| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาแบบแบ่งข้างสุ่มเปรียบเทียบระหว่าง 1,064 นาโนเมตร คิวสวิตช์ เอ็นดีแยก เลเซอร์ กับการลอกฝ้าด้วย 25 % กรดไตรคลอโรอะซิติก ในการรักษาฝ้าชนิดที่ดิ้อต่อการรักษาร่วมกับการใช้ 2 % ไฮโดรควิโนนในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ |
| นักวิจัย | : | กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | มาริษา พงศ์พฤฒิพันธ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51336 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการรักษาฝ้าด้วย 25% Trichloroacetic acid peeling และ 1,064 nm Q- Switched Nd:YAG laser โดยการแบ่งข้างสุ่มเปรียบเทียบ วิธีการศึกษา: ผู้เข้าร่วมวิจัยที่มีฝ้าที่ดื้อต่อการรักษาหลังทายาไฮโดรควิโนน มากกว่าหกเดือนทั้งชนิดตื้นและชนิดผสม 40 คน ได้รับการรักษาแบบสุ่ม แบ่งข้าง ใบหน้าด้านหนึ่งจะให้การรักษาด้วย 1,064 นาโนเมตร คิวสวิตช์ เอ็นดีแยก เลเซอร์ พลังงาน 2.4-3.0 จูลต่อตารางเซนติเมตร (J/cm2) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลำแสงเลเซอร์ (spot size) 6 มิลลิเมตร ความถี่ 10 เฮิรตซ์ 3-4 รอบ(passes) มีการพ่นเย็น(air cooling) และอีกด้านจะได้รับการลอกฝ้าด้วย 25 % กรดไตรคลอโรอะซิติก (trichloroacetic acid) ระดับความลึก 2 (medium-depth peel) ทำซ้ำที่ 4 สัปดาห์ รวม 2 ครั้ง โดยใช้ร่วมกับ 2% ไฮโดรควิโนนตลอดการวิจัย ผู้เข้าร่วมวิจัยจะได้รับการถ่ายภาพ และวัดค่าเม็ดสีความสว่างของฝ้า (luminance index)โดยเครื่องคัลเลอริมิเตอร์(colorimeter) ก่อนการรักษาทุกครั้ง และติดตามที่ 0 , 4 และ 8 สัปดาห์ ผลการศึกษา: ใบหน้าด้านที่ให้การรักษาด้วยกรด ที่ 4 และ 8 สัปดาห์ ค่าความสว่างของเม็ดสี (luminance index) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย median difference 2.7(1.6-3.8)และ5.2 (3.8-7.7) ตามลำดับ โดยพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.001) และใบหน้าด้านที่ให้การรักษาด้วยเลเซอร์ ที่ 4 และ 8 สัปดาห์ ค่าความสว่างของเม็ดสี (luminance index)เพิ่มขึ้นเฉลี่ย median difference 1.3 (0.6-2.3)และ2.7 (1.5-4.2)ตามลำดับ โดยพบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.001) ผลการศึกษาเปรียบเทียบการรักษาสองวิธี พบว่า ด้านที่ลอกฝ้าด้วยกรด มีความสว่างมากกว่าด้านที่ทำเลเซอร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งที่วัด ที่ 4 และ 8 สัปดาห์ (P<0.001) การรักษาทั้งสองวิธีไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง มีรายงานผลข้างเคียงหลังเลเซอร์คือมีด่างขาวและฝ้าคล้ำขึ้นหลังการรักษา สรุปผล:การรักษาฝ้าที่ดื้อต่อการรักษาด้วยยาทาชนิดตื้นและชนิดผสมด้วย 25 % กรดไตรคลอโรอะซิติก และ1,064 นาโนเมตร คิวสวิตช์ เอ็นดีแยก เลเซอร์ สามารถรักษาฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการลอกด้วยกรดสามารถเพิ่มความสว่างของฝ้าได้มากกว่าและมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการรักษาด้วยเลเซอร์ โดยเริ่มเห็นความแตกต่างของเม็ดสีที่ 4 สัปดาห์หลังการรักษาครั้งแรก วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558 |
| บรรณานุกรม | : |
กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี . (2558). การศึกษาแบบแบ่งข้างสุ่มเปรียบเทียบระหว่าง 1,064 นาโนเมตร คิวสวิตช์ เอ็นดีแยก เลเซอร์ กับการลอกฝ้าด้วย 25 % กรดไตรคลอโรอะซิติก ในการรักษาฝ้าชนิดที่ดิ้อต่อการรักษาร่วมกับการใช้ 2 % ไฮโดรควิโนนในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี . 2558. "การศึกษาแบบแบ่งข้างสุ่มเปรียบเทียบระหว่าง 1,064 นาโนเมตร คิวสวิตช์ เอ็นดีแยก เลเซอร์ กับการลอกฝ้าด้วย 25 % กรดไตรคลอโรอะซิติก ในการรักษาฝ้าชนิดที่ดิ้อต่อการรักษาร่วมกับการใช้ 2 % ไฮโดรควิโนนในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี . "การศึกษาแบบแบ่งข้างสุ่มเปรียบเทียบระหว่าง 1,064 นาโนเมตร คิวสวิตช์ เอ็นดีแยก เลเซอร์ กับการลอกฝ้าด้วย 25 % กรดไตรคลอโรอะซิติก ในการรักษาฝ้าชนิดที่ดิ้อต่อการรักษาร่วมกับการใช้ 2 % ไฮโดรควิโนนในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print. กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี . การศึกษาแบบแบ่งข้างสุ่มเปรียบเทียบระหว่าง 1,064 นาโนเมตร คิวสวิตช์ เอ็นดีแยก เลเซอร์ กับการลอกฝ้าด้วย 25 % กรดไตรคลอโรอะซิติก ในการรักษาฝ้าชนิดที่ดิ้อต่อการรักษาร่วมกับการใช้ 2 % ไฮโดรควิโนนในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.
|
