| ชื่อเรื่อง | : | ความชุกของการตรวจพบผลบวกด้วยวิธีทดสอบโดยการใช้ซีรัมของผู้ป่วย และการใช้พลาสมาของผู้ป่วยฉีดเข้าในผิวหนังในผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเอง |
| นักวิจัย | : | เจน อารีจันทวัฒน์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | มาริษา พงศ์พฤฒิพันธ์ , เจตทะนง แกล้วสงคราม , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46583 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบความชุกของการตรวจพบผลบวกด้วยวิธี ASST และ APST ในผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเอง เปรียบเทียบ ASST และ APST ในแง่ของประสิทธิภาพการวินิจฉัย เมื่อเทียบกับ Basophil histamine release assay (BHRA) และ anti-FcεRIα autoantibody immunoassay รวมถึงหาระดับความสัมพันธ์ระหว่าง ASST และ APST และระหว่าง BHRA และ anti-FcεRIα autoantibody immunoassay วิธีการศึกษา: ผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเอง 60 คน ได้รับการทดสอบ ASST, APST, BHRA และ anti-FcεRIα autoantibody immunoassay ผลการศึกษา: ผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเอง 60 ราย ทดสอบพบผลบวกจาก ASST และ APST 24 ราย (ร้อยละ 40) และ 12 ราย (ร้อยละ 20) ตามลำดับ (p = 0.012) โดยมีค่า Cohen’s kappa 0.242 มีผู้ทดสอบ BHRA ได้ผลบวก และตรวจพบสารภูมิต้านทานต่อ FcεRIα autoantibody ร้อยละ 27.59 และ 25.86 ตามลำดับ โดยมีค่า Cohen’s kappa 0.164 เมื่อเปรียบเทียบกับการตรวจ BHRA พบว่าความไว, ความจำเพาะ, PPV, NPV, LR+, LR-, accuracy, และ DOR เป็น 31.33%, 54.8%, 20.8%, 67.6%, 0.691, 1.26, 48.3% และ 0.55 สำหรับ ASST, และ 12.5%, 76.2%, 16.7%, 69.6%, 0.525, 1.15, 58.6% และ 0.457 สำหรับ APST เมื่อเปรียบเทียบกับการตรวจ anti-FcεRIα autoantibody พบว่าความไว, ความจำเพาะ, PPV, NPV, LR+, LR-, accuracy, และ DOR เป็น 40%, 58.1%, 25%, 73.5%, 0.956, 1.03, 53.4% และ 0.93 สำหรับ ASST, และ 13.3%, 76.7%, 16.7%, 71.7%, 0.573, 1.13, 60.3% และ 0.51 สำหรับ APST โดยพบความชุกของผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเองจากภูมิต้านตนเองร้อยละ 3.4 ของกลุ่มผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเอง สรุปผล: ASST มีความชุกของการตรวจพบผลบวก รวมถึงความไวและประสิทธิภาพการวินิจฉัยในการตรวจพบผลบวกจาก BHRA และ anti-FcεRIα antibody assay มากกว่า APST ในผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเอง แต่ก็ยังไม่มากพอสำหรับใช้เพื่อตรวจคัดกรองในการวินิจฉัยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเองจากภูมิต้านตนเอง ขณะที่ APST มีความจำเพาะมากกว่า ASST จึงมีประโยชน์ในการช่วยแยกผู้ป่วยที่ไม่น่าจะมีสาเหตุจากภูมิต้านตนเองออกไปมากกว่าหากทดสอบ APST ได้ผลลบ ความชุกของโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเองจากภูมิต้านตนเองนั้นพบเพียงร้อยละ 3.4 ในกลุ่มผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเอง |
| บรรณานุกรม | : |
เจน อารีจันทวัฒน์ . (2557). ความชุกของการตรวจพบผลบวกด้วยวิธีทดสอบโดยการใช้ซีรัมของผู้ป่วย และการใช้พลาสมาของผู้ป่วยฉีดเข้าในผิวหนังในผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเอง.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เจน อารีจันทวัฒน์ . 2557. "ความชุกของการตรวจพบผลบวกด้วยวิธีทดสอบโดยการใช้ซีรัมของผู้ป่วย และการใช้พลาสมาของผู้ป่วยฉีดเข้าในผิวหนังในผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเอง".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เจน อารีจันทวัฒน์ . "ความชุกของการตรวจพบผลบวกด้วยวิธีทดสอบโดยการใช้ซีรัมของผู้ป่วย และการใช้พลาสมาของผู้ป่วยฉีดเข้าในผิวหนังในผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเอง."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. เจน อารีจันทวัฒน์ . ความชุกของการตรวจพบผลบวกด้วยวิธีทดสอบโดยการใช้ซีรัมของผู้ป่วย และการใช้พลาสมาของผู้ป่วยฉีดเข้าในผิวหนังในผู้ป่วยโรคลมพิษเรื้อรังที่เกิดเอง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
