ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พฤติกรรมของกรรมวิธีทางความร้อนแบบ Subcritical Heat treatment และความต้านทานต่อการสึกหรอแบบขัดสีของเหล็กหล่อโครเมียมสูงที่ผสมโมลิบดินัม

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พฤติกรรมของกรรมวิธีทางความร้อนแบบ Subcritical Heat treatment และความต้านทานต่อการสึกหรอแบบขัดสีของเหล็กหล่อโครเมียมสูงที่ผสมโมลิบดินัม
นักวิจัย : สุดสาคร อินธิเดช
คำค้น : Abrasive wear resistance , hardness , High chromium cast iron , Mo effect , Retained austenite , Subcritical heat treatment , กรรมวิธีทางความร้อนแบบ Subcritical , ความต้านทานต่อการสึกหรอแบบขัดสี , ความแข็ง , ผลของ Mo , ออสเตนไนต์เหลือค้าง , เหล็กหล่อโครเมียมสูง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5180110 , http://research.trf.or.th/node/4904
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เหล็กหล่อไฮโปยูเทคติค 16 และ 26%Cr ที่เติมและไม่เติม Mo ถูกเตรียมขึ้นมาเพื่อศึกษาพฤติกรรมของกรรมวิธีทางความร้อนแบบsubcriticalโดยศึกษาผลของอุณหภูมิและเวลาต่อการเปลี่ยนแปลงความแข็งและสัดส่วนเชิงปริมาตรของออสเตนไนต์เหลือค้าง (Vγ) และในขณะเดียวกันได้เตรียมเหล็กหล่อที่มีส่วนผสม 16% Cr ที่เติมและไม่เติม Mo เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสึกหรอแบบขัดสีด้วยเครื่องทดสอบแบบ Suga ความแข็งในสภาพหล่อลดอย่างอย่างช้าๆแต่ Vγ ในสภาพหล่อเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเพิ่มปริมาณ Mo เมื่อผ่านกรรมวิธีทางความร้อนแบบ Subcritical พบว่าความแข็งจะลดลงในช่วงแรกและเพิ่มขึ้นเมื่อเพิ่มอุณหภูมิและเวลาในการอบคืนตัว ซึ่งเรียกว่าเกิด secondary hardening เนื่องจากการตกตะกอนของคาร์ไบด์ลำดับที่สองและการเปลี่ยนเฟสจากออสเตนไนต์เป็นมาร์เทนไซต์ ค่า Vγ ลดลงเมื่อเพิ่มอุณหภูมิและเวลาในการอบคืนตัว ที่ปริมาณ Mo เท่ากัน ค่าดีกรีการเกิด secondary hardening ในเหล็กหล่อ 16% Cr จะสูงกว่าเหล็กหล่อ 26% Cr โดยค่าความแข็งสูงสุดในการทำ subcritical heat treatment (HSTmax) เกิดขึ้นที่อุณหภูมิ 823-873 K ที่เวลาในการอบ 50.4 ksค่า HSTmax สูงสุดคือ 760 HV30 ได้รับในเหล็กหล่อ 16% Cr ที่เติม 3% Mo ในการทดสอบการสึกหรอแบบขัดสีนั้นได้ทำการอบอ่อนและชุบแข็งชิ้นงานที่อุณภูมิ 1323 K และอบคืนตัวที่สามอุณหภูมิคือ ก่อนถึงจุดที่ให้ความแข็งสูงสุด (B-HTmax) จุดที่ให้ความแข็งสูงสุด (HTmax) และเกินจุดที่ให้ความแข็งสูงสุด (O-HTmax) ผลการทดสอบพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักที่สูญเสียและระยะทางการขัดสีเป็นเส้นตรง อัตราการสึกหรอ (RW) ต่ำที่สุดเกิดขึ้นในชิ้นงานที่ HTmax และมากที่สุดในชิ้นงาน O-HTmax ค่า RW มีค่าสูงขึ้นตามน้ำหนักที่ใช้ทดสอบที่เพิ่มขึ้นและลดลงตามความแข็งที่เพิ่มขึ้น โดยค่า RW ต่ำที่สุดปรากฏที่ปริมาณค่า 25% Vγ ค่า RW ต่ำที่สุดของแต่ละส่วนผสมปรากฏที่ค่า Vγ สูงขึ้นตามปริมาณ Mo ที่เพิ่มขึ้น ความต้านทานการสึกหรอสูงสุดได้รับในชิ้นงานที่เติม 3% Mo Hypoeutectic high chromium cast irons containing 16% Cr and 26 % Cr without and with Mo were prepared in order to clarify the effect of holding time on variation of hardness and volume fraction of retained austenite (Vγ) during subcritical heat treatment. In addition, the hypoeutectic 16%Cr cast irons without and with Mo were prepared to investigate the abrasion wear behavior using the Suga abrasion wear test. In the as-cast state, the hardness decreased gradually but the Vγ increased remarkably as Mo content increased in both 16% Cr and 26% Cr cast irons. In the state of subcritical heat treatment, the hardness increased first and then decreased with an increase in holding time and holding tempearure. This behavior was due to a secondary hardening caused by the precipitation of secondary carbides and the transformation of austenite to martensite. The Vγ decreased gradually as holding time and holding temperature increased. At a same Mo content, the degree of secondary hardening was greater in the 16 %Cr cast iron than in the 26 %Cr cast iron. The maximum hardness in the subcritical heat treatment (HSTmax) were obtained when the specimens were treated at the temperatures from 823 K to 873 K for 50.4 ks. The highest values of HSTmax, 760 HV30, was obtained in the 16 %Cr cast iron with 3 %Mo. As for the Suga abrasion wear test, the annealed specimens were hardened from 1323 K and tempered at three levels of temperatures, before HTmax (B-HTmax), at HTmax and over HTmax (OHTmax). A linear relation was obtained between wear loss and wear distance. The lowest wear rate (RW) was obtained in the HTmax specimen. The highest RW was obtained in the O-HTmax specimen. The RW increased proportionally with an increase in the applied load and it decreased with an increase in the macro-hardness. The lowest RW was obtained in the specimen with certain amount of retained austenite, 25%Vγ. The Vγ at the lowest RW shifted to the high Vγ side as the Mo content increased. The highest wear resistance was obtained in 3% Mo specimen.

บรรณานุกรม :
สุดสาคร อินธิเดช . (2553). พฤติกรรมของกรรมวิธีทางความร้อนแบบ Subcritical Heat treatment และความต้านทานต่อการสึกหรอแบบขัดสีของเหล็กหล่อโครเมียมสูงที่ผสมโมลิบดินัม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุดสาคร อินธิเดช . 2553. "พฤติกรรมของกรรมวิธีทางความร้อนแบบ Subcritical Heat treatment และความต้านทานต่อการสึกหรอแบบขัดสีของเหล็กหล่อโครเมียมสูงที่ผสมโมลิบดินัม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุดสาคร อินธิเดช . "พฤติกรรมของกรรมวิธีทางความร้อนแบบ Subcritical Heat treatment และความต้านทานต่อการสึกหรอแบบขัดสีของเหล็กหล่อโครเมียมสูงที่ผสมโมลิบดินัม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print.
สุดสาคร อินธิเดช . พฤติกรรมของกรรมวิธีทางความร้อนแบบ Subcritical Heat treatment และความต้านทานต่อการสึกหรอแบบขัดสีของเหล็กหล่อโครเมียมสูงที่ผสมโมลิบดินัม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.