ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงกับการเปลี่ยนแปลงความสูงเอสทีเซกเมนต์ ในผู้ป่วยกลุ่มอาการบรูกาดา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงกับการเปลี่ยนแปลงความสูงเอสทีเซกเมนต์ ในผู้ป่วยกลุ่มอาการบรูกาดา
นักวิจัย : ภัทรพงษ์ มกรเวส
คำค้น : กลุ่มอาการบรูกาดา , ระบบหัวใจและหลอดเลือด -- โรค , ดัชนีไกลเซมิก , อาหารคาร์โบไฮเดรตสูง , Brugada syndrome , Cardiovascular system , Glycemic index , High-carbohydrate diet
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/53182
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

บทนำ : จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า การให้สารละลายกลูโคสและอินซูลินเข้าทางหลอดเลือด สามารถทำให้มีการเพิ่มสูงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจเอสทีเซกเมนต์ ในผู้ป่วยกลุ่มอาการบรูกาดา แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษาถึงผลของอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงกว่า มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความสูงเอสทีเซกเมนต์ในผู้ป่วยกลุ่มอาการบรูกาดา วัตถุประสงค์ : ศึกษาดูการเปลี่ยนแปลงความสูงเอสทีเซกเมนต์ระหว่างอาหารไทยปกติ กับอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลหลังอาหารสูง ในกลุ่มผู้ป่วยบรูกาดาทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการ ระเบียบวิธีการวิจัย : ผู้ป่วยกลุ่มอาการบรูดาที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบ coved type จำนวน 18 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เคยมีอาการปกติ 8 คน (ชาย : หญิง = 5 : 3) กลุ่มที่เคยมีอาการปกติ 10 คน (ชาย : หญิง = 8 : 2) ได้รับการติด 48-hour-holter continous-3-right precardial lead ECG และให้รับประทานอาหารไทยปกติในวันที่ 1 และ รับประทานอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลหลังอาหารสูงในวันที่ 2 และวัดความสูง J point (mV) ที่ 0, 30, 60, 120, 180 นาที หลังรับประทานอาหาร ผลการวิจัย : ในผู้ป่วย บรูกาดาเพศชาย ค่าเฉลี่ยดังผลรวมของผลต่างความสูงเอสทีเซกเมนต์ หลังอาหารที่ 0 และ 60 นาที ของมื้อเช้า กลางวันและเย็น หลังรับประทานอาหารที่ดัชนีน้ำตาลสูงมีค่ามากกว่าอาหารไทยปกติ (0.27 +- 0.24 VS 0.23 +- 0.20 mV, p = 0.01) แต่ไม่พบความแตกต่างนี้ในผู้ป่วยบรูกาดาเพศหญิง (0.26 +- 0.14 VS 0.25 +- 0.17 mV, p = 0.95) สรุป : อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูงสามารถทำให้ความสูงของ ST segment เพิ่มสูงได้ในผู้ป่วยบรูกาดาเพศชายเมื่อเปรียบเทียบกับอาหารไทยปกติ

บรรณานุกรม :
ภัทรพงษ์ มกรเวส . (2549). ผลของอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงกับการเปลี่ยนแปลงความสูงเอสทีเซกเมนต์ ในผู้ป่วยกลุ่มอาการบรูกาดา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภัทรพงษ์ มกรเวส . 2549. "ผลของอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงกับการเปลี่ยนแปลงความสูงเอสทีเซกเมนต์ ในผู้ป่วยกลุ่มอาการบรูกาดา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภัทรพงษ์ มกรเวส . "ผลของอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงกับการเปลี่ยนแปลงความสูงเอสทีเซกเมนต์ ในผู้ป่วยกลุ่มอาการบรูกาดา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
ภัทรพงษ์ มกรเวส . ผลของอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงกับการเปลี่ยนแปลงความสูงเอสทีเซกเมนต์ ในผู้ป่วยกลุ่มอาการบรูกาดา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.