกตอบและแบบสอบชนิดโคลซ ซึ่งละคำต่างกันในการวัดความเข้าใจในการฟังภาษาอังกฤษ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2519. Print.
เตือนใจ วัฒนา . การเปรียบเทียบแบบสอบชนิดเลือกตอบและแบบสอบชนิดโคลซ ซึ่งละคำต่างกันในการวัดความเข้าใจในการฟังภาษาอังกฤษ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2519.