| ชื่อเรื่อง | : | โครงการนำร่องเพื่อการผลิตปูม้านิ่มเชิงพาณิชย์โดยผู้ประกอบการมีส่วนร่วม |
| นักวิจัย | : | มยุรี จัยวัฒน์ |
| คำค้น | : | ปูนิ่ม , ปูม้านิ่ม |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RUG5220002 , http://research.trf.or.th/node/5407 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การดำเนินงานของโครงการฯ เป็นไปเพื่อต่อยอดผลงานวิจัยโครงการ “การพัฒนาเทคนิคการเลี้ยงปูม้านิ่ม (Blue swimming crab, Portunus pelagicus) เชิงพาณิชย์” โดยผศ.ดร. บุญรัตน์ ประทุมชาติ และผศ.ดร. ปภาศิริ บาร์เนท มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่ง สกว. ได้ให้การสนับสนุน ในปี2547 นำร่องสู่การเป็นธุรกิจสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อการจำหน่ายในประเทศ มีการจัดประชุมเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเรื่องปูม้านิ่ม และโอกาสทางการตลาดแก่เกษตรกรผู้ทำการประมงปูม้าและผู้ประกอบการปูนิ่ม 1 ครั้ง มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการในช่วงแรก 2 ราย เป็นเกษตรกรที่สนใจผลิต 1 ราย และผู้ประกอบการที่สมัครใจลงทุน 1 ราย ต่อมามีผู้ประกอบการเข้าร่วมพัฒนาระบบผลิตอีก 2 ราย ปัจจุบันมีเครือข่ายการผลิตปูม้านิ่มรวม 4 แห่งผู้ประกอบการผู้ร่วมวิจัยได้ลงทุนสร้างโรงเรือนผลิตปูม้านิ่มเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นต้นแบบ เป็นศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างการดำเนินวิจัย และเมื่อสิ้นสุดโครงการฯ ผู้ช่วยนักวิจัยของโครงการฯ ได้สมัครใจเป็นผู้บริหารฟาร์มเพื่อดำเนินกิจการต่อไป การทดสอบปัจจัยที่เกี่ยวข้องและมีผลต่อการผลิตปูม้านิ่ม พบว่าความเค็มของน้ำทะเลที่ใช้เลี้ยงปูม้าก่อนลอกคราบที่ 15-20 ppt ให้ประสิทธิภาพการลอกคราบดีที่สุด รองลงมาคือความเค็มที่ 25-30 ppt อิทธิพลของวันข้างขึ้นข้างแรมไม่ชัดเจน เวลากลางคืนช่วง 18.00-06.00 น. เป็นช่วงเวลาที่มีการลอกคราบสูงกว่ากลางวันอย่างมีนัยสำคัญ(p≤0.05) การผลิตปูม้านิ่มที่มีประสิทธิภาพต้องใช้ปูม้าที่มีสุขภาพสมบูรณ์ อยู่ในระยะใกล้ลอกคราบ โดยมีลักษณะภายนอกที่สามารถสังเกตและคัดเลือกได้คือ กระดอง จับปิ้งและขาว่ายน้ำการคัดเลือกปูใกล้ลอกคราบจำนวนมากสามารถเลียนแบบธรรมชาติโดยใช้บ่อทราย เปลี่ยนถ่ายน้ำให้คล้ายน้ำขึ้นน้ำลง ให้อาหาร สังเกตพฤติกรรมของปู การทดลองผลิตตลอดโครงการฯ พบว่าปูม้าจากอวนปูที่มีการดูแลหลังจับอย่างดีจะเป็นวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพในการผลิตปูม้านิ่ม มีสัดส่วนปูใกล้ลอกคราบเฉลี่ยร้อยละ 8.64 ของน้ำหนักปูที่จับได้ ยกเว้นในฤดูที่มีคลื่นลมแรง(ตุลาคม-ธันวาคม) สัดส่วนปูใกล้ลอกคราบสูงถึงร้อยละ 50 การใช้ปูม้าจากลอบปูมักได้ปูม้าขนาดเล็ก ความแม่นยำในการคัดเลือกต่ำ ผลสัมฤทธิ์การลอกคราบต่ำกว่าปูม้าจากอวนปูคือ ร้อยละ 56 ในขณะที่ปูม้าจากอวนปูมีผลสัมฤทธิ์การลอกคราบสูงกว่าร้อยละ 80 การจัดการที่เหมาะสมหลังการเก็บเกี่ยว มีวิธีการดังนี้ เก็บเกี่ยวผลิตผลหลังการลอกคราบระหว่าง 5 -20 นาที นำมาแช่ในน้ำจืดที่สะอาด 5-10 นาที ดึงกระเพาะ(ถุงใต้ปาก) ออกทิ้งให้สะเด็ดน้ำในความเย็นอุณหภูมิไม่เกิน 10 oซ ก่อนบรรจุถุงพลาสติก นำไปแช่เยือกแข็งอย่างรวดเร็วและเก็บรักษาที่อุณหภูมิไม่สูงกว่า -18 oซ คุณภาพปูม้านิ่มที่ผลิตได้จากโครงการฯ มีความปลอดภัยสูง ตรวจพบปริมาณแบคทีเรียทั้งหมดเฉลี่ย 1.6 x104 CFU/g พบแบคทีเรียโคลิฟอร์มในปริมาณต่ำมากหรือไม่พบ ส่วนแบคทีเรียก่อโรคได้แก่ Vibrio parahaemolyticus และ Vibrio cholerae ไม่พบว่ามีการปนเปื้อน คงพบเฉพาะ Staphylococcus aureus ในค่า MPN/ g. เท่ากับ 3.6-91.0 คุณภาพทางโภชนาการของปูม้านิ่มพบว่าปูนิ่มสด 100 กรัม มีปริมาณโปรตีน 10.7 ก. ไขมัน 1.1 ก. และคอเลสเตอรอล 73 ก. ซึ่งต่ำกว่าที่พบในเนื้อปูม้ากระดองแข็ง ในขณะที่ปริมาณแคลเซียมพบ 257 มก. โซเดียม 578 มก. เส้นใยอาหาร 0.72 ก. และ DHA ร้อยละ 14.09 ของปริมาณไขมันทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าในเนื้อปูม้ากระดองแข็ง ต้นทุน ผลตอบแทน และประมาณการการผลิตของโรงเรือนและฟาร์มที่ใช้ทดลองได้รูปแบบธุรกิจดังนี้ ระดับชาวบ้านผลิตในครัวเรือน 60 กล่อง ใช้เงินทุนเริ่มต้น 7,580 บาท ได้ผลตอบแทนเดือนละ 4,959บาท ระดับโรงเรือนขนาดความสามารถ 600 กล่องลงทุนครั้งแรก 847,800 บาท ชาวประมง 1 รายผลิต เลี้ยงปูเต็มศักยภาพจะได้ผลตอบแทนเดือนละ 10,012 บาทประมาณการสำหรับการผลิตระดับชุมชนจากเรือ 10 ลำ จะได้ผลตอบแทนเดือนละไม่ต่ำกว่า 46,072 บาท การผลิตในบ่อซีเมนต์ระดับฟาร์มเช่า 32 บ่อ เงินทุนเริ่มต้น 285,000 บาท ถ้าใช้ปูม้าจากอวนปูครั้งละ 35 กก. เดือนละ 10 ครั้ง ได้ผลตอบแทนเดือนละ 57,560 บาท แต่ถ้าใช้ปูม้าจากลอบครั้งละ 29.5 กก.เดือนละ 10 ครั้ง จะได้ผลตอบแทนเพียงเดือนละ 6,630 บาท การทดสอบการยอมรับของผู้บริโภค โดยร้านอาหารที่ร่วมโครงการฯ พบว่า ได้รับการยอมรับในระดับสูง ได้เมนูปูม้านิ่มเพื่อขยายโอกาสทางการตลาด 10 เมนู ร้านยิ้มโภชนา อ.เมือง จ.ชุมพร ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ใช้ผลิตผลจากโครงการฯ เฉลี่ยสัปดาห์ละ 10-15 กก. ในเทศกาลวันหยุดติดต่อกันใช้ปูม้านิ่มเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เท่า มีการเผยแพร่ความรู้สู่เกษตรกรโดยให้การอบรมแก่เกษตรกร/ชุมชนรวม 6 แห่ง มีการเผยแพร่ความรู้เรื่อง “ปูม้านิ่ม สินค้าสัตว์น้ำตัวใหม่” ทางวิทยุกระจายเสียง รายการ “เปิดบ้านเกษตร” เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2552 มีการเผยแพร่ผ่านสกู๊ฟข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 7 ธันวาคม 2552 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 6 มกราคม 2553 และมีการจัดทำซีดีสารคดีเรื่อง “จากเมนูปูม้านิ่มสู่งานวิจัย” ความยาว 16 นาที ผลงานวิจัยสามารถสร้างฐานข้อมูลและรูปแบบการผลิตปูม้านิ่มจากปูม้าที่ได้จากธรรมชาติ เพื่อนำไปสู่ระบบการผลิตปูม้านิ่มจากการเพาะเลี้ยงในอนาคต ความสำเร็จของโครงการฯ นี้จะเพิ่มความต้องการวัตถุดิบปูม้าสำหรับการผลิตปูม้านิ่มในตลาดอย่างมากทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ จึงมีส่วนผลักดันให้การเพาะเลี้ยงปูม้าเป็นอุตสาหกรรมเป็นไปได้เร็วขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
มยุรี จัยวัฒน์ . (2553). โครงการนำร่องเพื่อการผลิตปูม้านิ่มเชิงพาณิชย์โดยผู้ประกอบการมีส่วนร่วม.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. มยุรี จัยวัฒน์ . 2553. "โครงการนำร่องเพื่อการผลิตปูม้านิ่มเชิงพาณิชย์โดยผู้ประกอบการมีส่วนร่วม".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. มยุรี จัยวัฒน์ . "โครงการนำร่องเพื่อการผลิตปูม้านิ่มเชิงพาณิชย์โดยผู้ประกอบการมีส่วนร่วม."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. มยุรี จัยวัฒน์ . โครงการนำร่องเพื่อการผลิตปูม้านิ่มเชิงพาณิชย์โดยผู้ประกอบการมีส่วนร่วม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
